มะเร็งและโรคร้าย

โรคหลอดเลือดดำชั้นลึกอุดตัน และความเสี่ยงในผู้สูงอายุ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
โรคหลอดเลือดดำชั้นลึกอุดตัน และความเสี่ยงในผู้สูงอายุ

โรคหลอดเลือดดำชั้นลึกอุดตัน หรือ เรียกว่า deep vein thrombosis พบบ่อยในประเทศซีกโลกตะวันตก แต่ในประเทศแถบเอเชียรวมทั้งประเทศไทย มีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะผู้สูงอายุพบร้อยละ 6 ของประชากร (ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดอุดตัน๗ ด้วยวิถีการดำเนินชีวิตเหมือนชาวตะวันตกมากขึ้น ทำให้อุบัติการณ์ของโรคมีแนวโน้มสูงขึ้นในคนไทย และถ้าหลอดเลือดดำชั้นลึกที่ขาอุดตันอาจเสียชีวิตได้ เราจึงต้องหันมาให้ความสำคัญ และทำความเข้าใจโรคนี้ให้มากขึ้น หลอดเลือดของคนเรา ประกอบด้วย หลอดเลือดแดงที่ต่อออกมาจากหัวใจ มีหน้าที่นำเลือดแดงที่อุดมไปด้วยสารอาหาร และออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย เลือดจะนำของเสียกลับไปฟอกที่หัวใจ และปอดทางระบบหลอดเลือดดำ แบ่งออกเป็นสองชั้น ได้แก่

  • หลอดเลือดดำชั้นตื้น อยู่บนส่วนผิวของร่างกาย ปรากฏเห็นเป็นเส้นสีเขียวๆ ตามแขนขา
  • หลอดเลือดดำชั้นลึก ซ่อนอยู่ภายในไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาต่อเมื่อเกิดการอุดตัน ทำให้เลือดดำไม่สามารถไหลเวียนกลับสู่หัวใจและปอดได้ แขนหรือขาข้างที่มีหลอดเลือดอุดตันจะบวม เจ็บ และเลือดดำจะหาทางไหลเวียนกลับสู่หัวใจและปอดทางหลอดเลือดดำชั้นตื้นแทน ทำให้เห็นหลอดเลือดดำชั้นตื้นขยายตัวเด่นชัดขึ้น

โรคหลอดเลือดดำชั้นลึกที่ขาอุดตันพบบ่อยแค่ไหน

อุบัติการณ์ของหลอดเลือดดำชั้นลึกที่ขาอุดตันในประเทศไทย ขณะนี้ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ทั้งนี้ขึ้นกับวิธีการศึกษา เช่น อุบัติการณ์ในผู้ป่วยที่มีอาการ ภาพถ่ายทางรังสี หรือแม้กระทั่งศึกษาจากการตรวจศพ ในประเทศสหรัฐอเมริกา พบผู้ป่วยต่อปีเฉลี่ย 100 คน ต่อประชากร 100,000 คน ในผู้มีอายุน้อยกว่า 15 ปี จะพบเพียง 5 คนต่อประชากร 100,000 คนต่อปี แต่พบในกลุ่มผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี สูงถึง 500 คน ต่อประชากร 100,000 คน

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

สาเหตุนอกจากโรคทางพันธุกรรมแล้ว ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ อายุที่มากขึ้น การนอนนิ่งๆ ในท่าเดิมเป็นเวลานาน (มากกว่า 3 วัน) กินยาคุมกำเนิด เสี่ยงหลอดเลือดอุดตัน การตั้งครรภ์ หลังคลอด ระยะพักฟื้นหลังผ่าตัด 4 สัปดาห์ การนั่งรถหรือเครื่องบินเป็นเวลานาน โรคมะเร็งบางชนิด ผู้มีประวัติเคยเป็นหลอดเลือดดำชั้นลึกอุดตัน โรคอัมพาตครึ่งซีกหรือครึ่งท่อน ภาวะหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ล้วนแต่เพิ่มความเสี่ยงต่อการอุดตันของหลอดเลือดดำทั้งสิ้น

[caption id="" align="alignnone" width="600"]เส้นเลือดขอด เส้นเลือดขอด[/caption]

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์ด้วยอาการขาบวม ร้อยละ 50 จะมีอาการปวดร่วมด้วย พบน่องบวมและกดเจ็บ เมื่อให้ผู้ป่วยกระดกข้อเท้าจะทำให้ปวดขามากขึ้น สีของผิวหนังบริเวณที่บวมอาจเปลี่ยนเป็นสีแดงและรู้สึกร้อน คล้ายการอักเสบติดเชื้อของผิวหนัง หากการอุดตันเป็นเวลานาน อาจตรวจพบการขยายตัวของหลอดเลือดดำชั้นตื้นร่วมด้วย (เส้นเลือดขอด) 1 ใน 3 ของผู้ป่วย จะมีการอุดตันของหลอดเลือดที่ปอดร่วมด้วย ซึ่งอาจเกิดจากการเลื่อนหลุดของลิ่มเลือดที่ขาไปสู่ปอด ทำให้ผู้ป่วยมีอาการหอบเหนื่อยแบบเฉียบพลัน และทำให้เสียชีวิตได้ การวินิจฉัยจึงต้องอาศัยอาการที่แสดง ร่วมกับการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการ และการตรวจทางรังสีวิทยา

ทำอย่างไรเมื่อรู้ว่าหลอดเลือดดำชั้นลึกที่ขาอุดตัน

หากสงสัยควรรีบมาพบแพทย์ และหากเป็นโรคดังกล่าวต้องเข้ารับการรักษาทันที ผู้ป่วยต้องนอนพัก ยกขาสูงและให้ยาแก้ปวดตามความจำเป็น การรักษาด้วยการให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ได้แก่ ยาเฮปาริน เป็นยาฉีดที่ออกฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือดในทันที ทำให้ขายุบบวมและทุเลาปวดได้เร็ว การบริหารยาทำได้สองวิธี คือ ฉีดและหยดเข้าหลอดเลือดดำต่อเนื่อง และต้องตรวจการแข็งตัวของเลือดเป็นระยะๆ ถ้าให้ยามากเกินไป อาจทำให้เลือดออกผิดปกติได้ ให้ยาติดต่อกัน 3-5 วัน จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นยารับประทาน หรือเลือกฉีดยาเฮปาริน เข้าใต้ผิวหนังวันละสองเวลา 3-5 วัน แล้วจึงเปลี่ยนเป็นยารับประทาน ได้เช่นกัน แพทย์มักจะให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดแบบรับประทานต่อไปอีก 3-6 เดือน แต่ขึ้นกับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย

การพยากรณ์และการป้องกัน

ร้อยละ 6 ของผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดดำชั้นลึกที่ขาอุดตันจะเสียชีวิต และจะสูงขึ้นหากมีปัจจัยเสี่ยงบางชนิดร่วม เช่น ผู้ป่วยสูงอายุ โรคมะเร็งหรือหลอดเลือดหัวใจอุดตันร่วมด้วย และอัตราการเสียชีวิตจะสูงถึงร้อยละ 12 หากมีหลอดเลือดที่ปอดอุดตันร่วมด้วย หากรักษาไม่ทันท่วงทีนอกจากจะทำให้เสียชีวิตแล้วยังอาจทำให้เกิดข้อแทรกซ้อนในระยะยาว เช่นขาบวมตลอดเวลา แผลเรื้อรังที่ขาข้างนั้นๆ สำหรับการป้องกันแนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น การใช้ยาคุมกำเนิด การนอนนิ่งๆ เป็นเวลานาน เป็นต้น ดังนั้น หากสงสัยว่าจะเป็นโรคดังกล่าว ต้องรีบพบแพทย์เพื่อให้การวินิจฉัยและรักษาด้วยยาต้านการแข็งตัวของเลือดที่เหมาะสมอย่างรวดเร็ว จึงจะเป็นหนทางที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและลดข้อแทรกซ้อนในระยะยาวได้


ข่าวฝากประชาสัมพันธ์ จากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทร. 0-2256-4300 และ สมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย โทร. 0-2716-5977 ถึง 8

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่