การกินเพื่อสุขภาพ

อันตรายของน้ำเชื่อมข้าวโพด รู้เท่าทันโทษก่อนปัญหาสุขภาพมาเยือน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 482156396 %281%29

รสชาติหวานถือเป็นอีกหนึ่งรสชาติที่ใครหลายคนชื่นชอบเป็นอย่างมาก ด้วยความที่รสชาติหวานเมื่อไปอยู่ในอาหารก็จะทำให้อาหารจานนั้นมีรสอร่อยกลมกล่อม เมื่ออยู่ในของหวานก็ทำให้อร่อยน่ากิน หรืออยู่ในเครื่องดื่มก็ทำให้รู้สึกสดชื่นมากยิ่งขึ้น

โดยสารที่ให้ความหวานในปัจจุบันก็มีด้วยการหลายชนิด เราอาจจะคุ้นหูคุ้นตากับน้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊ป หรือน้ำเชื่อม ซึ่งสามารถนำมาเป็นส่วนประกอบไปในการทำอาหาร ทำขนม และเครื่องดื่มต่างๆ แต่ต้องยอมรับว่ารสชาติเหล่านี้มักจะส่งผลเสียมากกว่าให้ประโยชน์กับร่างกาย เพราะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีสารให้ความหวานบางชนิดที่ส่งผลอันตรายต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เรากำลังพูดถึง “น้ำเชื่อมข้าวโพด” หนึ่งในส่วนประกอบที่หลายคนมักจะติดใจในรสชาติ เราไปดูกันว่าอันตรายของน้ำเชื่อมข้าวโพดที่มีในอาหารแปรรูปต่างๆ และเครื่องดื่มจะก่อให้เกิดโทษอย่างไรบ้าง

น้ำเชื่อมข้าวโพด คืออะไร?

น้ำเชื่อมข้าวโพด (Corn syrup) หรือที่เรียกกันว่า แบะแซ คือน้ำเชื่อมให้ความหานที่ผลิตมาจากแป้งข้าวโพด มันสำปะหลัง หรือมันฝรั่ง โดยส่วนมากจะถูกนำมาเพื่อใช้ประกอบอาหารเมนูต่างๆ เช่น อาหารคาว ของหวาน ขนมหวาน เค้ก หรือเครื่องดื่มรสชาติหวานๆ เพื่อปรุงแต่งให้อาหารนั้นมีรสชาติที่หวานลึกและยังช่วยเพิ่มปริมาณของมวลอาหาร ใช้เป็นสารสำหรับเคลือบผิวของยาวิตามินต่างๆ ใช้เป็นส่วนผสมของลูกอม ใช้เป็นส่วนประกอบในนมผมทารก นอกจากนี้แล้วในแง่ของอุตสาหกรรมอาหารยังใช้น้ำเชื่อมข้าวโพดเพื่อป้องกันการตกผลึกของน้ำตาลอีกด้วย ถือว่าเป็นสารให้ความหวานที่มีประโยชน์หลายอย่างเลยทีเดียว

อันตรายจากน้ำเชื่อมข้าวโพดก่อให้เกิดโทษอย่างไรบ้าง?

ในแง่ของโภชนาการแล้ว น้ำเชื่อมข้าวโพดดูจะเป็นสิ่งที่สร้างผลเสียต่อร่างกายเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากน้ำเชื่อมข้าวโพดมีค่าความหวานสูงมากและยังเป็นสารที่ร่างกายดูดซึมได้ง่าย จึงทำให้มีความเสี่ยงที่ผู้รับประทานจะเกิดโรคระดับน้ำตาลในเลือดสูง เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงกว่าปกติ โดยปกติแล้ว ระดับน้ำตาลของคนเราจะอยู่ที่ประมาณ 70-100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แต่หากค่าที่ได้สูงกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร โดยกว่า 30% ของผู้ที่ตรวจพบนั้นมักจะมีพฤติกรรมการรับประทานน้ำเชื่อมข้าวโพดหรืออาหารที่ส่วนผสมของน้ำเชื่อมข้าวโพดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน ไขมันอุดตันเส้นเลือด ปวดศีรษะ และอาจเป็นโรคเบาหวานได้

ด้วยความที่น้ำเชื่อมข้าวโพดมีส่วนประกอบของฟักโตสเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ต้องผ่านกระบวนการเผาผลาญโดยใช้ตับ เป็นอวัยวะหลัก หากตับไม่สามารถย่อยได้จนหมดก็อาจแปรเปลี่ยนกลายมาเป็นสารพิษตกข้างในร่างกายหรือที่ตับโดยตรง นอกจากนี้ ยังมีส่วนทำให้ฮอร์โมนเกรลินที่ทำหน้าที่ควบคุมการหิวไม่สามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติ ส่งผลให้สมองสั่งการควบคุมความอยากอาหารไม่ได้ เราจึงรู้สึกอยากอาหาร หิวบ่อยขึ้น และกินมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังกระตุ้นให้เกิดโรคเกี่ยวกับเมตาบอลิซึ่ม เช่น โรคหัวใจ โรคอ้วน เบาหวาน ความดังสูง หรือทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลียได้

ยืนยันอันตรายจากผลงานวิจัย

จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันที่ได้นำเอาน้ำเชื่อมข้าวโพดมาให้หนูทดลองได้กิน สาร HFCS ในน้ำเชื่อมข้าวโพด และน้ำตาลทรายในปริมาณที่เท่ากันเป็นเวลา 6 เดือน พบว่าหนูที่ได้รับสาร HFCS นั้นมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นมากกว่าหนูที่กินน้ำทราย ซึ่งยังพบไขมันสะสมในร่างกายที่บริเวณหน้าท้องมากกว่าอีกด้วย น้ำเชื่อมข้าวโพดยังส่งผลต่อตัวโดยตรง โดยจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยตุ๊ก ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคตับต่างๆ เช่น โรคตับแข็งและโรคมะเร็งตับ พบว่ากว่า 20% มีสาเหตุมาจากการรับประทานน้ำเชื่อมข้าวโพดมากจนเกินไปหรือรับประทานอย่างเป็นประจำ ในขณะที่คนเรามักจะคิดว่าการเกิดโรคดังกล่าวย่อมมาจากการดื่มแอลกอฮอล์เสียเป็นส่วนมาก แต่สาเหตุนี้ดูจะเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงของผู้คนในปัจจุบัน เนื่องจากมีผู้ที่ชื่นชอบรสชาติของน้ำเชื่อมข้าวโพดและรับประทานในชีวิตประจำวันอยู่เสมอ

ระวัง! ผลิตภัณฑ์อาหารบางชนิดที่ไม่เหมาะสำหรับเด็ก

สิ่งที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับน้ำเชื่อมข้าวโพดอีกอย่างหนึ่งคือ ในปัจจุบันได้มีผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับเด็กบางชนิดที่มีส่วนผสมของน้ำเชื่อมข้าวโพด เช่น นมผงทารก เป็นต้น โดยจากผลการวิจัยทางการแพทย์พบว่าน้ำเชื่อมข้าวโพดไม่เหมาะกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจจะทำให้เด็กเล็กติดรสชาติหวานตั้งแต่เด็ก และเด็กอาจจะได้สารอาหารไม่เพียงพอ ทำให้เด็กเกิดโรคอ้วนและนำพาไปสู่ปัญหาสุขภาพต่างๆ ในอนาคต เช่น โรคเบาหวานและโรคหัวใจ เป็นต้น เพราะฉะนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงให้ลูกดื่มนมที่มีส่วนผสมจากน้ำเชื่อมข้าวโพดหรือน้ำตาลข้าวโพดอย่างเด็ดขาด เพราะถือเป็นสารให้ความหวานที่น่ากลัวสำหรับเด็กๆ เป็นอย่างยิ่ง

น้ำเชื่อมข้าวโพด เลือกทานอย่างไรให้ปลอดภัย

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีส่วนผสมของน้ำเชื่อมข้าวโพดจะถูกบังคับให้แจ้งบนฉลากว่ามีส่วนผสมของน้ำเชื่อมข้าวโพดในปริมาณเท่าไร และในบางแบรนด์ก็มีขึ้นเตือนไว้อย่างชัดเจน เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคสามารถหลีกเลี่ยงได้อย่างมั่นใจ โดยปัจจุบันมีอยู่ในน้ำอัดลม น้ำหวาน เบเกอร์รี่ อาหารแปรรูป ขนมถุงกรุงกรอบ หรือนมบางชนิด

แม้ว่าน้ำเชื่อมข้าวโพดดูจะเต็มไปด้วยข้อเสียหรือโทษกับร่างกายหลายด้าน หากก็ใช่ว่าร่างกายจะไม่สามารถรับสารที่ให้ความหวานชนิดนี้เข้าไปได้ เพราะหากเรารับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำเชื่อมข้าวโพดอย่างพอดีก็ย่อมช่วยให้ห่างไกลจากโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดัน โรคไขมันอุตันในเส้นเลือด และลดความเสี่ยงต่างๆ เกี่ยวกับโรคหัวใจได้อย่างแน่นอน 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่