Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

ตากระตุกคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 181,866 คน

ภาวะควบคุมการเคลื่อนไหวของตาไม่ได้ หรือที่เรียกว่าอาการตากระตุก คือภาวะที่ดวงตาเกิดการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและควบคุมไม่ได้ อาจเกิดขึ้นกับดวงตาเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ ภาวะนี้มักจะเกิดร่วมกับปัญหาการมองเห็น เช่น การมองเห็นไม่ชัดเจน เป็นต้น

ภาวะตากระตุกส่วนใหญ่ จะเกิดขึ้นเมื่อส่วนของสมองหรือหูชั้นในที่ควบคุมการเคลื่อนไหวและตำแหน่งของดวงตาทำงานผิดปกติ โดยภาวะนี้สามารถเป็นได้ทั้งภาวะทางพันธุกรรมหรือเกิดขึ้นทีหลังก็ได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

ภาวะตากระตุก สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

  1. ภาวะตากระตุกที่เป็นมาแต่กำเนิด (Infantile Nystagmus Syndrome: INS) ภาวะนี้มักจะปรากฏให้เห็นอาการในช่วงที่ทารกมีอายุ 6 สัปดาห์แรกถึง 3 เดือน มีความรุนแรงน้อย จึงไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาและไม่ประสบกับภาวะแทรกซ้อนใด 
  2. ภาวะตากระตุกชนิดเกิดขึ้นทีหลังหรือแบบเฉียบพลัน (Acute Nystagmus) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นในช่วงใดช่วงหนึ่งในชีวิต โดยมากภาวะประเภทนี้มักจะเกิดมาจากเหตุการณ์บางอย่างที่ส่งผลต่อ ส่วนของสมองหรือในหูชั้นใน

อาการของภาวะตากระตุก

ภาวะตากระตุกคือการเคลื่อนไหวของดวงตาที่รวดเร็วและควบคุมไม่ได้ ทิศทางของการเคลื่อนไหวจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงประเภทของภาวะนั้นๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • การกระตุกแนวนอน (Horizontal Nystagmus) เป็นการเคลื่อนไหวจากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง
  • การกระตุกแนวตั้ง (Vertical Nystagmus) เป็นการเคลื่อนไหวแบบขึ้นและลง
  • การกระตุกแบบหมุน (Torsional Nystagmus) เป็นการเคลื่อนไหวเป็นวงกลม

สาเหตุที่อาจทำให้เกิดภาวะตากระตุก

  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
  • การใช้ยาบางตัว เช่น ยาระงับประสาท หรือยาต้านชัก
  • การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
  • การบาดเจ็บหรือได้รับการกระทบกระแทกที่ศีรษะ
  • โรคที่ตา
  • โรคที่เกิดกับหูชั้นใน
  • ภาวะขาดวิตามิน B12 (Thiamine)
  • เนื้องอกในสมอง
  • โรคที่เกิดกับระบบประสาทส่วนกลาง รวมถึงโรคปลอกประสาทเสื่อม (Multiple Sclerosis)

การวินิจฉัยภาวะตากระตุก

จักษุแพทย์สามารถวินิจฉัยภาวะตากระตุกได้จากการตรวจดวงตา การการวัดสายตาเพื่อชี้วัดชนิดของปัญหาสายตาที่เกิดขึ้น การวัดระดับความชัดเจนของสายตาเพื่อทำเลนส์สายตาที่เหมาะสมกับปัญหาสายตา และการทดสอบว่าดวงตามีการทำงาน ขยับ และโฟกัสอย่างไร 

หากแพทย์ไม่สามารถชี้ชัดสาเหตุของภาวะตากระตุกได้จากการตรวจสอบข้างต้น อาจต้องใช้การทดสอบอื่นๆ เพื่อเติม เช่น การตรวจเลือดหาภาวะพร่องวิตามิน การทดสอบถ่ายภาพ เช่น การเอกซเรย์ การทำ CT Scan และการทำ MRI เพื่อมองหาความผิดปกติทางโครงสร้างของสมองหรือศีรษะ เป็นต้น

การรักษาภาวะตากระตุก

การรักษาภาวะตากระตุกจะขึ้นอยู่กับว่าภาวะนั้นๆ เป็นชนิดเกิดขึ้นภายหลังหรือตั้งแต่กำเนิด สำหรับภาวะตากระตุกที่เกิดตั้งแต่เกิดนั้นไม่จำเป็นต้องทำการรักษา แต่ก็มีหลายวิธีที่ช่วยแก้ไขสายตาที่มีปัญหา เช่น การใช้แว่นตา การใช้คอนแท็คเลนส์ ปรับแสงสว่างในบ้านให้มากขึ้น และใช้อุปกรณ์ขยายตัวหนังสือ

สำหรับกรณีของภาวะตากระตุกชนิดเกิดขึ้นทีหลังนั้น การรักษาจะเน้นไปยังการรักษาสาเหตุ โดยทั่วไปแล้วจะเป็นการรักษาดังนี้

  • การปรับเปลี่ยนยาที่ใช้
  • การแก้ไขภาวะพร่องวิตามินด้วยอาหารเสริม และการปรับอาหารการกินในแต่ละวัน
  • การผ่าตัดสมองเพื่อรักษาภาวะผิดปกติทางระบบประสาทส่วนกลางหรือโรคสมอง
  • การใช้ยาหยอดตาสำหรับภาวะตาติดเชื้อ
  • การใช้ยาปฏิชีวนะสำหรับการติดเชื้อในหูชั้นใน
  • การฉีดพิษ Botulinum รักษาปัญหาการมองเห็นที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของดวงตา
  • การใช้แว่นตาที่มีเลนส์ชนิดพิเศษที่เรียกว่า Prisms

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7


ที่มาของข้อมูล

Amber Erickson Gabbey กับ Erica Cirino, uncontrolled eye movements (https://www.healthline.com/symptom/uncontrolled-eye-movements), 9 พฤษภาคม 2016

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป