พันธุ์หมา

สุนัขพันธุ์ดัชชุน (Dachshund)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ส.ค. 24, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 885,032 คน

Istock 839279536

ดัชชุนเป็นสุนัขที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Scenthound หรือเป็นสุนัขที่สามารถพบเหยื่อโดยการดมกลิ่น อีกทั้งยังมีขาสั้นและมีลำตัวที่ยาวอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจุดเริ่มต้นของสายพันธุ์นี้คือในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1600 โดยถูกนำมาใช้เพื่อล่า ติดตาม และคาบสัตว์ที่อาศัยอยู่ในโพรง ซึ่งเป็นตัวแบดเจอร์เสียเป็นส่วนใหญ่ ในปัจจุบันดัชชุนเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของสุนัขที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา และสามารถพบได้ในทุ่งนาเพื่อใช้เป็นเพื่อนล่าสัตว์หรือพบได้ในฐานะของสัตว์เลี้ยง

ลักษณะภายนอก

สุนัขพันธุ์ดัชชุนสามารถเคลื่อนไหวและเข้าไปในอุโมงค์หรือหลุมของสัตว์ได้อย่างง่ายดาย เพราะมันมีลำตัวที่ยาวและเตี้ย การที่สุนัขพันธุ์นี้เดินได้อย่างคล่องแคล่วนั้นเป็นเพราะว่ามันมีความแข็งแรงและมีความว่องไว กล้ามเนื้อของมันมีความแข็งแรงแต่ไม่ดูเทอะทะ และมีเอวที่เรียวเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ใบหูที่โน้มลงช่วยปกป้องรูหูไม่ให้มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปข้างในเมื่อวิ่งผ่านพุ่มไม้และหางที่ขดตัวเล็กน้อยทำให้นายพรานมองเห็นได้

ดัชชุนมี 3 ขนาด โดยขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่ใช้ในการล่าเหยื่อ ดัชชุนขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักประมาณ 30-35 ปอนด์ถูกนำมาใช้ล่าตัวแบดเจอร์และหมูป่าตัวผู้ ในขณะที่ดัชชุนขนาดมาตรฐานที่มีน้ำหนักตัวระหว่าง 16-22 ปอนด์ ถูกนำมาใช้เพื่อล่าแบดเจอร์ สุนัขจิ้งจอก และกระต่ายป่า ส่วนดัชชุนขนาดที่เล็กที่สุดที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 11 ปอนด์มักถูกนำมาเป็นสัตว์เลี้ยง

นอกจากนี้ดัชชุนยังมีขน 3 ประเภทคือ ขนที่ยาวสลวยเหมือนผ้าไหมที่เป็นเส้นตรงหรือเป็นเกลียวคลื่น ขนเรียบที่สั้นและแวววาว และขนที่เหมือนกับเส้นลวดซึ่งแข็ง หนา และมีขนชั้นในที่ละเอียด ซึ่งขนทุกชนิดนั้นช่วยปกป้องสุนัขจากสภาพอากาศที่สุดโต่ง

นิสัยและอารมณ์

ดัชชุนเป็นสุนัขที่กล้าหาญ ชอบผจญภัย และขี้สงสัย อีกทั้งยังรักการขุด การล่าสัตว์ เกมไล่ล่า และการติดตามกลิ่น ซึ่งถือเป็นสุนัขที่เป็นการผสมผสานระหว่างสุนัขตระกูลเทอร์เรียและฮาวด์อย่างแท้จริง แม้ว่าสุนัขทำตัวขี้เล่นกับเด็ก แต่ก็ไม่ควรให้อยู่นอกสายตาของผู้ใหญ่ เพราะสุนัขพันธุ์นี้ไม่ค่อยอดทนเมื่อถูกทำตัวไม่ดีใส่ อย่างไรก็ดี ดัชชุนทำตัวดีกับคนแปลกหน้า แต่มีแนวโน้มที่มันจะไว้ตัวและเขินอาย และอาจขู่ใส่คนที่ไม่คุ้นเคย หากมันพบว่ามีสิ่งใดก็ตามที่ทำร้ายคนในครอบครัว ดัชชุนก็ไม่ลังเลในการช่วยปัดป้องอันตราย ยิ่งไปกว่านั้น สุนัขพันธุ์นี้ยังชอบใช้เวลาอยู่กับคนและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของครอบครัว ในขณะที่เสียงที่ดังกระหึ่มของดัชชุนยังทำให้มันเป็นสุนัขที่เหมาะสำหรับใช้เฝ้าบ้าน

การดูแล

ด้วยความที่ดัชชุนเป็นสุนัขที่มีขนาดเล็ก ทำให้มันสามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตในเมืองหรือการอยู่ในอพาร์ทเมนต์ได้ แต่สุนัขพันธุ์นี้ยังต้องออกกำลังกาย และมีโอกาสได้ปลดปล่อยพลังงาน การให้สุนัขเล่นเกมที่ต้องใช้ร่างกายที่สนามหญ้าหรือในสวนสาธารณะ และการพาสุนัขไปเดินเล่นโดยมีสายจูงก็ล้วนแต่ช่วยให้ดัชชุนมีรูปร่างดี และช่วยให้มันผ่อนคลายเมื่ออยู่บ้าน

อย่างไรก็ดี เจ้าของจำเป็นต้องแปรงและสางขนให้ดัชชุนที่มีขนยาวอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และตัดขนให้เป็นครั้งคราว ส่วนสุนัขที่มีขนแข็งเหมือนกับเส้นลวด เจ้าของจำเป็นต้องหวีขนให้อย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ สำหรับสุนัขที่มีขนเรียบ ความจำเป็นในการดูแลเส้นขนก็จะน้อยลง แต่การเล็มขนที่ตายแล้วประมาณ 2 ครั้งก็เป็นความคิดที่ดี

สุขภาพ

สุนัขพันธุ์นี้มีอายุขัยโดยเฉลี่ยประมาณ 12-14 ปี โดยมักเป็นโรคเบาหวาน โรคกระเพาะอาหารบิด หูหนวก โรคชัก โรคสะบ้าเคลื่อน โรคตาแห้ง และโรคคูชชิ่ง สำหรับปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงคือ โรคหมอนรองกระดูก ซึ่งทำให้ไขสันหลังมีปัญหาเนื่องจากดัชชุนมีร่างกายที่ยาว นอกจากนี้การเป็นโรคอ้วนจะเพิ่มความเสี่ยงให้ไขสันหลังบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม เจ้าของควรให้สัตวแพทย์ตรวจดวงตาของดัชชุนเพิ่มเติมจากการตรวจร่างกายที่ทำเป็นประจำ โดยเฉพาะดัชชุนที่มีตาสองสี ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินและการมองเห็น

ความเป็นมาและภูมิหลัง

ดัชชุนได้ปรากฏอยู่ในหนังสือสุนัขครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่ 18 โดยได้ชื่อว่าเป็นสุนัขล่าแบดเจอร์ หรือสุนัขขาสั้น สุนัขพันธุ์นี้มี 3 ขนาดตามที่กล่าวไป สุนัขที่มีขนเรียบถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกจากการผสมข้ามสายพันธุ์กับ Braque Francais และ Pinscher ในขณะที่ดัชชุนพันธุ์ขนยาวเป็นผลมาจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างดัชชุนขนเรียบ German Stoberhund และ Spaniels ส่วนดัชชุนขนที่เหมือนกับเส้นลวดถูกพัฒนาในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1800 โดยเกิดจากการผสมระหว่างดัชชุนขนเรียบกับ Dandie Dinmont Terrier และ German Wire-haired Pinschers ซึ่งสุนัขเหล่านี้เป็นนักล่าที่ยอดเยี่ยมในสภาพอากาศหรือถิ่นที่มันอาศัย อีกทั้งยังแข็งแรงพอที่จะล่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเล็กๆ สุนัขจิ้งจอก และตัวแบดเจอร์

ก่อนศตวรรษที่ 20 ดัชชุนขนาดเล็กที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง Pinschers และ Toy Terriers ได้ถูกนำมาใช้เพื่อล่ากระต่าย แต่ดัชชุนขนาดเล็กยังขาดสัดส่วนของการเป็นดัชชุน ในปี ค.ศ.1910 มีการออกเกณฑ์ที่เข้มงวดสำหรับสุนัขพันธุ์ดัชชุน และสุนัขแต่ละประเภทจะถูกผสมข้ามสายพันธุ์กับสุนัขที่หลากหลายเพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่ดีที่สุด หลังจากสงคราม จำนวนของดัชชุนก็ลดลงอย่างรวดเร็ว และสุดท้ายแล้วจำนวนของดัชชุนก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง และกลายเป็นหนึ่งในสุนัขที่เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา

ที่มา: https://trello-attachments.s3.amazonaws.com/58df92e3b819f9d39d4ee55f/5a3bc0be5c4195d9df 218832/bfb86d1fa71d351b4b29eb4ffc196c4c/c_dg_dachshund.html

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม