ตาเหล่ (Crossed Eyes)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 539,143 คน


โฆษณาจาก HonestDocs
ปัญหากวนใจของหลายคน ถ้ารักษาอย่างถูกวิธีก็มีโอกาสหาย ใบหน้ากระจ่างใส!

แพ็คเกจรักษาสิวเริ่มต้น 400 บาท ลดสูงสุด 50%

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7internal ad %281%29

ตาเหล่ (Crossed Eyes หรือ Strabismus) คือภาวะที่ดวงตาอยู่ในตำแหน่งที่ไม่สมดุลกัน หากเกิดภาวะนี้จะทำให้ดวงตาแต่ละข้างดูเหมือนกำลังมองไปในทิศทางที่ต่างกัน และทำให้ดวงตาจดจ่อไปยังวัตถุที่ต่างกัน

ภาวะนี้พบได้บ่อยในเด็ก แต่ก็สามารถเกิดขึ้นกับผู้ที่มีอายุมากได้ ซึ่งอาจเกิดจากภาวะทางการแพทย์บางชนิด เช่น มีภาวะผิดปกติที่สมองหรือเนื้องอกที่สมอง มีภาวะตาขี้เกียจ มีสายตายาว หรือมีภาวะสูญเสียการมองเห็น เป็นต้น

อาการของภาวะตาเหล่

ภาวะตาเหล่ อาจทำให้ดวงตาถลน หรือหันไปยังทิศทางที่ต่างกัน และอาจทำให้ การมองเห็นบกพร่อง เห็นภาพซ้อน การมองความลึกของภาพลดลง และอาจทำให้ปวดตาหรือปวดศีรษะ โดยอาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่รู้สึกเหนื่อยก็ได้

สาเหตุของภาวะตาเหล่

ตาเหล่ เกิดขึ้นจากความเสียหายที่เส้นประสาท หรือจากการที่กล้ามเนื้อโดยรอบดวงตาทำงานไม่ผสานกัน เนื่องจากข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรงมากกว่าอีกข้าง เมื่อสมองได้รับสัญญาณภาพมาจากตาแต่ละข้าง สมองจะไม่สนใจสัญญาณที่มาจากตาข้างที่อ่อนแรง ซึ่งหากไม่ทำการรักษาอาจทำให้ดวงตาข้างที่มีปัญหาสูญเสียการมองเห็น

นอกจากนี้ อาจพบภาวะตาเหล่ในผู้ใหญ่ ที่เกิดจากการบาดเจ็บที่ดวงตา โรคสมองพิการ และภาวะหลอดเลือดสมอง เป็นต้น

การวินิจฉัยภาวะตาเหล่

การป้องกันการสูญเสียการมองเห็นจากภาวะตาเหล่จะเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการวินิจฉัย โดยแพทย์อาจทำการทดสอบต่างๆ เพื่อตรวจสุขภาพดวงตาของผู้ป่วย ดังนี้

โฆษณาจาก HonestDocs
ปัญหากวนใจของหลายคน ถ้ารักษาอย่างถูกวิธีก็มีโอกาสหาย ใบหน้ากระจ่างใส!

แพ็คเกจรักษาสิวเริ่มต้น 400 บาท ลดสูงสุด 50%

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7internal ad %281%29
  • การทดสอบ Corneal Light Reflex เพื่อหาภาวะตาเหล่
  • การวัดสายตา (Visual Acuity Test) เพื่อวัดระยะห่างที่ต้องใช้ในการอ่านหนังสือ
  • การทดสอบเปิดหรือปิดตา เพื่อวัดการเคลื่อนไหวและความเบนของดวงตา
  • การตรวจเรตินาเพื่อตรวจสอบข้างหลังดวงตา

หากมีอาการทางกายภาพอื่นๆ ร่วมกับภาวะตาเหล่ แพทย์อาจทำการตรวจสอบสมองและระบบประสาทร่วมด้วย

การรักษาภาวะตาเหล่

การรักษาภาวะตาเหล่ จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงและต้นเหตุของภาวะตาเหล่ของผู้ป่วย หากผู้ป่วยมีภาวะนี้จากภาวะตาขี้เกียจ แพทย์อาจแนะนำให้สวมผ้าปิดตาข้างที่ดีเพื่อบังคับให้ร่างกายใช้กล้ามเนื้อดวงตาที่อ่อนแอให้มากขึ้น และอาจให้ใช้ยาหยอดตาเพื่อทำให้การมองเห็นของดวงตาที่แข็งแรงเบลอลง

ส่วนวิธีรักษาอาการตาเหล่อื่นๆ ได้แก่

  • การบริหารดวงตา
  • การใช้เลนส์สายตา เช่น การใส่แว่นตา หรือคอนแทคเลนส์
  • การผ่าตัดที่กล้ามเนื้อดวงตาในส่วนที่มีปัญหา โดยเฉพาะกรณีที่การใช้เลนส์สายตาไม่สามารถช่วยได้

หากภาวะตาเหล่เกิดจากภาวะทางการแพทย์อื่นๆ เช่น เนื้องอกในสมอง หรือภาวะหลอดเลือดสมอง แพทย์อาจรักษาด้วยยา การผ่าตัด หรือการรักษาอื่นๆ ตามความเหมาะสม

ที่มาของข้อมูล

Chitra Badii, Esotropia (https://www.healthline.com/symptom/crossed-eyes), 4 November 2016

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่