มะเร็งและโรคร้าย

ค่า CPK น่ารู้ที่ส่งผลต่อหัวใจ กล้ามเนื้อและสมองมากกว่าที่คุณคิด !

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
Istock 604340854

CPK

วัตถุประสงค์

                เพื่อจะทราบสภาวะของหัวใจ กล้ามเนื้อ และสมอง ว่าเป็นปกติหรือมีโรคร้ายแรงกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเงียบบ้างหรือไม่

คำอธิบายอย่างสรุป

                1. ซี.พี.เค หรือ CPK มาจากคำเต็มว่า Creatinine Phosphokinase เคยมีชื่อเดิมเรียกขานกันมาแต่แรกว่า Creatine Kinase (CK)

                2. CPK เป็นเอนไซม์ที่มีปรากฏตัวอยู่ในเซลล์ทุกเซลล์คือ 1) เซลล์ของกล้ามเนื้อ 2)เซลล์ของหัวใจ 3) เซลล์ของสมอง

                เอนไซม์ CPK มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการเร่งปฏิกิริยาชีวเคมีในการแลกเปลี่ยนสารพลังงานภายในเซลล์หรือกล่าวอย่างสรุปก็คือมีส่วนช่วยผลิตพลังงานให้ถูกเซลล์ของอวัยวะสำคัญเพื่อให้แต่ละ อวัยวะทำหน้าที่ของตนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

                3. ในกรณีใดก็ตามที่เกิดสภาวะผิดปกติหรือเกิดโรคต่ออวัยวะสำคัญทั้งสามดังกล่าวเอนไซม์ CPK ย่อมหล่นเข้าสู่กระแสเลือดในการนี้จากน้ำเลือดซึ่งสามารถถูกนำมาวิเคราะห์ได้ว่าเป็น CPK ที่หลุดมาจากเซลล์ของอวัยวะใดโดยให้ชื่อเอนไซม์ย่อยของ CPK (CPK isoenzymes) จากอวัยวะทั้งสามไว้ดังนี้

                ข้อควรสังเกต ในเลือดของผู้มีสุขภาพดีจึงมีแต่ CPK ชนิด CK-MM

                การปรากฏค่า CK-MB เมื่อใด จึงนับว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นแก่หัวใจ

                4. ยาที่อาจมีผลทำให้ค่าทุกตัวของ CPK และ CPK แยกย่อยเพิ่มขึ้นอย่างผิดธรรมชาติก็ได้แก่กลุ่ม ยากลุ่ม ampicilin ยาละลายลิ่มเลือด (anesthetics) ยาแอสไพริน กลุ่มยา statin (ใช้ลดคอเลสเตอรอล) กลุ่มยาระงับความรู้สึก (anesthetics) มอร์ฟีน และแม้แต่แอลกอฮอล์

                สรุปว่า ขณะเมื่อกินยาเหล่านี้เป็นประจำอยู่และไปเจาะเลือดเพื่อวัดผล CPK ก็ให้พึงระลึกว่าค่าที่ได้อาจเบี่ยงเบนสูงขึ้นเกินความจริง

ค่าปกติของ CPK

                1. ให้ยึดถือตามข้าที่ระบุไว้ในใบรายงานแสดงผลเลือด (ถ้ามี)

                2. ถ้าปกติทั่วไป

                                ผู้ชาย                      CPK                       :               55           -              170         U/L

                                ผู้หญิง                    CPK                        :               30           -              135         U/L

                                CPK แยกย่อย      CK-MM                        :               90           -              100 %

                                                                CK-BB                 :               0              -              6%

                                                                CK-MB                 :               วัดค่าไม่ได้

ค่าผิดปกติ

                1. ในทางน้อย มักไม่ปรากฏ

                2. ในทางมาก อาจพิจารณาจำแนกได้ดังนี้

                                ก. ค่าผลรวม CPK สูงเกินเกณฑ์ปกติ อาจแสดงผลว่า

                                1) อาจเกิดโรคหรือการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อหัวใจ กล้ามเนื้อโครงสร้าง หรือเนื้อเยื่อสมอง                
                                2) ร่างกายอาจรับพิษจากการ์ดคาร์บอนมอนอกไซด์ (carbonmonoxide poisoning)

                                3) ร่างกายอาจตกอยู่ในสภาวะตัวร้อนเกินอย่างร้ายแรง (malignant hyperthermia) ภายหลังการได้รับยาระงับความรู้สึก ชนิดสูดดม(inhalational anesthetics) แล้วเกิดการแพ้ยา

                                4) อาจเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจมีปัญหาจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ (alcoholic cardiomyopathy)

                                5) ร่างกายอาจพึ่งเกิดโรคลมชัก

                                ข. ค่า CK-BB ปรากฏขึ้นในเลือดจนวัดค่าได้

                                1) โดยธรรมดาในกระแสเลือดของผู้มีสุขภาพดีจะปรากฏมีแต่ค่า CK-BB จากกล้ามเนื้อเกือบ 100% ส่วนค่า CK-BB จากสมองนั้นจะมีน้อยมากจนวัดค่าไม่ได้

                                ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่ปรากฏค่า CK-BB เพียงให้ตรวจนับวัดค่าได้ แม้จะเล็กน้อยเพียงใดก็ตาม ก็ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่า น่าจะมีเหตุสำคัญเกิดขึ้นแก่อวัยวะหนึ่งอวัยวะใด เช่น สมอง ปอด ช่องทางเดินอาหาร หรือช่องทางเดินปัสสาวะ

                                2) อาจเกิดโรคเกี่ยวกับสมอง เช่น สมองได้รับความกระทบกระเทือน เช่น ถูกตี เกิดโรค มะเร็งสมอง เกิดโรคลมปัจจุบัน (stroke) เกิดหลอดเลือดแตกในสมอง เกิดโรคลมชัก (seizure) หรือเกิดอาการช็อก (หมดสติ)

                                3) อาจเป็นผลข้างเคียงจากการบำบัดโดยการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า (electroconvulsive therapy)                          
                                4) เนื้อเซลล์ปอดบางส่วนอาจตายจากการขาดเลือด (pulmonary infarction)

                ค. ค่า CK-BB สูงขึ้นเกินเกณฑ์ปกติ อาจแสดงผลว่า

                                1) อาจกำลังเกิดสภาวะของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอย่างเฉียบพลัน (acute aneurysm infarction, AMI)

                                2) อาจเป็นผลมาจากการผ่าตัดแก้ไขหลอดเลือดหัวใจโป่งพอง (cardiac aneurysm surgery)

                                3) อาจเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (myocarditis) ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสบางตัว

                                4) อาจเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้บางจุด (cardiac ischemia)

                                5) มีข้อเพิ่งสังเกตว่าเมื่อมีโรคหรือสาเหตุสำคัญใดที่กระทบต่อหัวใจจนทำให้ CK-MB  สูงขึ้นเกินปกติจนสังเกตเห็นได้แล้ว ณ เวลาขนาดนั้น CK-MM (ซึ่งเป็นเอนไซม์ CPK แยกย่อยจากเซลล์กล้ามเนื้อ) และอาจพลอยมีระดับสูงขึ้นด้วย

                                ทั้งนี้ ควรถือว่า เป็นการยืนยันความถูกต้องเนื่องจากว่าเซลล์ของอวัยวะที่เรียกว่าหัวใจเกือบทั้งหมดนั้นก็ล้วนประกอบด้วยเซลล์ของกล้ามเนื้อหัวใจหรืออาจสรุปว่าเอาอวัยวะหัวใจ ก็คือกล้ามเนื้อก้อนหนึ่ง ฉะนั้นจึงย่อมต้องกระเพื้อมขึ้นเป็นธรรมดา

                                6) เพื่อยืนยันในข้อมูลว่า อาจมีเหตุสำคัญเกิดขึ้นแก่หัวใจสมควรได้ตรวจเลือดหาค่า hs-CRP ร่วมพิจารณาด้วย

                ง. ค่า CK-MM สูงขึ้นเกินเกณฑ์ปกติ อาจแสดงผลว่า

                                1) อาจกำลังเกิดโรคสภาวะกล้ามเนื้อสลาย (rhabdomyolysis) ซึ่งนับว่าเป็นโรคที่อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตโดยไม่รู้สาเหตุ เนื่องจากคนไทยเราไม่ใคร่รู้จักโรคนี้กันแพร่หลายนัก ในการนี้จึงใคร่ขอนำข้อมูลบางประการมาแสดงให้ท่านผู้อ่านทราบแต่เฉพาะส่วนที่เป็นสาระสำคัญโดยสรุปดังนี้

                                ก) โรคสภาวะกล้ามเนื้อสลาย อาจยืนยันได้ค่อนข้างแน่ชัด หากตรวจเลือดได้ผลว่าค่า CPK  (รวม) มีมากกว่า 5 เท่าของค่าสูงสุดจากเกณฑ์ปกติ(upper limit of normal, ULN) เช่น เกณฑ์ปกติของค่า CPK คือ 55-170 U/L (แต่ละแห่งไม่เท่ากัน)

ฉะนั้น 5 เท่าของค่าสูงสุดก็คือ

CPK      5  x  170               =             850 U/L

                                                โดยเหตุนี้ท่านผู้ใดมีผลตรวจเลือด พบว่า

                                                ค่า CPK เกินกว่า 850 IU/L (จากคลินิกที่ใช้เกณฑ์ปกติ 55-170 U/L) ก็โปรดอย่าได้นิ่งนอนใจ เพราะตัวท่านกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงต่อโอกาสที่อาจเกิดรู้สภาวะกล้ามเนื้อสลาย

                                ข) อาการทั่วไปของผู้ที่เป็นโรคสภาวะกล้ามเนื้อสลายที่อาจแสดงให้เห็นได้ เช่น ปวดกล้ามเนื้อไปทั่วร่างกาย ไม่อยากเคลื่อนไหวร่างกาย ไตเสื่อมอย่างรวดเร็ว ทำให้ขับสารโพแทสเซียม และแคลเซียมทิ้งออกทางน้ำปัสสาวะ ในที่สุดถึงขั้นมีเลือดออกปนมากับน้ำปัสสาวะเห็นเป็นสีแดงส้ม (pink-red discoloration of the urine)

                                ค) สาเหตุของการเกิดโรคสภาวะกล้ามเนื้อสลาย อาจแยกได้จาก 2 สาเหตุใหญ่ คือ

                                (1) สาเหตุทางกายภาพ เช่น ร่างกายอาจถูกอัดจากตึกถล่มหรือแผ่นดินไหว หรือร่างกายถูกฟ้าผ่า ไฟฟ้าช็อต ฯลฯ

                                (2) สาเหตุอื่นที่ไม่ใช่ทางกายภาพ เช่น

                                                (ก) อาจได้รับพิษจากสารโลหะหนัก (ตะกั่วปรอท) พิษจะงูกัด พิษจากปลา ฯลฯ                                               
                                                (ข) อาจได้รับพิษจากยาเสพติด เช่น แอลกอฮอล์ ยาบ้า โคเคน เฮโรอีน หรือสารสกัดกัญชา ชนิดฉีดเข้าสู่ร่างกาย

                                                (ค) อาจได้รับพิษจากยารักษาโรคกลุ่มสตาตินที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในปัจจุบันเพื่อลดคอเลสเตอรอล (ขออภัยที่จะไม่เอ่ยชื่ออย่าทางการค้าของเขา ได้แต่บอกว่ายาพวกนี้มักลงท้ายชื่อว่า เตอร์, ติน, เคอร์ หรือ คอล)

                                                ทั้งนี้มีหลักฐานที่น่าตกใจว่ากลุ่มยาสตาร์ตินพรุ่งนี้นับว่ามีส่วนอย่างสำคัญต่อสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคสภาวะกล้ามเนื้อสลายเท่าที่เปิดเผยแล้วต่อสาธารณชนก็คือ

                                                - เมื่อปี ค. ศ. 2001 คณะกรรมการ อาหารและยา (ออยอ.) สหรัฐฯได้มีคำสั่งให้ถอนยาจากตลาดและห้ามจำหน่ายยาในกลุ่มสตาตินตัวหนึ่งเพราะมีหลักฐานรายงานทางการแพทย์ตรงกันหลายรายว่าได้ก่อให้เกิดโรคสภาวะกล้ามเนื้อสลายอย่างชัดเจน

                                                - แม้ว่ากลุ่มยาสตาตินที่ใช้ลดคอเลสเตอรอล ตัวอื่นๆ ยังไม่ได้ถูกห้ามแต่ผลงานวิจัยก็ให้ความจริงเป็นตัวเลขว่า ผู้ที่กินยาตัวใดในกลุ่มสตาตินเป็นประจำ มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคสภาวะกล้ามเนื้อสลายได้เป็นจำนวน 0.44 รายจากจำนวนผู้กินยากลุ่มสตาติน 10,000 คนละหากกินยากกลุ่มสตาตินร่วมกับการกินยากลุ่ม “fibrate” (ไฟเบรท) ที่ใช้ลดคอเลสเตอรอลด้วยเหมือนกัน ก็จะเพิ่มสถิติจากจำนวน 0.4 เสียดายเป็น 5.98 รายใน 10,000 คนต่อปีทันที

                                                - นิตยสาร JAMA (Journal of the American Medical Association) ฉบับวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2004 ซึ่งพิมพ์เผยแพร่โดยสมาคมแพทย์อเมริกัน ที่นับว่าเป็นนิตยสารซึ่งมักมีความเป็นกลางทางวิชาการไม่น่าเชื่อถือทางการแพทย์มากที่สุดฉบับหนึ่งก็ได้รายงานผล กระทบของยาลดไขมันเลือดคือกลุ่มสตาติน (ลดคอเลสเตอรอล) ว่าหากใช้ร่วมกับกลุ่มยาไฟเบรท ให้กับคนไข้ที่สูงอายุรับประทานแล้วก็อาจจะเป็นเหตุให้เกิดโรคสภาวะกล้ามเนื้อสลายได้ถึง 1 คนในทุก 10 คนต่อปี

                                ง) สรุปว่า ท่านผู้ใดที่กำลังรับประทานยากลุ่มสตาตินอยู่เป็นประจำ ท่านไม่สมควรที่จะละเลยในการตรวจเลือด เพื่อมันหาค่า CPK ให้แน่ใจว่าจะไม่เกินกว่า 5 เท่าของเกณฑ์สูงปกติ (ตามมาตรฐานของคลินิกหรือ สถานพยาบาลนั้นๆ ) มิฉะนั้นท่านอาจจะต้องเป็นผู้ที่ตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคสภาวะกล้ามเนื้อสลายก็ได้

                                ทั้งนี้ หากจะได้ตรวจค่า Uric acid ร่วมด้วยเพื่อช่วยยืนยัน ก็อาจทำให้ข้อบ่งชี้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

                2) อาจกำลังเกิดโรคกล้ามเนื้อลีบ (muscular dystrophy) ซึ่งมักเกิดกับเด็กอันเนื่องมาจากพันธุกรรมหรือเกิดจากสาเหตุอื่นในภายหลัง เช่น ยารักษาโรคบางขนานที่กินต่อเนื่องยาวนานหรือยาสมุนไพรบางตัวที่เป็นผิดก็ได้

                เครื่องบ่งชี้ที่จะบอกเหตุให้ทราบก็คือ ค่า CK-MM (ย่อมหมายรวมถึงค่า CPK ด้วย) ย่อมสูงขึ้นผิดปกติ

                3) อาจกำลังเกิดสภาวะโลกกล้ามเนื้ออักเสบ (myositis)

                4) อาจอยู่ในช่วงหลังการรับการผ่าตัดใหญ่

                5) อาจอยู่ในช่วงหลังการรักษาโรคอื่นด้วยการกระตุ้นไฟฟ้า (electroconvulsive therapy)

                6) อาจอยู่ในสภาวะที่ร่างกายขาดโพแทสเซียม

                7) อาจเกิดจากผลกระทบของโรคสภาวะไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป (hypothyroidism)

                หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง (พลเอกประสาร เปรมะสกุล) ได้โดยการซื้อหนังสือ (คู่มือแปลผลการตรวจเลือด)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่