Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

การช่วยหายใจสำหรับแมวแก่

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,736,308 คน

การช่วยหายใจและการช่วยฟื้นคืนชีพ

การช่วยหายใจและการช่วยฟื้นคืนชีพนี่ถือเป็นขั้นตอนที่ฉุกเฉินซึ่งไม่มีใครอยากที่จะใช้ เนื่องจากคุณเจ้าของควรที่จะพาแมวของคุณไปพบสัตวแพทย์ก่อนที่ปัญหาจะรุนแรงจนถึงขั้นต้องกู้ชีพ แต่ถ้าหากมีความจำเป็นและปฏิบัติอย่างถูกต้อง การช่วยฟื้นคืนชีพจะช่วยยื้อเวลาให้คุณสามารถพาแมวไปพบสัตวแพทย์ได้

อาการต่อไปนี้เป็นอาการที่เมื่อคุณเจ้าของพบว่าเกิดกับแมวแล้วควรจะรีบพาไปพบสัตวแพทย์โดยทันที 

สิ่งที่ต้องทำการสังเกต

  • อาการหายใจลำบาก
  • มีอาการอ่อนแรง
  • หมดสติ
  • มีอาการป่วยอย่างฉับพลัน
  • พฤติกรรมเปลี่ยนทันทีโดยไม่สามารถอธิบายได้
  • ได้รับการกระทบกระเทือนหรือได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง

ก่อนที่คุณจะเริ่มทำการช่วยหายใจหรือทำการกู้ชีพ คุณควรที่จะมั่นใจว่าแมวต้องการจริงๆ  เนื่องจากคุณจะมีความเสี่ยงสูงมากถ้าหากว่าทำการช่วยหายใจในช่วงที่แมวกำลังจะตื่น คุณสามารถตรวจเช็คดังต่อไปนี้เพื่อตัดสินใจว่าควรที่จะทำการช่วยหายใจหรือไม่

  • ตรวจเช็คการหายใจ โดยดูจากการเคลื่อนไหวของช่องอก หรือสัมผัสด้วยมือของคุณ หรืออาจทำการเอามืออังบริเวณด้านหน้าจมูกของแมวเพื่อดูว่ามีการเกิดไอน้ำขึ้นหรือไม่ ถ้ามีแสดงว่ายังไม่ต้องการการช่วยหายใจ
  • ทำการตรวจเช็คสีเหงือก ถ้าหากว่ามีม่วงช้ำหรือสีเทาจะเป็นการแสดงออกว่าได้รับออกซิเจนไม่พอ แต่ถ้าหากว่าเหงือกสีซีดแสดงว่ามีการไหลเวียนของเลือดไม่ดีพอ
  • ทำการเช็คชีพจรที่ด้านในของต้นขา
  • ฟังการเต้นของหัวใจ

การดูแลโดยทันที

  1. ตรวจเช็คการหายใจ
  2. ถ้าหากไม่พบว่ามีการหายใจ ให้ทำการอ้าปากแมวแล้วทำการเอาสิ่งที่อุดตันในทางเดินหายใจออก
  3. ทำการดึงลิ้นออกมาด้านนอกปากแล้วทำการปิดปากให้สนิท
  4. เหยียดลำคอให้ตรง แล้วทำการเป่าลมเข้าจมูกของแมว โดยเป่าทุกๆ 6 วินาที (10ครั้งต่อนาที)
  5. ทำการสำรวจการเคลื่อนไหวที่บริเวณช่องอก โดยอกจะต้องยกขึ้นเมื่อทำการเป่าลมเข้าไปและยุบลงเมื่อลมออก
  6. ถ้าหากว่าหัวใจหยุดเต้น ควรทำทั้งการช่วยหายใจและการกู้ชีพ
  7. ตรวจเช็คชีพจรและการเต้นของหัวใจ
  8. ถ้าหากไม่พบว่ามีการเต้นใดๆ ให้ทำการวางแมวลงทางด้านขวาบนพื้นเรียบ
  9. ทำการวางมือด้านหลังข้อศอกของสัตว์ แล้วทำการกดประมาณ 1/3-1/2 ของความหนาของร่างกายสัตว์
  10. ทำการกด 100-120 ครั้งต่อนาที และทำการช่วยหายใจทุกการกด 30 ครั้ง

การดูแลของสัตวแพทย์

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่ายกายแมวอย่างคร่าวๆ โดยการเช็คการทำการงานของหัวใจและปอดก่อนที่จะเริ่มการกู้ชีพ และถ้าหากว่าสัตวแพทย์สามารถกู้ชีพได้สำเร็จ ค่อยมาทำการตรวจเพื่อหาสาเหตุของการเกิดปัญหา

การรักษา

  1. ควรทำการสอดท่อช่วยหายใจเพื่อให้ออกซิเจนในการช่วยหายใจ
  2. ทำการเปิดเส้นเพื่อให้ง่ายต่อการให้ยาหรือสารน้ำเวลาฉุกเฉิน
  3. อาจทำการให้ epinephrine หรือยาฉุกเฉินเพื่อกระตุ้นการเต้นของหัวใจและการหายใจ

การจัดการและความเป็นอยู่

ถ้าหากว่าแมวของคุณเคยถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรง คุณควรที่จะต้องตัดสินใจก่อนว่าแมวของคุณเหมาะที่จะทำการช่วยชีวิตหรือไม่ โดยจะต้องทำการตัดสินใจก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น จะได้ทราบว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร ส่วนมากแมวที่จะต้องทำการกู้ชีพนั้นมักจะไม่ค่อยรอดชีวิต แต่ถ้าหากว่ารอดชีวิตแล้ว แมวควรที่จะพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลจนกว่าจะสามารถวินิจฉัยและมีอาการคงที่

คุณเจ้าของที่จะปฏิบัติตามที่สัตวแพทย์บอก แต่ถ้าหากพบว่าอาการของแมวไม่ดีขึ้นหรือว่าแย่ลงคุณควรที่จะต้องทำการติดต่อสัตวแพทย์โดยทันที

การป้องกัน

อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ในบางครั้งอาจรุนแรงถึงขั้นที่จะต้องช่วยหายใจหรือทำการกู้ชีพ การตรวจร่างกายประจำปีและการดูแลที่เหมาะสมจะช่วยลดโอกาสที่แมวจะต้องทำการช่วยหายใจ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม