มะเร็งและโรคร้าย

การตรวจหาปริมาณแคลเซียมในเส้นเลือดแดงโคโรนารี (Coronary Artery Calcium Scans)

เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) เพื่อตรวจหาโรคหลอดเลือดโคโรนารี (Coronary artery disease)
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
การตรวจหาปริมาณแคลเซียมในเส้นเลือดแดงโคโรนารี (Coronary Artery Calcium Scans)

>การตรวจหาปริมาณแคลเซียมมีประโยชน์ในโรคหลดเลือดโคโรนารีหรือไม่?

ในโรคหลอดเลือดโคโรนารี (Coronary artery disease) หรือที่ย่อว่าซีเอดี (CAD) คือภาวะหลอดเลือดแดงตีบแข็ง (Atherosclerosis) ทำให้ด้านในของเส้นหลอดแดงโคโรนารีที่เรียบและยืดหยุ่นกลับแข็งขึ้น และบวมขึ้นเนื่องจาก “พลาค (plaques)” ซึ่งเป็นที่ที่แคลเซียม ไขมัน และเซลล์อักเสบที่ผิดปกติมาสะสม เหนือสิ่งอื่นใด หมายความว่า ถ้าคุณมีแคลเซียมมาสะสมในเส้นเลือดแดงโคโรนารี อย่างน้อยคุณต้องเป็นโรคหลอดเลือดโคโรนารีอยู่บ้าง หลายปีที่ผ่านมาแพทย์รู้ว่าเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์บางเครื่องที่มีความละเอียดสูงสามารถตรวจหาและวัดขนาดแคลเซียมที่สะสมในเส้นเลือดแดงโคโรนารีได้ (มีชื่อเรียกหลากหลายสำหรับเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ใช้สแกนหัวใจแต่เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ใช้วัดขนาดแคลเซียมที่สะสมในเส้นเลือดแดงโคโรนารีมักเรียกง่าย ๆ ว่า “แคลเซียมสแกน”)

แคลเซียมสแกนทำอย่างไร?

การทำแคลเซียมสแกนนั้น เหมือนกับการทำเอ็กซเรย์อื่น ๆ อยู่มาก คุณจะต้องนอนบนเตียงเอ็กซเรย์และมีเส้นลวดติดกับหน้าอกเพื่อบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจและเตียงเอ็กซเรย์จะเลื่อนเข้าไปในเครื่องสแกน จากนั้นต้องกลั้นหายใจประมาณ 1 นาทีเพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจน ผลของเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์นั้น ถ้ามีลักษณะจำเพาะที่เป็น “จุดขาว” ซึ่งบ่งบอกว่าเป็นแคลเซียมที่สะสมในเส้นเลือดแดงโคโรนารี และปริมาณของแคลเซียมจะวัดออกมาเป็นคะแนน

ปริมาณของแคลเซียม

ปริมาณของแคลเซียมที่อยู่ในเส้นเลือดแดงโคโรนารีจะแบ่งเป็นคะแนนที่เรียกว่า เอแกทสัน สเกล ดังนี้

  • 0 คือ ตรวจไม่พบโรค
  • 1 ถึง 99 เป็นโรครุนแรงเล็กน้อย
  • 100 ถึง 399 เป็นโรครุนแรงปานกลาง
  • 400 ขึ้นไป เป็นโรครุนแรงมาก

แคลเซียมสแกนใช้ในกรณีใด

ยังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากว่าใครบ้างที่ควรทำแคลเซียมสแกนและจะใช้ผลสแกนอย่างไร ข้อถกเถียงนี้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง เนื่องจากแต่เดิมแล้วแพทย์จะใช้การสแกนนี้เพื่อตรวจหาเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ซึ่งเป็นการอุดตันบางส่วนของเส้นเลือดแดงโคโรนารีที่ต้องใส่ขดลวดถ่างเส้นเลือด แต่กลับกลายเป็นว่าแคลเซียมสแกนไม่ค่อยมีประโยชน์สำหรับการหาเส้นเลือดอุดตัน โดยมีผู้ป่วยหลายรายที่มีคะแนนแคลเซียมสูงแต่ไม่มีการอุดตันของเส้นเลือดแม้ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดโคโรนารีจริง ดังนั้น ในตอนแรกแคลเซียมสแกนทำให้ผู้ป่วยต้องทำการใส่ขดลวดสวนหัวใจโดยไม่จำเป็นและเมื่อใส่ขดลวดสวนหัวใจแล้วพบว่าไม่มีการอุดตันของเส้นเลือดโคโรนารีก็แปลว่าแคลเซียมสแกนนั้นให้ “ผลบวกลวง” และปัจจุบันนี้ แพทย์ทราบแล้วว่าประโยชน์สำคัญของแคลเซียมสแกนนั้นไม่ใช่การหาจุดที่เส้นเลือดอุดตัน แต่เป็นการหาว่าผู้ป่วยมีโรคหลอดเลือดโคโรนารีหรือไม่และใช้ประเมินความรุนแรงของโรค ข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการตัดสินใจว่าจะหาการปรับเปลี่ยนปัจจัยเสี่ยงของโรคมากน้อยเพียงใด

ความเสี่ยงของการทำแคลเซียมสแกนคืออะไร?

ความเสี่ยงจริง ๆ ของเพียงอย่างเดียวของแคลเซียมสแกนคือการโดนรังสีซึ่งเกิดขึ้นในการเอ็กซเรย์ทุก ๆ ชนิด โดยปริมาณของรังสีที่คนคนหนึ่งจะได้รับในการทำแคลเซียมสแกนนั้นแตกต่างกันเล็กน้อยตามเครื่องมือที่ใช้ และก่อนที่จะทำแคลเซียมสแกนควรถามที่ห้องปฏิบัติการก่อนว่าจะได้รับรังสีปริมาณเท่าใดในการทำสแกนที่นั่น โดยปริมานที่เหมาะสมของรังสีในการทำแคลเซียมสแกนคือประมาร 2-3 มิลลิซีเวิร์ต ซึ่งเท่ากับประมาณ 8-12 เท่าของรังสีในธรรมชาติ

ใครควรทำแคลเซียมสแกน?

ประโยชน์ของแคลเซียมสแกนโดยมากแล้ว ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดโคโรนารี โดยสามารถประเมินความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดโคโรนารี (แบ่งเป็นความเสี่ยงต่ำ ปานกลาง สูง) โดยการตอบคำถามเพียงไม่กี่ข้อ คนที่จัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำจะมีโอกาสน้อยที่จะพบความผิดปกติจากสแกนนั้น ปัจจุบันไม่แนะนำให้ทำแคลเซียมสแกน ส่วนผู้ที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูงมีโอกาสสูงที่จะพบความผิดปกติจากสแกนนั้นได้รับประโยชน์น้อยมากจากการทำแคลเซียมสแกน แต่ในคนที่มีความเสี่ยงปานกลางจะมีประโยชน์ในการทำแคลเซียมสแกนโดยคนกลุ่มนี้จะดูค่อนข้างแข็งแรงยกเว้นมีปัจจัยเสี่ยงสองหรือสามข้อที่เกือบจะผิดปกติ การตัดสินใจนั้นค่อนข้างยากว่าจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างหนักกับหรือใช้ยาสแตตินหรือยาแอสไพรินเพื่อป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดโคโรนารี ซึ่งแคลเซียมสแกนจะเป็นประโยชน์โดยถ้าคะแนนแคลเซียมมีค่าปานกลางหรือสูงจะถูกจะจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง (ไม่ใช่เสี่ยงปานกลางอีก) ที่จะเกิดหัวใจวาย

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างหนักควรเริ่มทำรวมถึงการใช้ยาสแตตินและยาแอสไพริน ในทางตรงกันข้ามถ้าคะแนนแคลเซียมต่ำคืออาจไม่เป็นโรคหลอดเลือดโคโรนารีหรือเป็นโรคเพียงเล็กน้อยจึงไม่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมากนัก (เช่นการปรับกิจวัตรประจำวันบางอย่าง) ท้ายที่สุด เช่นเดียวกับการตรวจอื่น ๆ ถ้าแคลเซียมสแกนมีประโยชน์ในการช่วยตัดสินใจว่าจะรักษาและปรับพฤติกรรมอย่างไรก็จะเป็นความคิดที่ดีที่จะตรวจ แต่ถ้าไม่ช่วยก็ไม่ต้องตรวจ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่