การผ่าตัด

การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและการดามขดลวด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 6, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 9 นาที
Istock 629366408 %281%29

การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและการดามขดลวดเป็นหัตถการเพื่อรักษาการตีบตันของหลอดเลือดหัวใจที่เชื่อมต่อและส่งเลือดไปยังกล้ามเนื้อหัวใจ ระหว่างการดำเนินการขยายหลอดเลือดทั้งสองวิธี แพทย์จะทำการขยายหลอดเลือดที่ตีบด้วยบอลลูนและลวดโลหะ ทำให้เลือดสามารถไหลเวียนได้สะดวกขึ้น

การขยายหลอดเลือดหัวใจดังกล่าวมักเรียกกันว่า:

  • การขยายหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยบอลลูน (PTCA)
  • การขยายหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยสายสวน (PCI)

เหตุใดจึงมีการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนเกิดขึ้น?

หัวใจของสิ่งมีชีวิตเองก็ต้องการเลือดไปเลี้ยงเช่นเดียวกับอวัยวะส่วนอื่น ๆ ซึ่งตัวหัวใจได้มีเครือข่ายเส้นเลือดแตกแขนงไปมากมายซึ่งเรียกเส้นเลือดกลุ่มนี้ว่าหลอดเลือดหัวใจ

หลอดเลือดเหล่านี้ในผู้ใหญ่อาจเกิดการแข็งตัวและตีบตันเกิดขึ้น ซึ่งเรียกว่าภาวะหลอดเลือดแข็ง หรือภาวะที่ไปจำกัดการไหลเวียนโลหิตไปยังหัวใจจะส่งผลเป็นภาวะเจ็บแน่นหน้าอกตามมา

ภาวะเจ็บแน่นหน้าอกหลายเคสสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยา แต่หากเป็นภาวะที่มาจากการตีบที่รุนแรง จะต้องใช้กรรมวิธีขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนแทน

การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนยังเป็นหัตถการรักษากรณีฉุกเฉินแก่ผู้ที่เกิดภาวะหัวใจวายอีกเช่นกัน

ประโยชน์ของการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนมีอะไรบ้าง?

หากคุณประสบกับภาวะเจ็บแน่นหน้าอก การรักษาด้วยบอลลูนจะสามารถ:

  • บรรเทาอาการเจ็บแน่น หรือหนักทรวงอก
  • ลดความต้องการใช้ยารักษาภาวะเจ็บแน่นหน้าอก
  • บรรเทาอาการบางอย่าง อย่างเช่นการหายใจขาดช่วง
  • ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น
  • ทำให้คุณสามารถดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้สุดความสามารถ อย่างเช่นการเดินขึ้นลงบันได หรือการเดิน เร็ว ๆ เป็นต้น

หากคุณประสบกับภาวะหัวใจวายมาก่อน การรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนจะช่วยลด:

  • การบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อหัวใจ
  • ลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหัวใจวายซ้ำอีกครั้ง

ก่อนเข้ารับการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน

ก่อนที่คุณจะเข้ารับการผ่าตัดขยายหลอดเลือดหัวใจ คุณต้องผ่านการประเมินสุขภาพล่วงหน้าการผ่าตัดไม่กี่วันเสียก่อน โดยส่วนใหญ่จะเป็นการตรวจเลือดและตรวจสุขภาพทั่วไป

ยิ่งคุณมีร่างกายแข็งแรงมากเท่าไร การฟื้นตัวหลังผ่าตัดขยายหลอดเลือดหัวใจจะยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น กระนั้นแพทย์ก็ต้องตรวจสอบก่อนว่ากิจกรรมใดที่เหมาะสมกับคุณก่อนเข้ารับการผ่าตัดบ้าง

การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนสามารถดำเนินการอย่างไรบ้าง?

ระหว่างการผ่าตัดขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน แพทย์จะทำการสอดสายสวนที่มีบอลลูนติดอยู่ เข้าไปในเส้นเลือดแดงของคุณ

บอลลูนดังกล่าวจะขยายตัวออกเพื่อทำให้หลอดเลือดแดงมีขนาดกว้างขึ้น และจะมีการใช้ลวดสอดเข้าไปยังเส้นเลือดหัวใจตามมา

ตัวลวดดังกล่าวจะดันผนังเส้นเลือดออก ซึ่งจะคั้นเอาไขมันที่สะสมภายในเส้นเลือดออกมาเพื่อทำให้เลือดไหลผ่านได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

กระบวนการทั้งหมดมักใช้เวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งอาจจะนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับจำนวนตำแหน่งหลอดเลือดที่ต้องรับการแก้ไข

หลังหัตถการคุณสามารถให้ผู้ดูแลที่คุณพามาด้วยพากลับบ้านได้ทันที

การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนปลอดภัยขนาดไหน?

การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนเป็นกระบวนการรักษาหัวใจที่ง่ายที่สุด

จะไม่มีการกรีดผิวหนังขนาดใหญ่บนร่างกายและมีผลข้างเคียงหลังการรักษาที่เบามาก ๆ

ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนจะแตกต่างกันไปตามกรณีบุคคล โดยความเสี่ยงมักจะเพิ่มขึ้นตามอายุหรือภาวะสุขภาพที่คนไข้เป็นอยู่

ภาวะหลอดเลือดแข็ง

หลอดเลือดแดงของคุณจะแข็งและตีบตามอายุที่มากขึ้น แต่ภาวะนี้จะก่อตัวเร็วขึ้นหากว่าคุณ:

  • สูบบุหรี่
  • มีความดันโลหิตสูง
  • เป็นเบาหวาน
  • ชอบรับประทานอาหารไขมันสูง
  • ไม่ค่อยออกกำลังกาย
  • และอยู่ในกลุ่มเชื้อชาติที่มีความเสี่ยง (สถานที่ที่คุณเกิดหรือพื้นเพดั้งเดิมของคุณเอง)

สำหรับผู้ที่มีสายเลือดชาวแอฟริกันฝั่งทะเลแคริบเบียนและเอเชียใต้ (อย่างอินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ และศรีลังกา) จะมีความเสี่ยงเป็นความดันโลหิตสูงและภาวะหลอดเลือดแข็งสูงกว่าชนชาติอื่น

ภาวะเจ็บแน่นหน้าอก

เมื่อหลอดเลือดหัวใจเกิดแข็งตัวและตีบตันขึ้นจนมาถึงจุดจุดหนึ่ง หัวใจของคุณจะเริ่มทำงานผิดปรกติเนื่องจากได้รับเลือดมาเลี้ยงไม่พอเหมาะ ทำให้เกิดภาวะแน่นหน้าอกขึ้นมาเมื่อคุณเดินหรือออกแรง

ภาวะดังกล่าวจะไม่ส่งผลอันตรายต่อกล้ามเนื้อหัวใจ มันเพียงแต่ส่งผลทำให้คุณ:

  • มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก กราม หรือหลัง
  • ขาดใจติดขัด
  • หากภาวะแน่นหน้าอกนี้ไม่ตอบสนองต่อยาที่ใช้ หรือกลับมีอาการแย่ลง แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับการรักษาด้วยการสอดบอลลูนที่หลอดเลือดหัวใจแทน

ภาวะหัวใจวาย

การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนสามารถดำเนินการกับผู้ป่วยภาวะหัวใจฉุกเฉินได้อีกเช่นกัน

วิธีการดำเนินการ

หากคุณต้องเข้ารับการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและการดามขดลวด คุณต้องผ่านการประเมินสุขภาพก่อนเริ่มการผ่าตัดไม่กี่วัน

ซึ่ง ณ ขั้นตอนนี้จะเป็นโอกาสอันดีที่คุณจะได้สอบถามพูดคุยกับศัลยแพทย์ที่จะมารักษาคุณ

ต้องมีการตรวจประเมินเส้นเลือดหัวใจของคุณเพื่อให้มั่นใจว่าเทคนิคการรักษานี้จะสามารถดำเนินการกับกรณีของคุณได้ ซึ่งมักจะทดสอบด้วยการฉีดสีเข้าหลอดเลือดหัวใจ

คุณจะสามารถทานยาต่าง ๆ ได้ตามปรกติ ไปจนถึงวันก่อนเข้ารับหัตการ ยกเว้นเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือด อย่างวอร์เฟริน อีกทั้งหากคุณต้องทานยาควบคุมเบาหวาน ก็อาจต้องมีการปรับเวลาทานยาอีกเช่นกัน โดยทีมรักษาจะเป็นผู้ชี้แจงและปรับเปลี่ยนให้แก่คุณเอง

สถานที่ดำเนินการ

การฉีดสีหลอดเลือดมักดำเนินการกันในห้องปฏิบัติการสวนหลอดเลือด

โดยห้องดังกล่าวจะเป็นห้องที่มีอุปกรณ์เอกซเรย์ไว้ด้วย เพื่อให้แพทย์สามารถสอดส่องกระบวนการผ่านทางหน้าจอได้ตลอดเวลา

ระยะเวลาดำเนินการ

คุณต้องนอนหงายบนเตียงเอกซเรย์

คุณจะถูกเชื่อมเข้ากับเครื่องสอดส่องหัวใจและจะได้รับยาชาเฉพาะที่เพื่อให้บริเวณผิวหนังที่ต้องมีการสวนสายชา

จะมีการสอดสายเข้าไปยังเส้นเลือดดำ โดยคุณจะได้รับยาแก้ปวดหรือยาระงับประสาทไว้ก่อน และแพทย์ (หทัยแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจ) จะกรีดรอยเล็ก ๆ บนผิวหนังรอบขาหนีบหรือข้อมือเพื่อสอดท่อเข้าไป โดยสายสวนจะถูกนำทางไปยังเส้นเลือดแดงหลักของร่างกาย (เอออร์ตา) และเข้าไปยังช่องเปิดของหลอดเลือดหัวใจทางซ้ายไม่ก็ขวา

สายขนาดบางเล็กและยืดหยุ่นจะผ่านเข้าไปยังหลอดเลือดเพื่อทำการรักษาบริเวณที่มีการตีบขึ้น

แพทย์จะปล่อยบอลลูนขนาดเล็กเข้าไปตามสายดังกล่าว ไปจนถึงบริเวณที่ตีบตันเพื่อให้ตัวบอลลูนขยายออกโดยจะใช้เวลาประมาณ 60 วินาที โดยกระบวนการนี้จะบีบลอกสารจำพวกไขมันที่สะสมอยู่บนผนังเส้นเลือดแดงออก และอาจต้องทำเช่นนี้หลายครั้ง

ขณะที่บอลลูนกำลังพองตัว หลอดเลือดจะตันโดยสมบูรณ์ ทำให้คุณมีอาการเจ็บหน้าอกบ้าง ซึ่งเป็นอาการปรกติที่ไม่จำเป็นต้องกังวลแต่อย่างใด เมื่อบอลลูนหดตัวลง ความเจ็บปวดดังกล่าวจะหายไป หากคุณรู้สึกไม่สบายหรือเจ็บปวดเกินไป ให้แจ้งแพทย์ผู้ดำเนินการเพื่อให้พวกเขาจัดใช้ยาแก้ปวดแก่คุณ

ขณะที่สายสวนเคลื่อนผ่านเส้นเลือดแดง คุณจะไม่รู้สึกผิดแปลกอะไรนอกจากรู้สึกถึงการเต้นหัวใจที่ขาดหายไปหรือเพิ่มขึ้นมาในบางช่วงเท่านั้น ซึ่งเป็นอาการปรกติจากกระบวนการรักษาที่ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวล

หากแพทย์ทำการดามลวดด้วย ลวดจะถูกสอดไปพร้อมกับบอลลูนและจะถูกทิ้งเอาไว้ในหลอดเลือดของคุณอย่างนั้น

ประเภทของการดามลวด

ลวดที่ใช้ในกระบวนการดามเป็นขดลวดที่ดัดเป็นรูปท่อสั้น ๆ ซึ่งทำหน้าที่คล้ายตะแลงแกงเพื่อคงสภาพหลอดเลือดให้เปิดอยู่ตลอดเวลา

ลวดดังกล่าวมีอยู่ 2 ประเภทคือ:

  • ลวดโลหะเปล่า ๆ (ไม่ผ่านการเคลือบ)
  • กับลวดเคลือบยา ซึ่งยาที่ใช้เคลือบจะช่วยลดความเสี่ยงที่เส้นเลือดจะเกิดการตีบอีกครั้ง

ข้อเสียของการใช้ลวดโลหะเปล่า ๆ คือหลอดเลือดมีโอกาสเกิดการตีบอีกครั้งประมาณ 30% ซึ่งกรณีที่เกิดการตีบอีกครั้งนั้นจะเกิดมาจากเนื้อเยื่อหลอดเลือดที่ฟื้นตัวเองจนโตขึ้นรอบ ๆ ตัวลวดนั่นเอง

โอกาสที่จะเกิดปัญหาดังกล่าวจะลดลงหากใช้ลวดเคลือบยา ซึ่งตัวยาดังกล่าวจะลดความเสี่ยงที่จะทำให้เนื้อเยื่อโดยรอบโตขึ้นรอบ ๆ ขดลวด

หากคุณต้องทำการดามขดลวด คุณต้องได้รับยาต้านเกล็ดเลือดเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดลิ่มเลือดก่อตัวบนขดลวดอีกเช่นกัน

ซึ่งยาต้านเกล็ดเลือดมีดังนี้:

  • แอสไพริน: ต้องทานทุกเช้าไปตลอดชีวิต
  • โคลพิเกรล: ทานติดต่อกัน 12 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภทของลวดที่ใช้ดามเส้นเลือด หรือในกรณีที่คุณเคยประสบกับภาวะหัวใจวายมาก่อน
  • พรากูเซล กับไทกาเกรลอร์: สามารถใช้แทนยาโคลพิเกรลได้ในบางกรณี

ช่วงท้ายของการรักษา

เมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้นลง แพทย์จะตรวจสอบว่าการไหลเวียนเลือดภายในหลอดเลือดนั้น ๆ เป็นไปอย่างปกติดีหรือไม่

หากลุล่วงไปได้ด้วยดี แพทย์จะนำบอลลูน สาย และสายสวนออก และทำการหยุดเลือดที่ไหลด้วยการกดแผลหรือท่ออุดที่สลายตัวได้เอง

การฟื้นตัวหลังการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน

หลังการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน แพทย์มักจะให้คุณพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล แม้ว่าคนไข้ที่เข้ารับการรักษานี้จะกลับบ้านได้ทันทีที่เสร็จสิ้นกระบวนการแล้วก็ตาม

ก่อนจะออกจากโรงพยาบาล แพทย์จะชี้แจงการรับประทานยาแก่คุณ ในบางครั้งคุณอาจถูกแพทย์สั่งให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิตหลังจากนี้อีกด้วย

คุณจะได้รับแจ้งวันนัดติดตามผลอีกที

หลังการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน คุณจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตและดำเนินกิจกรรมได้ตามปกติภายในหนึ่งสัปดาห์ แต่หากคุณต้องรับการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนแบบฉุกเฉินหรือจากภาวะหัวใจวาย คุณอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนก็เป็นได้

การขับขี่ยานพาหนะ

หลังการรักษา คุณจะไม่สามารถขับรถได้หนึ่งอาทิตย์ ดังนั้นคุณควรพาบุคคลที่สามมากับคุณเพื่อทำการรับส่งคุณภายหลังการรักษาด้วย

หากคุณเป็นผู้หาเลี้ยงชีพด้วยการขับขี่ยานพาหนะขนาดใหญ่อย่างรถบัส คุณควรแจ้งผู้ว่าจ้างของคุณก่อนว่าคุณทำการรักษาขยายหลอดเลือดหัวใจมา

รอยฟกช้ำ ณ จุดที่ถูกสายสวน

คุณจะมีรอยฟกช้ำบริเวณที่แพทย์เจาะสายสวนเข้าไป ซึ่งไม่เป็นภาวะอันตรายแต่อย่างใด แต่อาจมีอาการปวดเล็กน้อยไม่กี่วันเท่านั้น

แต่ก็มีบ้างที่แผลดังกล่าวจะเกิดการติดเชื้อขึ้น

ให้คุณคอยสังเกตการณ์ฟื้นฟูของรอยดังกล่าวให้ดี หากมีอาการแดงหรือปวดเมื่อยมากขึ้นที่จุดนั้น ให้แจ้งแพทย์ผู้ดูแลในทันที

การยกของหนัก

หลังการขยายหลอดเลือดหัวใจ พยายามหลีกเลี่ยงการยกของหนักเป็นเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ หรือจนกว่าแผลจะหายสนิท

การมีเพศสัมพันธ์

หากก่อนหน้าการรักษา ชีวิตคู่ของคุณระส่ำระส่ายเนื่องจากภาวะปวดแน่นหน้าอก คุณจะรู้สึกดีและกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นภายหลังการรักษา แปลว่าหลังการรักษา คุณจะสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ทันทีที่คุณรู้สึกพร้อม

แต่หากคุณมีความกังวลอยู่ ก็สามารถทำการปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลได้

จากข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญ การมีเพศสัมพันธ์จะสร้างกิจกรรมให้หัวใจเหมือนการเดินขึ้นบันไดสูง ๆ นั่นเอง

การรักษาอื่น ๆ ที่ตามมา

ผู้คนส่วนมากที่เข้ารับการรักษาขยายหลอดเลือดหัวใจจะต้องทานยาเจือจางโลหิตเป็นเวลาหนึ่งปี โดยมักจะต้องทานร่วมกับแอสไพรินกับโคลพิโดเกรลโดสน้อย ๆ ด้วย

ต้องรับประทานยาตามเวลาที่แพทย์กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เนื่องจากการหยุดยาเร็วเกินไปจะทำให้ความเสี่ยงที่หลอดเลือดจะเกิดการตีบอีกครั้งมีสูงมากขึ้น

โดยตัวยาโคลพิโดเกรลจะช่วยป้องกันปฏิกิริยาเคมีที่ร่างกายใช้กระตุ้นให้เกิดการแข็งตัวของเลือดขึ้น

โดยระยะเวลาที่ต้องทานยาโคลพิโดเกรลจะหยุดลงตามเวลาที่กำหนดไว้ แต่คนส่วนมากต้องทานแอสไพรินโดสน้อยไปเรื่อย ๆ ตลอดชีวิตอยู่ดี

หากมีภาวะเจ็บแน่นหน้าอกอีกครั้ง

ถ้าคุณมีอาการเจ็บหน้าอกอีกครั้ง คุณจะต้องเข้ารับการประเมินเพิ่มเติม โดยคุณต้องคอยสอดส่องร่างกายของคุณและรายงานแพทย์ทันทีที่พบอาการนี้ให้เร็วที่สุด

คุณอาจต้องเข้ารับการประเมินเพื่อทำการรักษาขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและลวดอีกครั้ง หรือแพทย์จะตัดสินใจให้ทำการผ่าตัดสร้างทางเบี่ยงเส้นเลือดหัวใจแทนก็ได้ (CABG)

ความเสี่ยงของการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน

เช่นเดียวกับกระบวนการผ่าตัดทุกอย่าง การรักษาขยายหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยบอลลูนก็มีความเสี่ยงที่จะมีภาวะข้างเคียงเช่นเดียวกัน

ใครเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงบ้าง?

ทีมแพทย์จะเป็นผู้ชี้แจงข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับความเสี่ยงที่คุณอาจประสบ โดยปัจจัยที่เพิ่มโอกาสเกิดภาวะข้างเคียงมีดังต่อไปนี้:

อายุ

ยิ่งคุณมีอายุมากเท่าไร โอกาสเกิดความเสี่ยงจะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น โดยผู้ที่มีอายุ 60 ปีที่ไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอื่น ๆ เลยจะมีโอกาสเกิดภาวะข้างเคียงน้อยกว่า 1% ในขณะที่ผู้ที่มีอายุ 80 ปีจะมีความเสี่ยงที่ 3%

กระบวนการรักษาเป็นแบบใด

การผ่าตัดแบบฉุกเฉินจะทำให้แพทย์ไม่มีเวลามาวางแผนการรักษาล่วงหน้า ทำให้ย่อมมีความเสี่ยงมากขึ้นตาม

โรคไต

หากคุณเป็นโรคไต การใช้สารย้อมรังสีระหว่างการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจจะทำให้เกิดความเสียหายที่ไตของคุณ

มีการตันของหลอดเลือดหัวใจมากกว่าหนึ่งจุด เรียกกันว่า multi-vessel disease

เคยประสบกับภาวะทางหัวใจร้ายแรงมาก่อน ซึ่งรวมไปถึงภาวะหัวใจล้มเหลวด้วย

ภาวะข้างเคียงที่สามารถเกิดขึ้นได้

ภาวะข้างเคียงที่มักเกิดหลักการขยายหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยบอลลูนมีดังนี้:

  • ภาวะหัวใจวาย: คาดการณ์ว่าเกิดขึ้น 1 ใน 100 กรณีเท่านั้น
  • ภาวะสมองขาดเลือด: คาดการณ์ว่าเกิดขึ้น 1 ใน 200 กรณีเท่านั้น
  • ภาวะเลือดออกมากหลังการผ่าตัด: : คาดการณ์ว่าเกิดขึ้น 1 ใน 200 กรณี หากเกิดขึ้นต้องเข้ารับการถ่ายเลือดในทันที
  • ภาวะข้างเคียงเหล่านี้อาจส่งผลผลถึงชีวิตได้ โดยคาดกันว่ามีเคสคนไข้เสียชีวิตประมาณ 1 จาก 500 กรณีเท่านั้น

มีตัวเลือกผ่าตัดประเภทอื่นหรือไม่?

หัตถการที่สามารถดำเนินการแทนการรักษาขยายหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยหัวใจก็คือการผ่าตัดสร้างทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (CABG)

หากคุณสามารถเลือกได้ว่าต้องการเข้ารับการรักษาแบบใด คุณต้องทราบถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละกรรมวิธี ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้:

การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน

เป็นกระบวนการที่แทรกแซงร่างกายน้อยมาก ทำให้คุณสามารถฟื้นตัวหลังการผ่าตัดเร็วกว่า CABG

กระบวนการมีอัตราการเกิดภาวะข้างเคียงต่ำกว่าอีกเช่นกัน แต่ก็มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าผู้ที่เข้ารับการรักษาขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนหนึ่งในสี่คนต้องเข้ารับการรักษาภาวะเส้นเลือดตีบอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามในอนาคต จำนวนผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้งอาจลดลงอย่างมากเนื่องจากการใช้ขดลวดเคลือบยานั่นเอง

CABG

CABG เป็นกระบวนการผ่าตัดที่ต้องใช้ระยะเวลาฟื้นตัวภายหลังนานกว่าการรักษาด้วยบอลลูน และมีอัตราการเกิดผลข้างเคียงสูงกว่ามาก

แต่มีคนไข้เพียง 1 ใน 10 คนเท่านั้นที่ต้องกลับมารักษาตัวอีกครั้ง

งานวิจัยในปี 2009 พบว่าหัตถการ CABG มีประสิทธิภาพมากแม้กับผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี หรือผู้ที่เป็นเบาหวานก็ตาม

คุณสามารถปรึกษาขอคำแนะนำทั้งผลประโยชน์และความเสี่ยงของทั้งสองกระบวนการผ่าตัดได้จากทีมแพทย์ผู้ดูแล

Percutaneous transluminal coronary rotational atherectomy (PTCRA)

Percutaneous transluminal coronary rotational atherectomy (PTCRA) เป็นกระบวนการที่คล้ายกับการขยายหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยบอลลูน แต่แทนที่จะใช้บอลลูนและขดลวดในการขยายหลอดเลือด กรรมวิธีดังกล่าวจะใช้การเจาะทำลายสิ่งสะสมภายในหลอดเลือดแทน

มักจะใช้กับหลอดเลือดแดงที่มีปริมาณแคลเซียมสูง ซึ่งตัวแคลเซียมนี้จะทำให้เส้นเลือดแข็งจนทำให้ไม่สามารถใช้งานบอลลูนหรือขดลวดได้ดีเท่าที่ควร

หลังจากมีการเจาะเส้นเลือดไปแล้ว มักจะรักษาด้วยการใช้บอลลูนและเส้นลวดตามปรกติ

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่