Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การรักษา

ตาปลา เกิดจากอะไร รักษาได้ไหมนะ?

ตาปลา เกิดจากอะไร มีอาการเป็นอย่างไร รักษาได้ไหม แล้วจะป้องกันอย่างไรดี บทความนี้มีคำตอบ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,822,891 คน

ตาปลา เกิดจากอะไร รักษาได้ไหมนะ?

ตาปลา (Corns) คือ ตุ่มนูนเล็กๆ มักพบที่เท้าและมือโดยเฉพาะบนนิ้ว ง่ามนิ้ว และฝ่าเท้า ฝ่ามือ ตาปลาเกิดจากเนื้อเยื่อผิวหนังชั้นบนบริเวณนั้นมีการหนาตัวขึ้น พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย แม้จะไม่มีอันตรายรุนแรงใดๆ แต่ตุ่มตาปลาเหล่านี้อาจทำให้ระคายเคืองเวลาสัมผัส หรือสวมใส่รองเท้า อีกทั้งยังทำให้มือและเท้าดูไม่เรียบเนียน ไม่สวยงาม จนหมดความมั่นใจไม่อยากให้ใครเห็น

ตาปลาเกิดจากอะไร?

สาเหตุหลักของการเกิดตาปลา มักมาจากการเสียดสีซ้ำไปซ้ำมาของผิวหนังบริเวณนั้น โดยทั่วไปก็เกิดจากพฤติกรรมของเราเองนั่นเอง เช่น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพ อายุมากกว่า 50 ปี ลด 15%

เริ่มที่ 2,541 บาท คัดกรองโรคที่เจอบ่อย พร้อมจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน เลือกดูและสอบถามเราวันนี้

Istock 643564758
  • ชอบสวมใส่รองเท้าที่หลวม หรือคับแน่นเกินไป จนพื้นผิวรองเท้าเสียดสีกับผิวหนังมากกว่าปกติ
  • ชอบสวมรองเท้าส้นสูงที่มีการบีบรัดหน้าเท้ามากๆ
  • สวมรองเท้าหุ้มส้นโดยไม่ใส่ถุงเท้า
  • เดินลงน้ำหนักไม่เหมาะสม
  • เดินโดยไม่สวมรองเท้า
  • ใช้มือทำงานมากๆ เช่น เขียนหนังสือมาก หรือยกของหนักบ่อยๆ
  • เล่นกีฬาที่มีการเสียดสีบริเวณมือหรือเท้า เช่น ยิมนาสติก เตะฟุตบอล
  • มีผิวแห้ง เนื่องจากมีไขมันใต้ชั้นผิวหนังน้อย
  • เกิดจากความผิดปกติทางสรีระ เช่น มีนิ้วมือ นิ้วเท้าผิดรูป (ภาวะนิ้วหัวแม่เท้าเอียง (bunion) หรือนิ้วเท้าหงิกงอผิดปกติ (hammertoe)) ทำให้เกิดการเสียดสีมากกว่าปกติ

อาการและลักษณะของตาปลา

  • เป็นตุ่มหนานูน หยาบ และแข็งกว่าปกติ หรือเป็นตุ่มที่มีจุดกดแข็งอยู่ตรงกลาง
  • เมื่อกดแล้วรู้สึกเจ็บ เนื่องจากผิวหนังชั้นเคราตินลอกออกและสะสมกันจนไปกดทับผิวหนังชั้นในที่มีเส้นประสาทอยู่
  • ผิวบริเวณตุ่มจะแห้งและลอกเป็นขุย มีสีเหลือง และความวาวคล้ายขี้ผึ้ง
  • บางครั้งอาจพบตาปลาชนิดอ่อนซึ่งผิวบริเวณตุ่มจะนิ่มและชุ่มชื้น และมีการลอกตัวอยู่เสมอ

ตาปลาอันตรายหรือไม่

ตาปลาไม่ใช่โรคและไม่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่ก็ทำให้เกิดความยากลำบากในชีวิตประจำวันได้ เช่น ตาปลาที่เท้าทำให้เจ็บเวลาเดิน เคลื่อนไหวไม่สะดวก ตาปลาที่มือก็ทำให้เจ็บปวดเวลาทำงาน หรือหยิบจับสิ่งของ 

ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงก็อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน อาจเกิดการติดเชื้อและอักเสบที่แผลตาปลาได้ หากปล่อยไว้นานและไม่รีบรักษา

การรักษาตาปลา

การรักษาตาปลาโดยทั่วไป สามารถทำได้โดย

  • ตัดแต่งผิวหนังบริเวณตาปลา หากตาปลามีขนาดใหญ่ แพทย์จะใช้มีดตัดผิวหนังส่วนเกินออก เพื่อไม่ให้ตาปลานูนหนาและสร้างความเจ็บปวด แต่วิธีนี้ไม่ควรทำด้วยตัวเอง เพราะอาจเกิดบาดแผลมีเลือดออกและติดเชื้อได้
  • กำจัดตาปลาด้วยตนเอง หากตาปลามีขนาดเล็ก เราอาจรักษาด้วยตัวเองได้ โดยแช่มือ หรือเท้าในน้ำร้อน จนตุ่มตาปลานุ่มลง ใช้หิน หรือตะไบขัดเบาๆ เพื่อเอาผิวที่หนานูนออก จากนั้นจึงเช็ดมือหรือเท้าให้แห้ง และทาโลชั่นป้องกันผิวแห้งแตก วิธีนี้ควรทำเป็นประจำจนกว่าตาปลาจะหายไป แต่ข้อควรระวังคือ ไม่ควรขัดผิวแรงเกินไปเพราะจะทำให้เกิดแผลได้
  • ใช้ยารักษาตาปลา โดยทั่วไปจะเป็นยาทา หรือแผ่นแปะที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก (salicylic) ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา
  • ใช้สมุนไพรธรรมชาติ เช่น หั่นมะนาวเป็นซีกๆ แล้วนำมาถูที่ตาปลาจากนั้นปล่อยทิ้งไว้ หากทำเป็นประจำประมาณ 1 - 2 สัปดาห์ จะทำให้ผิวบริเวณตาปลานิ่มลงได้ แต่วิธีนี้ก็อาจไม่ได้ผลดีมากนัก
  • การผ่าตัด เป็นวิธีที่ใช้ไม่บ่อยนัก ส่วนมากจะใช้รักษาผู้ที่มีตำแหน่งของกระดูกนิ้วมือนิ้วเท้าผิดปกติ

การป้องกันไม่ให้เกิดตาปลา

  • สวมใส่รองเท้าที่มีขนาดพอดีและนุ่มเท้า โดยเฉพาะถ้าต้องเดินมากๆ และหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าที่บีบรัด เช่น รองเท้าส้นสูง
  • หลีกเลี่ยงการเดินโดยไม่สวมรองเท้าและหากสวมรองเท้าหุ้มส้นก็ควรสวมถุงเท้าด้วย
  • หากทำงานที่ต้องใช้มือมาก เช่น งานก่อสร้าง แบกหาม ควรสวมถุงมือเพื่อป้องกันการเสียดสี
  • ใช้ครีม หรือโลชั่นทาบำรุงผิวบริเวณมือและเท้าให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ
  • ตัดเล็บเท้าให้สั้น เพราะหากเล็บเท้ายาวเกินไปจะไปเบียดรองเท้าจนทำให้นิ้วเท้าต้องเสียดสีกับรองเท้าจะทำให้เกิดตาปลาได้


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป