กระจกตาอักเสบแบบไม่มีแผลในแมว (nonulcerative keratitis)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 963,692 คน

กระจกตาอักเสบ (keratitis) กระจกตาคือชั้นใสนอกสุดที่อยู่ด้านหน้าของดวงตา การอักเสบของกระจกตาแบบไม่มีแผล (nonulcerative keratitis) เป็นการอักเสบของกระจกตาที่จะไม่สามารถย้อมติดสีได้ด้วยสีเรืองแสง(fluorescein)ซึ่งเอาไว้ย้อมสีแผลบนกระจกตา หากชั้นบนสุดของกระจกตาแตก (เช่นเป็นแผลหลุม) สีย้อมจะแทรกเข้าไปในชั้นล่างของกระจกตาและย้อมติดสีที่เรืองแสดงภายใต้แสงอัลตราไวโอเล็ตชั่วคราว หากเป็นกระจกตาอักเสบแบบไม่มีแผลผิวกระจกตาจะไม่แตกออกทำให้สีย้อมไปสามารถแทรกเข้าไปในชั้นล่างของกระจกตาได้

การอักเสบของผิวกระจกตาเป็นเวลานานสามารถเกิดขึ้นในสัตว์อายุเท่าใดก็ได้ แต่จะมีความเสี่ยงสูงในแมวอายุระหว่าง 4-7 ปี การอักเสบของกระจกตาแบบนี้มีหลายรูปแบบ การอักเสบอาจอยู่ในส่วนของกระจกตา (ส่วนใส) และส่วนตาขาวตามมา และอาจมีตุ่มขึ้นได้ ภาวะที่ทำให้เกิดปัญหาได้คือการตายของเนื้อเยื่อกระจกตาทำให้เกิดรอยสีเข้มหลงเหลืออยู่บนกระจกตาและมีของเหลวสะสม การอักเสบแบบต่าง ๆ เกิดได้ในทุกอายุแต่แบบที่เกิดการตายของกระจกตาจะพบได้บ่อยที่สุดในแมวพันธุ์ Persian, Siamese, Burmese และ Himalayan ไม่มีการพิสูจน์ว่าเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม แต่พื้นที่ทางภูมิศาสตร์มีผลต่อโอกาสพบโรค สัตว์ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีระดับความสูงจากน้ำทะเลมากจะมีความเสี่ยงมากขึ้น

Herpesvirus ในแมวส่งผลต่อแมวทุกช่วงอายุและทำให้เกิดการอักเสบของกระจกตา รูปแบบนี้จะมีพบเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด eosinophil (เรียกว่า eosinophilic keratitis) และทำให้เนื้อเยื่อกระจกตาตาย เกิดการสะสมของเม็ดสีและของเหลวในกระจกตา สามารถเกิดได้ในแมวทุกอายุยกเว้นลูกแมวเพิ่งเกิด

อาการ

  • Herpesvirus (ไม่มีแผลบนกระจกตา; กระจกตาหนาและชั้นกลางของกระจกตาใส)
    • เป็นในตาข้างเดียวหรือสองข้าง
    • มักมีแผลร่วมด้วย
    • มีของเหลวสะสมในกระจกตา
    • มีหลอดเลือดและเม็ดเลือดเข้ามาในเนื้อเยื่อกระจกตา
    • แผลเป็น อาจส่งผลต่อการมองเห็นหากเป็นรุนแรง
  • การอักเสบของกระจกตาที่มีเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด eosinophil
    • มักจะเป็นเพียงตาเดียว
    • มีแผ่นผิวขรุขระสีขาว ชมพู หรือเทาเกาะบนกระจกตา
    • อาจย้อมติดสีเรืองแสงที่ขอบของรอยแผล
  • ภาวะที่มีการตายของเนื้อเยื่อกระจกตา ทำให้เกิดการสะสมของเม็ดสีและของเหลว
    • มักจะเป็นในตาข้างเดียว แต่อาจเป็นทั้งสองข้างได้
    • มีสีอำพัน น้ำตาล หรือดำ รูปร่างรีหรือกลมติดใกล้กับส่วนกลางของกระจกตา
    • มีขนาดและความลึกหลากหลาย
    • ขอบรองรอยอาจนูนขึ้นเพราะมีของเหลวสะสมอยุ่ในกระจกตา
    • เนื้อเยื่อหนาตัว
    • หลอดเลือดเข้ามาในกระจกตา
    • อาจย้อมติดสีเรืองแสงที่ขอบของรอยแผล
  • การเปลี่ยนสีของกระจกตาเกิดได้หลายแบบ
  • ความไม่สบายตาเกิดได้หลายระดับ

สาเหตุ

  • Herpesvirus ทำให้เกิดกระจกตาอักเสบแบบไม่มีแผล คาดว่าเกี่ยวกับปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกันของร่างกายจากตัวไวรัสมากกว่าเกิดจากไวรัสเอง
  • การอักเสบของกระจกตาแบบมีเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด eosinophil ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่อาจเกี่ยวกับการติดเชื้อไวรัสที่กล่าวไป
  • การตายของเนื้อเยื่อกระจกตาทำให้เกิดการสะสมของเม็ดสีและของเหลว ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่อาจเกิดจากการระคายเคืองของกระจกตาเป็นเวลานานหรือการบาดเจ็บก่อนหน้านี้

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายและตรวจตาของแมว ซักประวัติสุขภาพและเหตุการณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับอาการ การตรวจเซลล์จะช่วยประเมินจำนวนของเซลล์เม็ดเลือดขาว (เป็นการบ่งบอกว่าร่างกายมีการตอบสนองต่อสิ่งที่เข้ามารบกวน) หรือสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมที่อยู่เลือด การตัดชิ้นกระจกตาเนื้อมาตรวจสามารถทำได้ แม้ว่าสัตวแพทย์จะสามารถวินิจฉัยได้โดยไม่จำเป็นต้องเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ

การรักษา

แมวจำเป็นจะต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาลหากไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา โดยทั่วไปสามารถกลับไปหยอดยาเองที่บ้านได้ การบำบัดด้วยรังสีอาจทำในกรณีที่เกิดอากรอักเสบของกระจกตาเป็นเวลานาน การฉายรังสีหรือผ่าตัดด้วยความเย็นสามารถทำได้เพื่อเอาตำแหน่งที่มีการสะสมของเม็ดสีออก

หากเป็นการอักเสบของกระจกตาจากเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด eosinophil การต้องผ่าตัดเอาผิวกระจกตาบางส่วนออกเพื่อนำไปวินิจฉัย แต่มักจะไม่จำเป็นเนื่องจากความผิดปกติจะเป็นเพียงชั่วคราวและหายได้ด้วยการใช้ยารักษา

หากเกิดการตายของเนื้อเยื่อกระจกตาทำให้เกิดการสะสมของเม็ดสีและของเหลวจะต้องทำการผ่าตัดเพื่อเอาผิวของกระจกตาออก แต่มีโอกาสกลับมาเป็นได้อีก หากแมวไม่สบายตาอาจจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อรักษา

สัตวแพทย์สามารถจ่ายยาเพื่อรักษาตามการวินิจฉัยได้

การป้องกัน

การอักเสบของผิวชั้นนอกของกระจกตาเป็นเวลานานจะมีโอกาสเกิดได้มากในแมวที่อาศัยอยู่ที่สูงจากระดับน้ำทะเลมากและถูกแสงแดดรุนแรง

การจัดการ

สัตวแพทย์จะทำการตรวจตาเป็นระยะเพื่อประเมินผลการรักษา จะต้องนัดแมวกลับมาตรวจทุก ๆ 1-2 สัปดาห์ และจะนัดถี่น้อยลงเรื่อย ๆ หากอาการดีขึ้นหรือหายดี ในกรณีที่เกิดปัญหารุนแรงอาจทำให้ไม่สบายตา รบกวนการมองเห็น และแมวบางตัวอาจสูญเสียการมองเห็นแบบถาวร

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม