สุขภาพผู้หญิง

วิธีจัดการกับอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงวันนั้นของเดือน Coping With Common Period Problems

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 8 นาที
วิธีจัดการกับอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงวันนั้นของเดือน Coping With Common Period Problems

คุณผู้หญิงที่ต้องเผชิญกับอาการต่างๆ ที่มาพร้อมกับรอบเดือน ไม่ว่าจะเป็นอาการไม่สบายตัวก่อนมีประจำเดือน ปวดท้องน้อย หรือปวดศีรษะ อาการเหล่านี้ไม่ได้รุนแรงมากจนต้องเป็นกังวลแต่อย่างใด ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณสังเกตตัวเองว่าอาการแบบไหนปกติและอาการแบบไหนที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

อาการปวดต่างๆ มักมาพร้อมกับรอบเดือน และสาวๆ เราต้องเผชิญกับอาการไม่สบายตัวก่อนการมีรอบเดือน ปวดท้อง หรือปวดศีรษะตลอดช่วงเวลามีรอบเดือน ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดขึ้นได้ตามปกติและไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด

ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณสังเกตตัวเองว่าอาการแบบไหนปกติและอาการแบบไหนที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

อาการ PMS คืออะไร

อาการก่อนการมีประจำเดือน หรือ PMS คือ อาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะทางร่างกายหรือทางอารมณ์ที่สาวๆ หลายคนเป็นก่อนรอบเดือนจะมา หากคุณเคยมีอาการ PMS คุณอาจเคยเป็นเช่นนี้

  • เป็นสิว
  • ท้องอืด
  • รู้สึกเหนื่อยล้า
  • ปวดหลัง
  • ปวดคัดเต้านม
  • ปวดศีรษะ
  • ท้องผูก
  • ท้องเสีย
  • อยากอาหารมาก หิวตลอดเวลา
  • รู้สึกซึมเศร้า
  • มีอารมณ์หงุดหงิด
  • อารมณ์แปรปรวน
  • ไม่มีสมาธิ
  • ไม่สามารถจัดการกับความเครียดได้
  • รู้สึกเครียดและวิตกกังวล
  • นอนไม่หลับ

อาการ PMS มักเกิดขึ้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนการมีรอบเดือนและอาการต่างๆ จะหายไปเมื่อรอบเดือนมา

เหตุใดสาวๆ หลายคนมีอาการ PMS

ยังไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจนจากแพทย์เกี่ยวกับสาเหตุของอาการ PMS แต่แพทย์เชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นในช่วงระหว่างที่สาวๆ มีประจำเดือน และฮอร์โมนดังกล่าวจะลดต่ำลง 1 สัปดาห์ก่อนรอบเดือนจะเริ่ม อันเป็นสาเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนทำให้เกิดอาการ PMS นั่นเอง

ไม่มีคำตอบชัดเจนว่าทำไมผู้หญิงบางคนมีอาการ PMS ในขณะที่ผู้หญิงบางคนไม่มี อาจเป็นไปได้ว่าสาวๆ ที่มีอาการ PMS นั้น ร่างกายของพวกเธออ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนหรืออาจเป็นเพราะอาหารที่ทานเข้าไปส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึก โดยเฉพาะเมื่อทาน 1-2 สัปดาห์ก่อนการมีประจำเดือน

สาวๆ สามารถใช้วิธีการเหล่านี้เพื่อเลี่ยงอาการ PMS – ทานผักและผลไม้ให้มากขึ้นและลดของทอดหรืออาหารมัน เช่น มันฝรั่งทอด หรือขนมขบเคี้ยว นอกจากนี้ ควรลดอาหารที่มีรสเค็มหรือมีส่วนประกอบของโซเดียมสูง เนื่องจากเกลือหรือโซเดียมจะดูดซับน้ำในร่างกายและทำให้เกิดอาการท้องอืด ดังนั้นคุณควรดื่มน้ำให้มากขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ควรลดปริมาณการดื่มคาเฟอีนลง เนื่องจากคาเฟอีนจะทำให้คุณรู้สึกตื่นและวิตกกังวล ดังนั้น คุณควรพักผ่อนให้เพียงพอและทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินมากขึ้น นอกจากนี้ การออกกำลังกายหรือการนั่งสมาธิยังสามารถลดอาการ PMS ได้ด้วย

เมื่อเกิดอาการ การรักษาด้วยยาสามารถช่วยได้ สาวๆ หลายคนใช้ยาแก้ปวด อย่าง Ibuprofen เพื่อบรรเทาอาการปวดหลังหรือปวดศีรษะ แต่หากอาการเกิดขึ้นรุนแรง คุณควรปรึกษาแพทย์โดยตรง เนื่องจากแพทย์จะวินิจฉัยอาการปวดและสั่งยาให้ตรงกับอาการที่เกิดขึ้น และคุณควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากมีอาการหดหู่หรือซึมเศร้าร่วมด้วย เพราะอาการเหล่านี้อาจทำให้คุณรู้สึกอยากทำร้ายตัวเองได้

ทำไมสาวๆ จึงมีอาการปวดท้องขณะมีรอบเดือน

สาวๆ จำนวนไม่น้อยมักมีอาการปวดท้องน้อยในช่วง 1-2 วันแรกที่มีรอบเดือน โดยอาการปวดเกิดจากสารเคมีโปรสตาแกลนดิน (prostaglandin) ซึ่งเป็นสารเคมีตามธรรมชาติในร่างกายที่มีคุณสมบัติเหมือนฮอร์โมนทำให้กล้ามเนื้อมดลูกหดตัว แต่อาการปวดจะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันเท่านั้น แต่หากอาการปวดไม่หายไปตลอดช่วงระยะเวลาที่มีประจำเดือน คุณสามารถทานยา Ibuprofen เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดได้

นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังสามารถทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น เนื่องจากเป็นการปลดปล่อยสารเอ็นดอร์ฟีนซึ่งเป็นสารเคมีธรรมชาติในร่างกายทำให้คุณรู้สึกดีและมีความสุข การแช่ในอ่างน้ำอุ่นหรือการประคบถุงร้อนบริเวณหน้าท้องอาจไม่ได้ช่วยให้อาการปวดหายไปซะทีเดียวแต่วิธีการดังกล่าวจะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ ผ่อนคลายได้

หากคุณมีอาการปวดรุนแรงจนลุกไปทำกิจกรรมต่างๆ ไปโรงเรียน หรือแม้แต่ไปทำงานไม่ได้ และเมื่อทานยาแก้ปวดแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้พบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม

เหตุใดรอบเดือนจึงมาไม่ตรงเวลาและขาดหายไปในบางเดือน

เด็กสาวที่เริ่มมีประจำเดือนอาจต้องใช้เวลา 1-2 ปี กว่าที่ประจำเดือนของพวกเธอจะมาเป็นประจำและตรงตามเวลา และถึงแม้จะมาเป็นประจำแล้ว รอบของการมีประจำเดือนอาจแตกต่างกันไปที่ 21-45 วัน ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอาจทำให้ช่วงห่างของการมีประจำเดือนสั้นลง เช่น ประจำเดือนมาก่อนกำหนด 2-3 วัน และอาจเลื่อนออกไป 7 วันในรอบเดือนถัดไป เป็นต้น นอกจากนี้ รอบเดือนของเด็กสาวๆ อาจขาดหายไปบางเดือน หรืออาจมีรอบเดือน 2 ครั้งติดต่อกัน อาจมีประจำเดือนปริมาณมาก หรือรอบเดือนถัดไปประจำเดือนมากะปริดกะปรอยมาก เป็นต้น หากคุณมีเพศสัมพันธ์แล้วพบว่าประจำเดือนขาดหายไป แนะนำให้รีบพบแพทย์เพราะคุณอาจกำลังตั้งครรภ์ก็เป็นได้

การที่ประจำเดือนมาไม่ปกติดังที่กล่าวมาอาจทำให้คุณยุ่งยากไปบ้าง แนะนำให้คุณสังเกตและจดบันทึกวันเริ่มมีประจำเดือนของทุกๆ เดือนไว้ หากนับไปอีก 4 สัปดาห์ ประจำเดือนรอบถัดไปควรต้องมา หากสาวๆ กำลังกังวลว่าประจำเดือนอาจมาแบบกระทันหันในวันที่ใส่ชุดสวย แนะนำให้พกผ้าอนามัยไว้ในกระเป๋าเพื่อเตรียมพร้อมหรือใส่แผ่นอนามัยไว้เพื่อรับมือกับรอบเดือนที่อาจมากระทันหัน

เมื่อสาวๆ มีประจำเดือน ทุกคนจะมีช่วงเวลารอบเดือนของตัวเองและจะเริ่มเป็นปกติและตรงเวลามากขึ้น หากผ่านไปแล้ว 3 ปี รอบเดือนยังมาไม่ปกติหรือประจำเดือนยังขาดหายไปในบางเดือนหรือบางครั้งหายไปหลายๆ เดือน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพราะร่างกายของคุณอาจกำลังมีอะไรผิดปกติอยู่ก็เป็นได้

ทำไมรอบเดือนยังไม่มาสักที

สาวๆ ทุกคนต้องผ่านวัยแรกรุ่นมาด้วยการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกัน เด็กสาวบางคนเริ่มมีประจำเดือนตั้งแต่อายุ 8 หรือ 9 ขวบ ในขณะที่บางคนเริ่มมีประจำเดือนเมื่ออายุ 15 ปี ความแตกต่างที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะระดับฮอร์โมนที่สร้างขึ้นมาในแต่ละคนและพันธุกรรมจากคนในครอบครัว

หากคุณอยากรู้ว่าประจำเดือนของคุณจะเริ่มเมื่อไหร่ ลองสอบถามคนในครอบครัวของคุณดู ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ คุณยาย หรือคุณย่า ว่าพวกเขาเริ่มมีประจำเดือนตั้งแต่อายุเท่าไหร่ เพราะเมื่อคุณเริ่มเป็นหนุ่มสาว การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เกิดขึ้นมักเชื่อมโยงกับพันธุกรรมทางครอบครัวด้วย หรือหากการเปลี่ยนแปลงของคุณแตกต่างไปจากพวกเขา คุณอาจลองปรึกษาญาติเพราะพวกเขาอาจให้คำแนะนำคุณได้

สิ่งที่จะช่วยให้วัยเจริญพันธ์และประจำเดือนของคุณเริ่มต้นตามปกติ ได้แก่ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง เต้นบัลเล่ เล่นกีฬา รวมถึงการทานอาหารให้ครบหมู่ ทานอาหารที่ให้พลังงาน มีส่วนประกอบของวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย จะช่วยให้ร่างกายของคุณเจริญเติบโตตามวัย

อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายอย่างหนักและเข้มงวดเกินไปอาจส่งผลให้การเริ่มมีประจำเดือนเลื่อนออกไปได้ แต่ไม่ต้องกังวล หากประจำเดือนของคุณยังไม่มาในขณะที่คุณอายุ 15 ปีแล้ว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย โดยการตรวจภายในและตรวจเลือดเพื่อดูระดับฮอร์โมน โดยการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนมาล่าช้ากว่าปกติ

แม้อาการต่างๆ ที่มากับการเริ่มมีประจำเดือนอาจทำให้เด็กสาวรู้สึกแปลกไปบ้าง ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่หากอาการที่เกิดขึ้นรุนแรงและส่งผลต่อการดำเนินชีวิตอย่างมาก คุณควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการและรับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม

ภาวะไม่มีประจำเดือน

ภาวะไม่มีประจำเดือน เป็นอาการที่เด็กสาวไม่มีประจำเดือน ซึ่งเด็กสาวที่มีอายุ 15 ปีแล้วแต่ยังไม่มีประจำเดือนเรียกได้ว่าอยู่ในภาวะดังกล่าว ภาวะนี้มีสาเหตุมาจากระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุลหรือพัฒนาการทางด้านร่างกายผิดปกติ

นอกจากนี้ ยังมีภาวะที่เรียกว่าภาวะขาดระดู กล่าวคือ ผู้หญิงที่เคยมีประจำเดือนมาก่อนมีภาวะขาดระดูไปนานอย่างน้อย 3 เดือน มีสาเหตุมาจากการที่ระดับฮอร์โมนจีเอ็นอาร์เอช (GnRH) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่คอยควบคุมการตกไข่และรอบของการมีประจำเดือนลดต่ำลงส่งผลให้เกิดภาวะดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ความเครียด ภาวะเบื่ออาหาร น้ำหนักลดหรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การหยุดใช้ยาคุมกำเนิด อาการไทรอยด์ และอาการซีสต์ที่รังไข่ อาจส่งผลต่อระดับฮอร์โมนในร่างกายของคุณสาวๆ ได้ด้วยเช่นกัน เพื่อให้ร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แพทย์จะใช้วิธีการรักษาด้วยการให้ฮอร์โมน หากการใช้ยารักษาโรคส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของรอบเดือน การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอที่ไม่หักโหมจนเกินไปและการทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ จะช่วยให้ภาวะขาดประจำเดือนดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม คุณควรขอคำแนะนำจากแพทย์ด้วยเช่นกัน

ภาวะประจำเดือนมามากกว่าปกติ

ภาวะเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก (AUB) เป็นภาวะที่มีประจำเดือนมาปริมาณมากๆ และมาในระยะเวลานานหลายวัน กล่าวคือมีประจำเดือนออกมามากกว่าปกตินานกว่า 1-2 วัน ทำให้สาวๆ ที่มีภาวะเช่นนี้ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมงหรือเพียงไม่กี่ชั่วโมง ร่วมกับอาการมีลิ่มเลือดและประจำเดือนมานานกว่า 7 วัน ซึ่งอาจทำให้พวกเธอต้องใช้ทั้งผ้าอนามัยธรรมดาและผ้าอนามัยแบบสอดพร้อมกันเพื่อป้องกันไม่ให้ประจำเดือนไหลซึมผ่านเสื้อผ้าออกมา

สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะประจำเดือนมามากกว่าปกติ คือ ความไม่สมดุลระหว่างฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ด้วยความไม่สมดุลนี้เองทำให้เกิดภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ และเมื่อร่างกายมีการกำจัดเยื่อบุมดลูกออกไปในช่วงที่มีประจำเดือนจึงเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะมีประจำเดือนออกมากผิดปกติ

เด็กสาวหลายคนมีภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลในช่วงที่ร่างกายเปลี่ยนแปลงสู่วัยเจริญพันธุ์ ซึ่งพวกเธอจะมีภาวะประจำเดือนมามากกว่าปกติ โดยอาจมีสาเหตุมาจากโรคไทรอยด์ ภาวะเลือดออกผิดปกติ เกิดการอักเสบ หรือการติดเชื้อในช่องคลอดหรือปากมดลูก

เพื่อตรวจหาสาเหตุของการมีประจำเดือนมากผิดปกติ แพทย์จะทำการตรวจภายใน ตรวจแปปสเมียร์ ตรวจเลือด หรือตรวจอัลตร้าซาวด์ และหากพบสาเหตุแล้วแพทย์จะทำการรักษาโดยพิจารณาจากต้นเหตุของอาการเป็นหลัก

อาการปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง

อาการปวดประจำเดือน (Dysmenorrhea) เป็นคำศัพท์ทางการแพทย์ใช้กับอาการปวดที่เกิดจากการมีประจำเดือน ซึ่งอาการปวดประจำเดือนขั้นปฐมภูมิไม่ได้เกิดจากโรคหรืออาการป่วยใดๆ และเป็นปกติที่สาวๆ จะมีอาการปวดประจำเดือนขั้นปฐมภูมิมากกว่ามีอาการปวดประจำเดือนขั้นทุติยภูมิที่อาจเกิดจากโรคหรืออาการป่วยร่วมด้วย

สาเหตุของการปวดประจำเดือนขั้นปฐมภูมิคือโปรสตาแกลนดิน (prostaglandin) ซึ่งเป็นสารเคมีธรรมชาติที่อยู่ในร่างกายทำให้เกิดอากาการปวดเกร็ง บางครั้งอาจทำให้มีอาการอื่นๆ ด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ปวดหลัง ท้องเสีย และปวดท้องน้อยอย่างรุนแรงเมื่อเป็นประจำเดือน

โชคดีที่อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นเพียง 1-2 วันเท่านั้น โดยแพทย์มักจะสั่งยาแก้อักเสบเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือนขั้นปฐมภูมิให้ นอกจากนี้ แพทย์จะแนะนำให้คุณใช้วิธีการบรรเทาอาการปวดอื่นๆ ด้วย เช่น การออกกำลังกายเบาๆ การใช้ถุงน้ำร้อนประคบที่หน้าท้อง หรือการทานยาคุมกำเนิด

ส่วนสาเหตุของอาการปวดประจำเดือนขั้นทุติยภูมิ ดังนี้

  • เยื่อบุโพรงมดลูก (endometriosis) ที่โดยปกติแล้วจะเจริญเติบโตบริเวณมดลูกเท่านั้น แต่หากเจริญเติบโตผิดที่หรือเจริญเติบโตนอกมดลูกจะทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรง
  • มีการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน (PID) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • มีเนื้องอกบริเวณนอกมดลูก ภายในมดลูก หรือในผนังมดลูก

หากมีอาการปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง คุณจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุเพื่อการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมและเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา

จะทำอย่างไรหากกำลังมีอาการข้างเคียงต่างๆ จากการมีรอบเดือน

หากสาวๆ มีคำถามเกี่ยวกับรอบเดือนหรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกาย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อคุณพบว่ารอบเดือนของคุณมีการเปลี่ยนแปลงผิดปกติไปจากเดิม แม้ว่าอาการที่เกิดจากการมีประจำเดือนไม่ได้รุนแรงมากนักแต่การสังเกตและใส่ใจตัวเองนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น จึงควรพบแพทย์หากมีอาการเหล่านี้

  • รู้สึกหดหู่ซึมเศร้าหรืออาจคิดอยากทำร้ายตัวเอง เนื่องจากอาการ PMS ที่รุนแรง ซึ่งคุณต้องการความช่วยเหลืออย่างด่วนที่สุด
  • เมื่ออายุ 15 ปีแล้ว แต่ประจำเดือนยังไม่มา ให้พบแพทย์และแพทย์จะทำการประเมินหาสาเหตุของอาการ
  • เกิดภาวะขาดระดู โดยขาดการมีประจำเดือนไปหลายรอบเดือนจากที่เคยมาอยู่เป็นปกติและเป็นประจำ ซึ่งภาวะดังกล่าวเป็นสัญญาณบอกว่าคุณกำลังมีระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุลหรืออาจมีภาวะการขาดสารอาหาร
  • เมื่อมีประจำเดือนมาในปริมาณมากและยาวนานผิดปกติ หรือมาติดๆ กันภายใน 1 รอบเดือน ถือว่าเป็นอันตราย เนื่องจากการขาดเลือดอาจส่งผลให้เกิดภาวะเลือดจาง นอกจากนี้ ยังทำให้คุณรู้สึกอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าด้วย
  • มีอาการปวดประจำเดือนมาก เมื่อพบแพทย์ แพทย์จะวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการปวดและรักษาให้อาการปวดบรรเทาลง

จริงๆ แล้วอาการปวดประจำเดือนและอาการที่ประจำเดือนมาไม่ปกติเป็นเรื่องที่ไม่น่ากังวลมากนัก แต่เมื่อคุณสังเกตเห็นความผิดปกติแล้ว การได้รับการรักษาดูแลอย่างทันท่วงทีจะช่วยบรรเทาอาการวิตกกังวลและอาการปวดต่างๆ ลงได้

ที่มาของข้อมูล http://kidshealth.org/en/teens...

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่