โรคเบาหวาน

การควบคุมและกำหนดอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
Istock 635754504 %281%29

โรคเบาหวานเป็นโรคที่เมื่อเป็นแล้วรักษาไม่หาย ต้องทำการรักษาไปตลอดชีวิต และเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคแทรกอื่นๆ ได้อีกมากมาย ถ้ารักษาไม่ต่อเนื่องหรือไม่สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ การควบคุมอาหารเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้ ดังนั้น โรคเบาหวานจึงเป็นอีกโรคหนึ่งที่ต้องใช้อาหารบำบัดควบคู่กันไปกับการรักษาด้วยยา

10.5.1 จุดมุ่งหมายในการควบคุมอาหารในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

1) เพื่อรักษาหรือปรับปรุงภาวะโภชนาการของผู้ป่วย และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเลือกกินอาหารได้อย่างถูกต้องกับพยาธิสภาพของตัวผู้ป่วยเอง มีการกระจายอาหารและสารอาหารให้ได้พลังงานเพียงพอ

2) เพื่อรักษาน้ำหนักตัวและเส้นรอบเอวของผู้ป่วยให้อยู่ในเกณฑ์ที่ควรจะเป็น

3) เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงกับภาวะปกติมากที่สุด

4) เพื่อป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคแทรกซ้อน

5) เพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีสุขภาพโดยรวมดีขึ้น

6) เพื่อให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทั้งนี้เพื่อป้องกัน ลดโรคแทรกซ้อน เช่น โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ, 2549)

10.5.2 ลักษณะอาหารของผู้ป่วยโรคเบาหวาน

คำแนะนำทางโภชนบำบัดในการกำหนดอาหารให้กับผู้ป่วยเบาหวาน โดยมีแนวทาง ดังนี้

10.5.2.1 กำหนดพลังงานและการกระจายสารอาหารให้เหมาะสม

เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงกับการเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ซึ่งหลักสำคัญ คือ ควรรับประทานอาหารครบทุกหมู่ โดยกระจายสัดส่วนของพลังงาน ดังนี้ พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ พลังงานจากโปรตีนประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ และพลังงานจากไขมันประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์

10.5.2.2 สารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต

สมาคมโรคเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกาได้เสนอแนะให้ผู้ป่วยควรได้รับคาร์โบไฮเดรตร้อยละ 55-60 โดยเป็นกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (complex carbohydrate) ประมาณร้อยละ 40-50 ซึ่งได้จากธัญพืชและแป้ง เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว วุ้นเส้น ขนมปัง เผือก หรือมัน ส่วนคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว (simple carbohydrate) ที่ได้จากน้ำตาลในผลไม้ น้ำผลไม้ นม ซึ่งเป็นน้ำตาลจากธรรมชาติ ไม่ควรได้รับเกินร้อยละ 10 ของพลังงานที่ได้จากอาหาร

10.5.2.3 สารอาหารกลุ่มโปรตีน

ควรได้รับประมาณร้อยละ 12-15 ของพลังงาน หรือ 0.8-1.0 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เทียบเท่ากับเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน หรือมีไขมันปานกลางประมาณ 4-5 ช้อนโต๊ะ ไม่ควรใช้เนื้อสัตว์แปรรูปในการประกอบอาหาร

10.5.2.4 สารอาหารกลุ่มไขมัน

ควรได้รับไม่เกินร้อยละ 30 ของพลังงานทั้งหมด และควรเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเป็นส่วนใหญ่ ส่วนไขมันอิ่มตัวไม่ควรเกินร้อยละ 10 และควรรับประทานอาหารที่มีปริมาณคอเลสเตอรอลไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน

10.5.2.5 เพิ่มปริมาณอาหารที่มีใยอาหาร (dietary fiber)

อาหารที่จัดให้ผู้ป่วยควรจัดให้มีใยอาหารประมาณ 20-30 กรัมต่อวัน เนื่องจากพบว่า การเพิ่มปริมาณกากใยอาหารสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ อาหารที่มีใยอาหารสูง ได้แก่ อาหารประเภทธัญพืชไม่ผ่านการขัดสี ถั่วเมล็ดแห้ง ผัก ผลไม้ เป็นต้น

10.5.2.6 ลดปริมาณโซเดียม

ควรลดปริมาณโซเดียมในกรณีที่ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงร่วมกับเบาหวาน โดยให้เกลือแกงไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อวัน

10.5.2.7 กำหนดสัดส่วนของอาหาร

การกำหนดสัดส่วนของอาหารตามพลังงานที่ควรได้รับต่อวัน ควรพิจารณาอุปนิสัยการบริโภค (food habit) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนด และปรับแก้ไขการบริโภคที่ไม่ถูกต้องเพื่อให้เกิดการสมดุล ตามปริมาณหรือจำนวนของสารอาหารแต่ละชนิดที่ผู้ป่วยควรได้รับต่อวันและต่อมื้อ เพื่อให้สามารถบริโภคได้หมด

10.5.2.8 ควรควบคุมอาหารบางรายการ

การควบคุมเบาหวานให้ได้ดีจำเป็นต้องควบคุมอาหารบางรายการ ดังนั้นอาหารที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานไม่ควรรับประทาน หรืออาหารที่รับประทานได้แต่ในปริมาณที่จำกัด และอาหารที่สามารถรับประทานได้ไม่จำกัด แสดงในตารางที่ 10.4

10.5.3 ตัวอย่างขั้นตอนการคำนวณและกำหนดรายการอาหารแลกเปลี่ยนสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

ผู้ป่วยโรคเบาหวานจำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ให้อยู่ในภาวะที่ใกล้เคียงกับภาวะปกติมากที่สุด เพื่อป้องกันความรุนแรงของอาการและภาวะแทรกซ้อน การที่จะควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดี ผู้ป่วยจำเป็นต้องควบคุมอาหารในปริมาณที่เหมาะสม จึงจะสมดุลกับอินซูลินหรือยาที่แพทย์ให้ และอาหารที่ผู้ป่วยรับประทานนั้น แพทย์จะกำหนดทั้งพลังงานและสารอาหาร แต่ไม่สามารถบอกได้ว่ารับประทานมากน้อยเพียงใด จึงจะได้รับพลังงานและสารอาหารตามที่แพทย์กำหนด ซึ่งเป็นสาเหตุให้การกำหนดรายการอาหารนั้นต้องมีการคำนวณหาปริมาณอาหาร โดยนำรายการอาหารแลกเปลี่ยนมาใช้ในการประกอบการคำนวณหาสัดส่วนอาหารที่ผู้ป่วยควรได้รับ ดังแสดงในตัวอย่างการคำนวณดังนี้

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยเบาหวานชาย อายุ 40 ปี น้ำหนัก 60 กิโลกรัม ส่วนสูง 167 เซนติเมตร นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เนื่องจากมีไข้ติดเชื้อ แพทย์กำหนดให้คำนวณพลังงานที่ผู้ป่วยควรได้รับ โดยกำหนดอัตราส่วนของ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ร้อยละ 55 : 20 : 25 ของพลังงานทั้งหมด จงคำนวณพลังงานที่ควรได้รับและกำหนดอาหาร พร้อมทั้งจัดรายการอาหารที่เหมาะสมให้กับคนไข้ผู้ชายคนนี้

ขั้นที่ 1 คำนวณหาความต้องการพลังงานพื้นฐานต่อวัน (basal energy expenditure; BEE) แทนค่าสูตรจากโจทย์กำหนดให้ผู้ป่วยเบาหวานชาย อายุ 40 ปี น้ำหนัก 60 กิโลกรัม ส่วนสูง 167 เซนติเมตร

ขั้นที่ 2 คำนวณหาค่าความต้องการพลังงานรวม (total energy expenditure; TEE) แทนค่าสูตรจากโจทย์ที่กำหนดให้ผู้ป่วยเบาหวานชาย นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เนื่องจากมมีไข้ติดเชื้อ ดังนี้

หมายเหตุ : ในที่นี้ค่า activity factor คือ สามารถทำกิจกรรมนอกเตียงได้ (1.3) ตารางที่ 10.1

                        ค่า injury factor คือ มีไข้ (1.13) ตารางที่ 10.2

                        ค่า TEE = 1,456.5 x 1.3 x 1.13

                                    = 2,139.6 กิโลแคลอรีต่อวัน ปัดเป็น 2,140 กิโลแคลอรีต่อวัน

                        ดังนั้นความต้องการสารอาหารของผู้ป่วยชายคนนี้ คือ 2,140 กิโลแคลอรีต่อวัน

ขั้นที่ 3 การกระจายสัดส่วนพลังงานที่ควรได้รับ โจทย์กำหนดให้ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ร้อยละ 55 : 20 : 25 ของพลังงานทั้งหมด

ขั้นที่ 4 การคำนวณหาปริมาณสารอาหารที่ร่างกายต้องการต่อวัน

ขั้นที่ 5 การกำหนดปริมาณอาหารที่คำนวณได้ โดยใช้รายการอาหารแลกเปลี่ยน (ตารางที่ 10.5)

ขั้นที่ 6 การแบ่งส่วนอาหารที่คำนวณไว้ทั้งวันเป็นมื้อ นำสัดส่วนอาหารที่ได้จากตารางที่ 10.5 มากำหนดมื้ออาหารเป็น 5 มื้อ ดังแสดงในตารางที่ 10.6

ขั้นที่ 6 กำหนดรายการอาหารที่คำนวฯได้ เนื่องจากเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน ในการจัดรายการอาหารควรงดน้ำตาล แต่ให้พลังงานในรูปคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนจากข้าว ธัญพืช เนื้อสัตว์ ไขมันปานกลางถึงไขมันต่ำ และจากกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเป็นส่วนใหญ่ อาจเน้นให้รับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง ดังตัวอย่างในตารางที่ 10.7 และ 10.8

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จากหนังสือ "พื้นฐานโภชนบำบัด" โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อัจฉรา ดลวิทยาคุณ จากสำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่