Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
การคุมกำเนิด

แผ่นแปะคุมกำเนิด (Birth Control Patch)

แผ่นแปะคุมกำเนิด ใช้อย่างไร มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 16 มี.ค. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
แผ่นแปะคุมกำเนิด (Birth Control Patch)

หากคุณตัดสินใจที่จะมีเพศสัมพันธ์ อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย และความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ด้วย ซึ่งแผ่นแปะคุมกำเนิดก็เป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำหรับช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ แต่หลายคนอาจยังไม่รู้จักว่าแผ่นแปะคุมกำเนิดมีวิธีใช้และทำงานอย่างไร และมีผลข้างเคียงต่อร่างกายหรือไม่

แผ่นแปะคุมกำเนิดคืออะไร

แผ่นแปะคุมกำเนิด เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดประมาณ 4½ เซนติเมตร ผิวแผ่นแปะมีลักษณะเรียบ บาง เป็นสีเบจหรือสีเนื้อ ใช้สำหรับแปะบริเวณผิวหนัง เพื่อให้ตัวยาในแผ่นแปะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และออกฤทธิ์ป้องกันการตั้งครรภ์ ซึ่งกลไกการออกฤทธิ์จะมีลักษณะเหมือนกับการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด หรือยาฉีดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม เพื่อควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย

🩺 จูงมือกันไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคร้ายต่างๆ กันดีกว่า หากตรวจพบเร็ว ก็รักษาหายเร็ว

Healthcheckupinternal ad

แผ่นแปะคุมกำเนิดทำงานอย่างไร

แผ่นแปะคุมกำเนิดประกอบด้วยฮอร์โมน 2 ชนิด คือ 

ฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิดนี้จะออกฤทธิ์ป้องกันการตกไข่ เพราะหากไม่มีการตกไข่เกิดขึ้น การตั้งครรภ์ก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน เนื่องจากอสุจิจะไม่สามารถปฏิสนธิกับไข่ได้ โดยฮอร์โมนจะส่งผลให้มูกบริเวณปากมดลูกหนาตัวขึ้น ทำให้อสุจิเดินทางสู่ไข่ที่อาจหลุดออกมาที่มดลูกได้ลำบากมากขึ้น 

นอกจากนี้ ฮอร์โมนยังส่งผลต่อเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิไม่สามารถฝังตัวที่ผนังมดลูกได้

การออกฤทธิ์

แผ่นแปะคุมกำเนิดจะออกฤทธิ์เหมือนกับการใช้ฮอร์โมนคุมกำเนิด เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด หรือห่วงคุมกำเนิด โดยมีวิธีการใช้คือ แปะตั้งแต่วันแรกของรอบเดือน หรือแปะวันอาทิตย์แรกหลังจากเริ่มมีรอบเดือน และต้องเปลี่ยนแผ่นแปะทุกๆ สัปดาห์เป็นเวลา 3 สัปดาห์ต่อรอบเดือน 1 ครั้ง ซึ่งสามารถแปะแผ่นคุมกำเนิดได้บริวณ

  • ท้องน้อย 
  • ก้น 
  • ต้นแขนด้านนอก 
  • ลำตัวส่วนบน 

แต่ไม่ควรแปะบริเวณหน้าอก และในสัปดาห์ที่ 4 จะไม่มีการแปะแผ่น เพราะจะเป็นช่วงเวลาที่มีประจำเดือนพอดี

วิธีการใช้

การแปะแผ่นคุมกำเนิดในวันเดียวกันทุกๆ สัปดาห์นั้นสำคัญมาก เพื่อคงประสิทธิภาพของการคุมกำเนิด เช่น ผู้หญิงคนหนึ่งเริ่มแปะแผ่นคุมกำเนิดในวันจันทร์ เธอจึงควรแปะแผ่นทุกๆ วันจันทร์เป็นประจำ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย

🩺 จูงมือกันไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคร้ายต่างๆ กันดีกว่า หากตรวจพบเร็ว ก็รักษาหายเร็ว

Healthcheckupinternal ad

และเมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแผ่นคุมกำเนิด เพียงแค่ดึงแผ่นเดิมออก แล้วแปะแผ่นใหม่ โดยให้เปลี่ยนบริเวณในการแปะไปตามบริเวณของร่างกายที่แนะนำไปข้างต้น เพื่อลดอาการระคายเคือง และไม่ควรแปะบนผิวที่เป็นแผล หรือเป็นผื่นแพ้

ช่วง 7 วันแรกที่มีการใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด แนะนำว่าให้ใช้วิธีการคุมกำเนิดอื่นๆ ร่วมด้วยเพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าจะไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น

หากลืมแปะแผ่นคุมกำเนิดใหม่ ต้องทำอย่างไร

หากคุณลืมแปะแผ่นใหม่เมื่อถึงเวลา หรือเมื่อแผ่นแปะหลุดออกมา ให้คุณศึกษารายละเอียดจากฉลากผลิตภัณฑ์ หรือปรึกษาแพทย์ โดยคุณอาจต้องใช้วิธีการคุมกำเนิดอื่นๆ ไปก่อน เช่น การใช้ถุงยางอนามัย หรือหยุดการมีเพศสัมพันธ์ไปก่อนสักระยะ เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ และหากคุณมีเหตุจำเป็นต้องหยุดใช้แผ่นแปะ คุณจะต้องใช้วิธีการคุมกำเนิดอื่นๆ ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากลอกแผ่นแปะออกแล้ว

ข้อควรระวังในการใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด

  • คุณสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติระหว่างที่ใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด ไม่ว่าจะเป็นการว่ายน้ำ หรือออกกำลังกาย แม้แผ่นแปะจะเปียกเมื่อโดนเหงื่อ หรือเมื่ออาบน้ำ แต่คุณไม่จำเป็นต้องลอกมันออกแต่อย่างใด 
  • คุณไม่ควรลอกแผ่นแปะออกมาเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งในการแปะเมื่อยังไม่ถึงเวลา เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพของฮอร์โมนลดลง 
  • หากแผ่นแปะหลุกลอกออกมา แนะนำให้เปลี่ยนแผ่นแปะอันใหม่ไปเลย หากยังหลุดลอกอยู่ ให้คุณลองเปลี่ยนขนาดของแผ่นแปะให้ใหญ่ขึ้น หรือใช้เทปกาวแปะทับอีกที และต้องปรึกษาแพทย์ทันทีหากแผ่นแปะหลุดร่วงหายไป
  • ไม่ควรใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดกับบริเวณผิวที่มีเครื่องสำอาง โลชั่น แป้ง หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ เพราะจะทำให้แผ่นแปะหลุดร่วงได้ง่าย นอกจากนี้ สารเคมีจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของฮอร์โมนได้ด้วย
  • เมื่อดึงแผ่นแปะออกมาหลังจากครบกำหนดแล้ว ให้พับด้านกาวเข้าหากันก่อนทิ้ง จะเป็นการป้องกันไม่ให้สารเคมีแพร่กระจายสู่ชิ้นส่วนขยะอื่นๆ ที่อาจถูกฝังลงสู่ดินเพื่อการทำลายต่อไป และต้องไม่ทิ้งแผ่นแปะที่ใช้แล้วลงในโถส้วมเป็นอันขาด

แผ่นแปะคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดเพียงใด

แผ่นแปะคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับยาเม็ดคุมกำเนิด นั่นคือ 9 จาก 100 คู่รัก จะมีโอกาสตั้งครรภ์จากการใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดในปีแรก และสาเหตุของการตั้งครรภ์นั้น มักเกิดจากวิธีการใช้แผ่นแปะที่ไม่ตรงเวลา ลืมแปะ หรือการลอกแผ่นแปะออกก่อนเวลา ทำให้ลดประสิทธิภาพของฮอร์โมนและเพิ่มโอกาสให้ตั้งครรภ์ได้

สำหรับเด็กสาวที่มีน้ำหนักตัวเกินกว่า 90 กิโลกรัม การทำงานของแผ่นแปะคุมกำเนิดอาจมีประสิทธิภาพลดลง 

โดยทั่วไปแล้ว ประสิทธิภาพของการคุมกำเนิดแต่ละชนิดนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย

🩺 จูงมือกันไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคร้ายต่างๆ กันดีกว่า หากตรวจพบเร็ว ก็รักษาหายเร็ว

Healthcheckupinternal ad
  • ปัญหาทางสุขภาพอื่นๆ 
  • การใช้ยารักษาโรค เพราะคุณต้องใช้ยาให้ตรงเวลาเสมอ
  • ความสะดวกในการใช้วิธีการคุมกำเนิด 

แผ่นแปะคุมกำเนิดป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้หรือไม่

แผ่นแปะคุมกำเนิดไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศได้ ดังนั้น หากมีเพศสัมพันธ์ คุณจำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย เพื่อป้องกันโรคติดต่อที่อาจมากับการมีเพศสัมพันธ์ และวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการตั้งครรภ์ และการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คือ การงดมีเพศสัมพันธ์ (abstinence)

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

การใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดถือเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่มีความปลอดภัย เนื่องจากผู้ใช้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีผลข้างเคียงจากการใช้ แต่การสูบบุหรี่เมื่อมีการใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดอยู่ อาจส่งผลให้มีผลข้างเคียงได้ ดังนั้นแพทย์จึงไม่แนะนำให้ผู้สูบบุหรี่ใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด 

และผลข้างเคียงจากการใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด จะมีอาการคล้ายกับการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ดังนี้

  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอย แม้ไม่ได้เป็นช่วงรอบเดือน
  • คลื่นไส้ ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ และปวดคัดเต้านม
  • อารมณ์แปรปรวน
  • เกิดภาวะเลือดจับตัวเป็นลิ่ม ซึ่งเกิดขึ้นน้อยมากในผู้หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปีที่ไม่สูบบุหรี่ และผลข้างเคียงนี้อาจเกิดขึ้นกับการใช้แผ่นแปะมากกว่าการทานยาเม็ดคุมกำเนิด

ผลข้างเคียงอื่นๆ ที่เกิดจากการใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด

  • แผ่นแปะอาจทำให้ผิวที่ถูกแปะเกิดอาการระคายเคือง
  • มีปัญหาเมื่อใช้คอนแทคเลนส์ เช่น ระยะการมองเห็นของสายตาเปลี่ยน หรืออาจไม่สามารถใส่คอนแทคเลนส์ได้ตามปกติ
  • มีอาการปวดประจำเดือน

ซึ่งอาการที่กล่าวมาจะเกิดขึ้นไม่รุนแรงและจะหายไป 2-3 เดือนหลังจากเริ่มใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด

แผ่นแปะคุมกำเนิดเหมาะกับใคร

การใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดเป็นทางเลือกที่ดีวิธีหนึ่งสำหรับ

  • ผู้หญิงที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 90 กิโลกรัม
  • ผู้ที่มักลืมทานยาคุมกำเนิด
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการกลืนยา

แต่ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะสามารถใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดได้ สำหรับผู้ที่มีการทานยารักษาโรค หรือปัญหาทางสุขภาพต่างๆ ก็อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของฮอร์โมนคุมกำเนิด และอาจเป็นอันตรายได้ โดยแพทย์จะไม่แนะนำวิธีคุมกำเนิดนี้กับผู้ป่วยที่มีอาการหรือโรคต่อไปนี้

ส่วนผู้หญิงที่มีเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงที่ไม่มีประจำเดือน หรือสงสัยว่ากำลังตั้งครรภ์ จำเป็นต้องหยุดใช้แผ่นแปะ หรือใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นใดไปก่อนและรีบไปพบแพทย์ทันที

ผู้ที่สนใจ และต้องการทราบเกี่ยวกับการคุมกำเนิด รวมถึงผลข้างเคียงของวิธีการคุมกำเนิดรูปแบบต่างๆ และการใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง หรือสูตินรีแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสมได้

การพบแพทย์ก่อนใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด

การใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำโดยแพทย์ ซึ่งแพทย์จะซักประวัติทางสุขภาพของคุณ ของคนในครอบครัว และอาจตรวจร่างกายของคุณก่อน ทั้งการตรวจวัดความดันโลหิตและการตรวจภายใน เป็นต้น หากแพทย์ยืนยันว่าคุณสามารถใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดได้ แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการใช้ต่อไป

ผู้หญิงที่เริ่มใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด จะต้องพบแพทย์เพื่อตรวจวัดความดันโลหิตอีกครั้งหลังจากการใช้ไปแล้วประมาณ 1-2 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่าการใช้แผ่นแปะไม่ได้มีปัญหาใดๆ หลังจากนั้น แพทย์จะนัด 1-2 ครั้งต่อปี หรือเมื่อจำเป็น เพื่อดูว่าการใช้แผ่นแปะเป็นไปอย่างปกติดีหรือไม่

ราคาของแผ่นแปะคุมกำเนิด และจะหาซื้อได้จากที่ใด

แผ่นแปะคุมกำเนิดมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 900 – 2,500 บาทต่อเดือน ซึ่งการซื้อตามโรงพยาบาลรัฐ หรือศูนย์อนามัยของรัฐอาจมีราคาถูกกว่าซื้อตามร้านขายยา โดยการปรึกษาแพทย์เพื่อการคุมกำเนิดและการคุมกำเนิดมักได้รับการครอบคลุมอยู่ในแผนสุขภาพของประกันสุขภาพด้วย

ที่มาของข้อมูล  http://kidshealth.org/en/teens...


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป