การคุมกำเนิด

แผ่นแปะคุมกำเนิด (Birth Control Patch)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 2, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 111,676 คน

แผ่นแปะคุมกำเนิด (Birth Control Patch)

หากคุณตัดสินใจที่จะมีเพศสัมพันธ์ อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยและการตั้งครรภ์ด้วยล่ะ มาดูกันว่าแผ่นแปะคุมกำเนิดคืออะไรและทำงานอย่างไร

แผ่นแปะคุมกำเนิดคืออะไร

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

คลิก

แผ่นแปะคุมกำเนิดมีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดประมาณ 4½ ซม. ผิวแผ่นแปะมีลักษณะเรียบ บาง สีเบจหรือสีเนื้อ ใช้สำหรับแปะบริเวณผิวหนังเพื่อให้ตัวยาในแผ่นแปะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและออกฤทธิ์ป้องกันการตั้งครรภ์ ซึ่งกลไกการออกฤทธิ์จะมีลักษณะเหมือนกับการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดหรือยาฉีดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมเพื่อควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย

แผ่นแปะคุมกำเนิดทำงานอย่างไร

แผ่นแปะคุมกำเนิดประกอบด้วยฮอร์โมน 2 ชนิด คือ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่ออกฤทธิ์ป้องกันการตกไข่ เพราะหากไม่มีการตกไข่เกิดขึ้นการตั้งครรภ์ก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกันเนื่องจากอสุจิจะไม่สามารถปฏิสนธิกับไข่ได้ โดยฮอร์โมนจะส่งผลให้มูกบริเวณปากมดลูกหนาตัวขึ้น ทำให้อสุจิเดินทางสู่ไข่ที่อาจหลุดออกมาที่มดลูกได้ลำบากมากขึ้น นอกจากนี้ ฮอร์โมนยังส่งผลต่อเยื่อบุโพรงมดลูกทำให้ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิไม่สามารถฝังตัวที่ผนังมดลูกได้

แผ่นแปะคุมกำเนิดออกฤทธิ์เหมือนกับการใช้ฮอร์โมนคุมกำเนิด เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิดหรือห่วงคุมกำเนิด โดยมีวิธีการใช้คือ แปะตั้งแต่วันแรกของรอบเดือนหรือแปะวันอาทิตย์แรกหลังจากเริ่มมีรอบเดือน และต้องเปลี่ยนแผ่นแปะทุกๆ สัปดาห์เป็นเวลา 3 สัปดาห์ต่อรอบเดือนหนึ่ง ซึ่งสามารถแปะแผ่นคุมกำเนิดบริวณท้องน้อย ก้น ต้นแขนด้านนอก ลำตัวส่วนบน แต่ไม่ควรแปะบริเวณหน้าอก และในสัปดาห์ที่ 4 จะไม่มีการแปะแผ่นเพราะจะเป็นช่วงเวลาที่มีประจำเดือนพอดี

วิธีการใช้

การแปะแผ่นคุมกำเนิดในวันเดียวกันทุกๆ สัปดาห์นั้นสำคัญมากเพื่อคงประสิทธิภาพของการคุมกำเนิด ยกตัวอย่างเช่น เด็กสาวคนหนึ่งเริ่มแปะแผ่นคุมกำเนิดในวันจันทร์ เธอจึงควรแปะทุกๆ วันจันทร์เป็นประจำ

และเมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแผ่นคุมกำเนิด เพียงแค่ดึงแผ่นเดิมออกและแปะแผ่นใหม่ โดยเปลี่ยนบริเวณในการแปะไปตามที่แนะนำไปแล้วข้างต้นเพื่อลดอาการระคายเคือง ไม่ควรแปะบนผิวที่เป็นแผลหรือเป็นผื่นแพ้

ช่วง 7 วันแรกที่มีการใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด แนะนำว่าให้ใช้วิธีการคุมกำเนิดอื่นๆ ร่วมด้วยเพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าจะไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น

หากคุณลืมแปะแผ่นใหม่เมื่อถึงเวลาหรือเมื่อแผ่นแปะหลุดออกมา ให้คุณศึกษารายละเอียดจากฉลากผลิตภัณฑ์หรือปรึกษาแพทย์ โดยคุณอาจต้องใช้วิธีการคุมกำเนิดอื่นๆ ไปก่อนอย่างการใช้ถุงยาอนามัยหรือหยุดการมีเพศสัมพันธ์ไปก่อนสักระยะเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ และหากคุณมีเหตุจำเป็นต้องหยุดใช้แผ่นแปะ คุณจะต้องใช้วิธีการคุมกำเนิดอื่นๆ ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากลอกแผ่นแปะออกแล้ว

การใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดยังทำให้คุณสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นการว่ายน้ำหรือออกกำลังกาย แม้แผ่นแปะจะเปียกเมื่อโดนเหงื่อหรือเมื่ออาบน้ำแต่คุณไม่จำเป็นต้องลอกมันออกแต่อย่างใด และคุณไม่ควรลอกแผ่นแปะออกมาเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งในการแปะเพราะจะทำให้ประสิทธิภาพของฮอร์โมนลดลง หากแผ่นแปะหลุกลอกออกมา แนะนำให้เปลี่ยนแผ่นแปะอันใหม่ไปเลย หากยังหลุดลอกอยู่ให้คุณลองเปลี่ยนขนาดของแผ่นแปะให้ใหญ่ขึ้นหรือใช้เทปกาวแปะทับอีกที และต้องปรึกษาแพทย์ทันทีหากแผ่นแปะหลุดร่วงหายไป

คุณไม่ควรใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดกับบริเวณผิวที่มีเครื่องสำอาง โลชั่น แป้ง หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ เพราะจะทำให้แผ่นแปะหลุดร่วงได้ง่าย นอกจากนี้ สารเคมีจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของฮอร์โมนได้ด้วย

เมื่อดึงแผ่นแปะออกมาหลังจากครบกำหนดแล้ว พับด้านกาวเข้าหากันก่อนทิ้ง จะเป็นการป้องกันไม่ให้สารเคมีแพร่กระจายสู่ชิ้นส่วนขยะอื่นๆ ที่อาจถูกฝังลงสู่ดินเพื่อการทำลายต่อไป และต้องไม่ทิ้งแผ่นแปะที่ใช้แล้วลงในโถส้วมเป็นอันขาด

แผ่นแปะคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดเพียงใด

จากการศึกษาอย่างต่อเนื่อง พบว่าแผ่นแปะคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับยาเม็ดคุมกำเนิด นั่นคือ 9 จาก 100 คู่รักมีโอกาสตั้งครรภ์จากการใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดในปีแรก และแน่นอนที่ว่าสาเหตุของการตั้งครรภ์นั้นเกิดจากวิธีการใช้ ซึ่งการใช้แผ่นแปะไม่ตรงเวลา ลืมแปะ หรือการลอกแผ่นแปะออกก่อนเวลา จะลดประสิทธิภาพของฮอร์โมนและเพิ่มโอกาสให้ตั้งครรภ์ได้

สำหรับเด็กสาวที่มีน้ำหนักตัวเกินกว่า 90 กก. การทำงานของแผ่นแปะคุมกำเนิดอาจมีประสิทธิภาพลดลง

โดยทั่วไปแล้ว ประสิทธิภาพของการคุมกำเนิดแต่ละชนิดนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปัญหาทางสุขภาพอื่นๆ การใช้ยารักษาโรค และความสะดวกในการใช้วิธีการคุมกำเนิดเพราะคุณต้องใช้ยาให้ตรงเวลาเสมอ เป็นต้น

การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

แผ่นแปะคุมกำเนิดไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศได้ ดังนั้น หากมีเพศสัมพันธ์จำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วยเพื่อป้องกันโรคติดต่อที่อาจมากับการมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการตั้งครรภ์และการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คือ การงดมีเพศสัมพันธ์ (abstinence)

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

การใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดนั้นถือเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่มีความปลอดภัย เนื่องจากผู้ใช้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยพบว่ามีผลข้างเคียงจากการใช้ แต่การสูบบุหรี่เมื่อมีการใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดอาจส่งผลให้มีผลข้างเคียงได้ ดังนั้นแพทย์จึงไม่แนะนำให้ผู้สูบบุหรี่ใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด

ผลข้างเคียงที่เกิดจากใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดจะมีอาการคล้ายกับการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ดังนี้

  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอยแม้ไม่ได้เป็นช่วงรอบเดือน
  • คลื่นไส้ ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ และปวดคัดเต้านม
  • อารมณ์แปรปรวน
  • เกิดภาวะเลือดจับตัวเป็นลิ่ม ซึ่งเกิดขึ้นน้อยมากในหญิงที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปีที่ไม่สูบบุหรี่ และผลข้างเคียงนี้อาจเกิดขึ้นกับการใช้แผ่นแปะมากกว่าการทานยาเม็ดคุมกำเนิด

ผลข้างเคียงอื่นๆ ที่เกิดจากการใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด

  • แผ่นแปะอาจทำให้ผิวที่ถูกแปะเกิดอาการระคายเคือง
  • มีปัญหาเมื่อใช้คอนแทคเลนส์ เช่น ระยะการมองเห็นของสายตาเปลี่ยนหรืออาจไม่สามารถใส่คอนแทคเลนส์ได้ตามปกติ
  • มีอาการปวดประจำเดือน

ซึ่งอาการที่กล่าวมาจะเกิดขึ้นไม่รุนแรงและจะหายไป 2-3 เดือนหลังจากเริ่มใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด

แผ่นแปะคุมกำเนิดเหมาะกับใคร

การใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดเป็นทางเลือกที่ดีวิธีหนึ่งสำหรับสาวๆ ที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 90 กก. และผู้ที่มักลืมทานยาคุมกำเนิดหรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการกลืนยา

ใช่ว่าสาวๆ ทุกคนจะสามารถใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดได้ สำหรับผู้ที่มีการทานยารักษาโรคหรือปัญหาทางสุขภาพต่างๆ อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของฮอร์โมนคุมกำเนิดและอาจเป็นอันตรายได้ โดยแพทย์จะไม่แนะนำวิธีคุมกำเนิดนี้กับผู้ป่วยที่มีอาการเกล็ดเลือดจับตัวเป็นลิ่ม โรคความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง และผู้ที่มีอาการปวดหัวไมเกรน เป็นต้น ส่วนสาวๆ ที่มีเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงที่ไม่มีประจำเดือนหรือสงสัยว่ากำลังตั้งครรภ์ต้องหยุดใช้แผ่นแปะหรือวิธีคุมกำเนิดอื่นใดไปก่อนและรีบพบแพทย์ทันที

สาวๆ ที่สนใจและต้องการทราบเกี่ยวกับการคุมกำเนิดและผลข้างเคียงของวิธีการคุมกำเนิดรูปแบบต่างๆ รวมถึงการใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหรือสูตินรีแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสม

จะหาซื้อแผ่นแปะคุมกำเนิดได้จากที่ใด

การใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำโดยแพทย์ ซึ่งแพทย์จะซักประวัติทางสุขภาพของคุณ ของคนในครอบครัว และอาจตรวจร่างกายของคุณก่อน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวัดความดันโลหิตและการตรวจภายใน เป็นต้น หากแพทย์ยืนยันว่าคุณสามารถใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดได้ แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการใช้ต่อไป

สาวๆ ที่เริ่มใช้แผ่นแปะคุมกำเนิดจะต้องพบแพทย์เพื่อตรวจวัดความดันโลหิตอีกครั้งหลังจากการใช้ไปแล้วประมาณ 1-2 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่าการใช้แผ่นแปะไม่ได้มีปัญหาใดๆ หลังจากนั้น แพทย์จะนัด 1-2 ครั้งต่อปี หรือเมื่อจำเป็น เพื่อดูว่าการใช้แผ่นแปะเป็นไปอย่างปกติดีหรือไม่

ราคาของแผ่นแปะคุมกำเนิด

แผ่นแปะคุมกำเนิดมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 900 – 2,500 บาทต่อเดือน ซึ่งการซื้อตามโรงพยาบาลรัฐหรือศูนย์อนามัยของรัฐอาจมีราคาถูกกว่าซื้อตามร้านขายยา โดยการปรึกษาแพทย์เพื่อการคุมกำเนิดและการคุมกำเนิดมักได้รับการครอบคลุมอยู่ในแผนสุขภาพของประกันสุขภาพด้วย

ที่มาของข้อมูล  http://kidshealth.org/en/teens...

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่