Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

อาการผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,648,794 คน

อาการผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส

คุณเคยเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือน้ำยาซักผ้าตัวใหม่ก่อนที่ผิวหนังจะมีอาการแดงและระคายเคืองหรือไม่ หากใช่ แสดงว่าคุณเคยมีอาการผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสมาก่อน ภาวะนี้เป็นภาวะที่เกิดจากการที่มีสารเคมีมาสัมผัสกับร่างกายและทำให้เกิดปฏิกิริยา อาการของโรคนี้ส่วนมากนั้นไม่รุนแรง แต่ก็ทำให้เกิดคันที่ทำให้ไม่สบายตัวได้

อาการที่พบ

อาการที่พบนั้นจะขึ้นกับสาเหตุและความไวของร่างกายคุณต่อสารดังกล่าว

ผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้

อาการที่เกี่ยวข้องกับการเกิดผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ประกอบด้วย

  • ผิวหนังแห้ง แตกเป็นขุย
  • ลมพิษ
  • ตุ่มน้ำที่แตก
  • ผิวหนังแดง
  • ผิวหนังที่ดูมีสีเข้มขึ้นหรือมีสัมผัสเหมือนกับหนัง
  • ผิวหนังที่มีลักษณะไหม้
  • คันอย่างรุนแรง
  • ไวต่อแสง
  • มีอาการบวมโดยเฉพาะที่ตา ใบหน้าหรือขาหนีบ

ผิวหนังอักเสบจากสารระคายเคือง

ผิวหนังอักเสบจากสารระคายเคืองนั้นอาจจะมีอาการแตกต่างออกไปเล็กน้อยเช่น 

  • มีตุ่มน้ำ
  • ผิวหนังแตกแยกออกจากการที่ผิวหนังแห้ง
  • บวม
  • ผิวหนังรู้สึกตึงหรือแน่น
  • มีแผล
  • มีแผลเปิดที่ตกสะเก็ด

สาเหตุ

โรคผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มคือ

  1. ผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้
  2. ผิวหนังอักเสบจากสารระคายเคือง
  3. ผิวหนังอักเสบจากการโดนแสง

ผิวหนังอักเสบจากการโดนแสงนั้นพบได้น้อยที่สุด โดยเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นได้เวลาที่มีส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผิวหนังนั้นสัมผัสกับแสงแดดและทำให้เกิดการระคายเคือง

ผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้

โรคนี้เกิดจากการที่ผิวหนังนั้นเกิดปฏิกิริยาแพ้ขึ้นหลังจากสัมผัสกับสารแปลกปลอม ทำให้ร่างกายหลั่งสารที่ทำให้เกิดการอักเสบส่งผลให้มีอาการคันและระคายเคืองที่ผิวหนัง

สาเหตุที่พบบ่อยที่ทำให้เกิดภาวะนี้เช่น

  • เครื่องประดับที่ทำจากนิกเกิลหรือทอง
  • ถุงมือยาง
  • น้ำหอมหรือสารเคมีที่ผสมในเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
  • พิษจากเถาไอวี่หรือต้นโอ๊ค

ผิวหนังอักเสบจากสารระคายเคือง

ชนิดนี้เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดของโรคผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส โดยเกิดเมื่อผิวหนังนั้นสัมผัสกับสารที่เป็นพิษ

ตัวอย่างสารที่เป็นพิษที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้เช่น

  • กรดจากแบตเตอร์รี่
  • สารฟอกขาว
  • น้ำยาล้างท่อ
  • Kerosene
  • น้ำยาซักผ้า
  • สเปรย์พริกไทย

นอกจากนั้นยังอาจจะเกิดจากการที่ผิวหนังสัมผัสกับสารที่ระคายเคืองน้อยเช่นสบู่หรือน้ำ แต่บ่อยเกินไป ผู้ที่มือนั้นต้องสัมผัสกับน้ำบ่อยๆ เช่นช่างทำผม บาร์เทนเดอร์และบุคลากรทางการแพทย์นั้นมักจะเกิดภาวะนี้ที่มือ

การรักษา

ส่วนมากอาการของผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสนั้นจะหายไปเองเมื่อไม่ได้มีการสัมผัสกับสารที่ทำให้เกิดอาการ ต่อไปนี้เป็นวิธีที่คุณสามารถทดลองได้ที่บ้าน

  • หลีกเลี่ยงการเกาบริเวณผิวหนังที่มีการระคายเคือง การเกานั้นจะทำให้ระคายเคืองมากขึ้นและอาจทำให้ผิวหนังติดเชื้อซึ่งต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา
  • ทำความสะอาดผิวหนังด้วยสบู่ที่อ่อนโยนและน้ำอุ่นเพื่อกำจัดสารที่ทำให้เกิดการระคายเคือง
  • หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่คิดว่าอาจจะทำให้เกิดปัญหา
  • ทาปิโตรเลียมเจลลี่เช่นวาสลีนลงบนบริเวณดังกล่าวเพื่อบรรเทาอาการ
  • ลองใช้ผลิตภัณฑ์แก้คันเช่นโลชั่นคาลาไมน์ หรือ hydrocortisone cream
  • หากจำเป็นอาจจะรับประทานยาแก้แพ้เพื่อช่วยบรรเทาอาการคันและลดปฏิกิริยาแพ้ที่เกิดขึ้น

ส่วนใหญ่แล้ว โรคนี้ไม่ใช่โรคที่ควรกังวล แต่ถ้าหากมีผื่นขึ้นที่ใกล้ดวงตาหรือปาก หรือเป็นผื่นบริเวณกว้าง หรือไม่ดีขึ้นหลังจากรักษาที่บ้านอาจจะต้องไปพบแพทย์ แพทย์สามารถส่งจ่ายครีมสเตียรอยด์ที่มีฤทธิ์แรงขึ้นหากครีมที่ใช้อยู่นั้นไม่สามารถบรรเทาอาการได้

การวินิจฉัยโรค

ควรไปพบแพทย์หากมีอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น แพทย์จะทำการซักประวัติและตรวจผิวหนังที่เป็น ตัวอย่างคำถามที่คุณอาจจะได้รับเช่น

  • เมื่อไหร่ที่เริ่มสังเกตอาการ
  • อะไรทำให้อาการนั้นดีขึ้นหรือแย่ลง
  • คุณมีไปปีนเขาก่อนที่จะเกิดอาการหรือไม่
  • มีการใช้ผลิตภัณฑ์ใดที่ผิวหนังเป็นประจำทุกวันหรือไม่
  • มีสารเคมีใดที่คุณสัมผัสเป็นประจำหรือไม่
  • คุณประกอบอาชีพอะไร?

แพทย์อาจจะส่งต่อให้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้หรือแพทย์ผิวหนังเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถทำการทดสอบภูมิแพ้ต่อสารต่างๆ ซึ่งถ้าหากผิวหนังเกิดปฏิกิริยาขึ้นกับสารใด แสดงว่าสารนั้นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผื่นดังกล่าว

การป้องกัน

การหลีกเลี่ยงสารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองนั้นเป็นวิธีที่สามารถป้องกันการเกิดผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสได้ ให้ลองใช้วิธีต่อไปนี้

  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เขียนว่ามีสารที่ก่อภูมิแพ้น้อยหรือไม่มีกลิ่น
  • หลีกเลี่ยงการใส่ถุงมือยางหากมีอาการแพ้ยาง และเลือกถุงมือชนิดอื่นแทน
  • ใส่เสื้อและกางเกงขายาวเวลาปีนเขา
  • หากสังเกตว่ามีการระคายเคืองเกิดขึ้นหลังจากเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ให้หยุดใช้ทันที หากคุณรู้ว่าผิวหนังของคุณนั้นไวต่อสารต่างๆ ให้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่นั้นในพื้นที่และปริมาณเล็กน้อยก่อน เช่นที่แขน ปิดบริเวณดังกล่าวไม่ให้โดนน้ำหรือสบู่ และดูปฏิกิริยาหลังจากผ่านไปแล้ว 48 และ 96 ชั่วโมง หากมีผื่นแดงหรือการระคายเคืองเกิดขึ้น ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป