ผิวสุนัขเป็นผื่นระคายเคือง โรคผื่นแพ้ในสุนัข: สาเหตุ อาการ การรักษา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 27, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 731,675 คน

โรคผื่นแพ้จากการสัมผัสในสุนัข

โรคผื่นแพ้จากการสัมผัสนั้นอาจเกิดจากภูมิแพ้ หรืออาจจะจากการที่สัตว์เลี้ยงของคุณเพิ่งไปสัมผัสบางอย่างที่ทำให้ผิวหนังของพวกมันเกิดการระคายเคืองก็ได้ เช่น พืชต่างๆ การแยก 2 โรคนี้ออกจากกันนั้นค่อนข้างยากเนื่องจากอาการของทั้ง 2 โรคนั้นเหมือนกันผื่นจากภูมิแพ้จะเกิดขึ้นเมื่อสุนัขเคยสัมผัสสารดังกล่าวมาก่อนและเมื่อมาสัมผัสกับสารนี้อีกครั้งจึงเกิดอาการแพ้ขึ้น

สุนัขและแมวล้วนแต่สามารถเป็นทั้ง 2 โรคนี้ได้เหมือนกันและโรคนี้สามารถเกิดได้ทุกช่วงอายุ สุนัขพันธุ์ที่มีความเสี่ยงในการเกิดภูมิแพ้มากขึ้นนั้นประกอบด้วยพันธุ์ German Shepherds, French Poodles, Wire-haired Fox Terriers, Scottish Terriers, West Highland White Terriers และ Golden Retrievers สุนัขบางตัวอาจเกิดผิวหนังอักเสบจากการใช้ยา หรือจากต้นไม้และสิ่งของต่างๆได้เช่นกัน

อาการแสดงของโรค

สุนัขที่เป็นโรคผื่นแพ้จากการสัมผัสนั้นมักจะมีผื่นหรือตุ่มขึ้นมาบนผิวหนังในบริเวณที่มีการสัมผัสกับพื้นดิน (เช่นคาง คอหน้าอก ท้อง เชิงกราน ทวารหนัก อัณฑะ หาง และระหว่างนิ้วเท้า) อาการอื่นๆ ที่อาจพบร่วมกับผื่นนั้นเช่นอาการคันที่ผิวหนังและบวม

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรค

มีหลายปัจจัยที่สามารถทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองได้ เช่น

  • พืช
  • ปุ๋ยหรือซากต้นไม้
  • ยาฆ่าวัชพืช
  • ผ้า
  • พลาสติก
  • ยาง
  • หนัง
  • พรม
  • คอนกรีต
  • โลหะ
  • พื้นผิวที่ขรุขระ
  • สบู่
  • น้ำยาซักผ้า
  • น้ำยาทำความสะอาดพื้น
  • น้ำยาดับกลิ่นในห้อง
  • แสงแดดและความร้อน
  • ยาทา
  • ยาต่างๆ
  • แพ้อาหาร
  • ถูกแมลงกัด
  • ติดเชื้อแบคทีเรีย
  • ติดเชื้อยา
  • โรคลูปัส
  • รังแค
  • ปลอกคอกันแมลง
  • ปรสิตหรือไข่แมลงต่างๆ
  • ยาฆ่าแมลง

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์มักจะเริ่มต้นที่การค้นหาสารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองก่อนมีหลายวิธีที่จะช่วยในการค้นหาสารที่เป็นตัวกระตุ้น เช่นการนำสารที่สงสัยนั้นมาแปะไว้ที่ผิวหนัง 48 ชั่วโมงแล้วเปิดดูปฏิกิริยา วิธีที่สองก็คือการนำสัตว์เลี้ยงออกจากบริเวณที่สงสัยว่าทำให้เกิดอาการแพ้ก่อนที่จะนำพวกมันกลับเข้าไปอยู่ในสถานที่นั้น และทำการติดตามว่ามีอาการใดเกิดขึ้นหรือไม่

สัตวแพทย์อาจทำการเก็บตัวอย่างมาเพื่อเพาะเชื้อและอาจมีการนำตัวอย่างขนในบริเวณที่ไม่แพ้มาทำการทดสอบกับสารที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้และสังเกตปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นและในบางครั้งอาจจำเป็นต้องทำการตัดตัวอย่างผิวหนังไปตรวจ

วิธีการรักษา

  • กำจัดสารที่ทำให้เกิดอาการ
  • อาบน้ำด้วยแชมพูสูตรที่ไม่ทำให้แพ้เพื่อกำจัดสารที่กระตุ้นอาการแพ้ออกจากผิวหนัง
  • จำกัดบริเวณที่สุนัขของคุณสามารถอยู่ได้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มันเข้าไปยังบริเวณที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้

การดูแลและจัดการหลังจากการรักษา

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการนำสุนัขของคุณออกจากบริเวณที่ทำให้เกิดอาการแพ้หากอาการผิวหนังอักเสบนั้นเกิดจากการสัมผัสกับสารระคายเคือง อาการแพ้นั้นมักจะดีขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อสามารถระบุสารที่ทำให้เกิดอาการได้ แต่ถ้าหากอาการดังกล่าวนั้นเกิดจากการแพ้ ก็อาจจะมีอาการเกิดขึ้นได้หลังจากที่สัมผัสสารไปแล้วหลายเดือนหรือหลายปีและหากพวกมันสัมผัสกับสารดังกล่าวอีก อาการก็อาจจะเกิดเร็วขึ้นและเป็นนานขึ้น หากสามารถระบุสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้และกำจัดมันออกไปได้แล้ว สุนัขของคุณก็จะกลับมามีสุขภาพที่ดีตามปกติในเวลาไม่กี่สัปดาห์แต่ถ้าหากคุณไม่สามารถระบุสารที่กระตุ้นให้เกิดอาการดังกล่าวได้ คุณอาจจะต้องใช้ยาเพื่อรักษาอาการแพ้ให้กับสุนัขของคุณไปตลอดชีวิต

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม