วิธีการบรรเทาอาการและการรักษาอาการท้องผูก

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 27, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 623,206 คน

อาหารและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิต การใช้ยาระบาย และการผ่าตัด สามารถบรรเทาอาการท้องผูกได้

ท้องผูกเกิดขึ้นเมื่อคุณขับถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือ ถ่ายอุจจาระที่มีลักษณะแข็งและแห้ง ทำให้ขับถ่ายลำบากหรือทำให้มีอาการเจ็บเวลาเบ่งถ่าย ซึ่งในบางราย อาการท้องผูกอาจทำให้คุณรู้สึกเหมือนถ่ายอุจจาระไม่สุดได้ การรักษาอาการท้องผูกขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง ระยะเวลาที่เป็น (เฉียบพลัน หรือ เรื้อรัง) และสาเหตุของโรค ซึ่งรวมไปถึงปัจจัยต่างๆ ตั้งแต่ อาหารที่มีกากใยน้อย ยา และปัญหาสุขภาพอื่นๆ

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

อาหารและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิต

การรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อยเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการท้องผูก โดยสถาบันการศึกษาด้านโภชนาการและอาหารแนะนำว่า ในผู้ใหญ่ควรรับประทานอาหารที่มีกากใย 25 ถึง 38 กรัม ต่อวัน แต่ความจริงแล้วเพียงแค่ 5% ของประชากรเท่านั้นที่สามารถทำตามเป้าหมายนี้ได้ จากรายงานในวารสารของสถาบันการศึกษาด้านโภชนาการและอาหาร ปี ค.ศ. 2015 ระบุว่าการบริโภคโดยเฉลี่ยนั้นอยู่เพียงแค่ 17 กรัมต่อวันเท่านั้น

การได้รับปริมาณกากใยอาหารที่เหมาะสม จากการรับประทานผลไม้ ผัก ถั่ว ตลอดจน ขนมปังและซีเรียลที่ทำจากธัญพืช สามารถช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได ทั้งนี้ สถาบันโรคเบาหวาน โรคลำไส้ และโรคไตแหงชาติ (The National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases หรือ NIDDK) ได้กล่าวไว้ว่า การดื่มน้ำและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพเป็นประจำก็สำคัญต่อการช่วยบรรเทาอาการท้องผูกด้วยเช่นกัน เพราะว่าของเหลวสามารถช่วยให้กากใยมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการคงความสม่ำเสมอของการขับถ่าย

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอื่นๆก็สามารถสามารถช่วยบรรเทาและป้องกันอาการท้องผูกได้ ได้แก่

  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ขับถ่ายให้เป็นเวลาทุกวัน เช่น 15 ถึง 45 นาทีหลังรับประทานอาหารเช้า (การรับประทานอาการจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้)
  • แบ่งเวลาให้เพียงพอสำหรับการขับถ่าย
  • ไม่กลั้นอุจจาระ

ยาระบายและยาอื่นๆ

หากการปรับเปลี่ยนอาหารและพฤติกรรมแล้ว ยังไม่สามารถบรรเทาอาการท้องผูกได้อย่างเต็มที่ ยาระบายอาจจะช่วยได้ แต่คุณไม่ควรใช้ยาแก้ท้องผูกใดๆ ก่อนที่คุณจะได้ปรึกษากับแพทย์

ยาระบายที่ใช้บ่อย ได้แก่

  • ยาระบายชนิดเพิ่มมวลอุจจาระ (Bulk-forming laxatives) เช่น Citrucel (methyl cellulose), FiberCon (polycarbophil) และ Metamucil (psyllium; เทียนเกล็ดหอย) ออกฤทธิ์ช่วยดูดซึมน้ำในลำไส้ของคุณ
  • ยาระบายที่มีแรงดันออสโมติกและน้ำเกลือ (Osmotic and saline laxatives) เช่น Miralax (polyethylene glycol), Cephulac (lactulose) และ Milk of Magnesia (magnesium hydroxide) ออกฤทธิ์ช่วยดึงน้ำเข้ามาในลำไส้และอุจจาระมากขึ้น
  • ยาที่ทำให้อุจจาระอ่อนนุ่ม เช่น Colace or Surfak (docusate) ทำให้อุจจาระชุ่มชื่นขึ้น ช่วยลดแรงในการขับถ่าย
  • สารหล่อลื่น เช่น Fleet หรือ Zymenol (mineral oil) ช่วยทำให้อุจจาระลื่น สามารถเคลื่อนผ่านลำไส้ได้ง่ายยิ่งขึ้น

ถ้าอาการท้องผูกของคุณรุนแรงหรือยาระบายชนิดอื่นๆใช้ไม่ได้ผล ยาระบายชนิดกระตุ้นอาจจะช่วยได้ เช่น ยา Senokot (มะขามแขกหรือสารสกัดจากมะขามแขก) and Dulcolax or Correctol (bisacodyl) ทำให้กล้ามเนื้อที่วางตัวอยู่ตามแนวลำไส้หดตัว

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

ถ้าคุณมีอาการท้องผูกเรื้อรังจากโรคลำไส้แปรปรวน (irritable bowel syndrome) แพทย์อาจสั่งยาชนิดอื่นให้ เช่น the chloride channel activator; Amitiza (lubiprostone) หรือ the guanylate cyclase-C agonist; Linzess (linaclotide)

การผ่าตัดและหัตถการอื่นๆ

ถ้าคุณมีอาการท้องผูกเรื้อรังที่เกิดจากลำไส้อุดตัน แพทย์อาจจะแนะนำให้ผ่าตัดหรือทำหัตถการอื่นที่ช่วยรักษาสภาวะดังกล่าว ภาวะแทรกซ้อนหนึ่งที่เป็นไปได้ของการท้องผูกคือ ลำไส้ปลิ้นออกจากทวารหนัก (rectal prolapse) ซึ่งเกิดจากลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (ไส้ตรง) ยื่นออกมานอกรูทวาร ทำให้ขัดขวางการขับถ่ายอุจจาระของคุณได้ในเวลาต่อมา

การผ่าตัดมักจำเป็นในการรักษาภาวะลำไส้ปลิ้น ถ้ากล้ามเนื้อควบคุมการขับถ่ายของคุณทำงานผิดปกติ ซึ่งเรียกภาวะเหล่านี้ว่า การเคลื่อนไหวของลำไส้น้อยกว่าปกติ(colonic inertia) หรือ การท้องผูกจากลำไส้บีบตัวช้า (slow-transit constipation) แพทย์อาจจะต้องรักษาโดยการตัดลำไส้ใหญ่ออก

อาการท้องผูกเรื้อรังบางครั้งมีสาเหตุมาจากการทำงานผิดปกติของกล้ามเนื้อส่วนไส้ตรงและรูทวาร (anorectal muscles) แพทย์อาจจะแนะนำรักษาด้วยวิธีการฝึกเบ่ง หรือเรียกวิธีนี้ว่าไบโอฟีดแบ็ก (biofeedback) โดยให้คุณฝึกเบ่ง พร้อมๆ กับใช้เซนเซอร์ชนิดพิเศษสังเกตการทำงานของกล้ามเนื้อลำไส้ เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อลำไส้สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
อาการของโรค
อาการของโรค
บทความต่อไป
โรคท้องผูกในเด็กอ่อนและเด็ก
โรคท้องผูกในเด็กอ่อนและเด็ก

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เป็นคนธาตุหนักถ่ายยากไม่ค่อยถ่ายมีวิธีแก้ไขไหมค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ถ่ายไม่เป็นก้อนและถ่ายได้น้อย เสี่ยงเป็นโรคอะไร?
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
โรคท้องผูก ถ่ายยากทำไงดีคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่