พฤติกรรม

ไขปริศนา: น้องแมวควรอึวันละกี่ครั้งกันแน่เนี่ย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
Catpee m

โดยปกติแล้วลำไส้ของแมวมักจะมีการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันอยู่แล้วแต่ละตัว แต่ส่วนใหญ่แล้วแมวมักจะอึวันละครั้ง ซึ่งอึแมวที่สุขภาพดีควรมีสีน้ำตาลและเป็นก้อน ถ้าเจ้าของแมวพบว่าแมวอึน้อยลง หรือมีปัญหาปวดเบ่ง เบ่งนานแต่อึไม่ออก แสดงว่าแมวอาจจะมีปัญหาท้องผูกหรือเกิดการอุดตันของทางเดินอุจจาระได้

 

อาการท้องผูกและทางเดินอุจจาระอุดตันในแมว

อาการท้องผูกคือภาวะที่แมวอุจจาระน้อยครั้งลง อุจจาระไม่สุด หรืออุจจาระยาก โดยอุจจาระที่ออกมามักมีลักษณะแห้งแข็ง ส่วนอาการทางเดินอุจจาระอุดตันนั้นเป็นภาวะหนึ่งของอาการท้องผูกที่ไม่มีอุจจาระออกมาเลย โดยอาจเกิดจากลำไส้ใหญ่เคลื่อนไหวน้อยลง ซึ่งส่วนใหญ่จะรักษายากและไม่ค่อยตอบสนองต่อการใช้ยา

 

อาการ

- อุจจาระออกมาน้อยหรือแทบจะไม่อุจจาระเลย

- อุจจาระมีลักษณะแห้งแข็ง

- พบว่ามีอุจจาระเหลวพร้อมกับเมือกหรือบางครั้งอาจะมีเลือดปนหลังจากที่เบ่งอุจจาระเป็นเวลานาน

- อาจพบว่าแมวมีอาเจียนร่วมด้วย

- เบื่ออาหาร

- ซึม

- เมื่อคลำตามตัวจะพบว่าลำไส้ใหญ่อัดแน่นไปด้วยอุจจาระแข็งอยู่เต็ม

- บริเวณรูก้นบวมขึ้นมา

 

สาเหตุ

- กินกระดูกเข้าไปทำให้อุดตันทางเดินอาหาร

- กินก้อนขนเข้าไปทำให้อุดตันทางเดินอาหาร

- มีสิ่งแปลกปลอมอุดตันทางเดินอาหาร

- มีไฟเบอร์มากเกินไปในสูตรอาหาร

- กินน้ำน้อยเกินไปหรือไม่เพียงพอ

- ขาดการออกกำลังกาย

- ลำไส้เล็กหรือใหญ่อุดตัน

- เป็นอัมพาตครึ่งตัวหลัง กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท ทำให้ควบคุมการขับถ่ายอุจจาระไม่ได้

- แคลเซียมในเลือดต่ำ

- มีระดับฮอร์โมนพาราไทรอยด์สูงเกินไป

- มีระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำเกินไป

- มีระดับไทรอยด์ฮอร์โมนในเลือดต่ำเกินไป

- มีการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมของแมว เช่น แมวอยู่ในที่ไม่คุ้นเคย มีการเปลี่ยนที่ของกระบะทราย

- ความเครียด

- แมวอ้วนเกินไป

- กระบะทรายไม่เพียงพอ ทำให้แมวบางตัวกลัวไม่กล้าใช้กระบะทรายของแมวตัวอื่น

- กระบะทรายอยู่ตำแหน่งที่เข้าถึงยากเกินไป

 

แนวทางการวินิจฉัย

ก่อนอื่นสัตวแพทย์จะซักประวัติของแมวอย่างละเอียดเพื่อวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่เป็นไปได้ที่ทำให้แมวท้องผูก จากนั้นจะมีการตรวจร่างกาย ตรวจค่าเลือด ตรวจปัสสาวะ และตรวจค่าเคมีในเลือดเพื่อวิเคราะห์ผล

ในบางครั้งสัตวแพทย์อาจทำการเอกซเรย์บริเวณช่องท้องของแมวเพื่อดูว่ามีการอุดตันหรือดูว่าอาการท้องผูกนั้นรุนแรงมากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงอาจมีการตรวจชั้นสูงอย่างการส่องกล้องตรวจทางลำไส้ใหญ่เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้แมวท้องผูกต่อไป

 

 

แนวทางการรักษาแมวที่มีภาวะท้องผูก

ถ้าพบว่านอกจากอาการท้องผูกแล้ว แมวมีภาวะขาดน้ำร่วมด้วย อาจจะต้องเริ่มจากการให้นน้ำก่อน จากนั้นถ้าแมวกำลังกินยาอะไรที่ทำให้เกิดภาวะท้องผูกควรจะหยุดยาหรือเปลี่ยนยา

ถ้าแมวมีอาการท้องผูกไม่มาก การให้อาหารที่มีส่วนผสมช่วยทำให้ขับถ่ายง่าย เช่น ฟักทองต้ม ก็จะทำให้แก้อาหารท้องผูกได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าแมวท้องผูกอย่างหนักและรุนแรง หลังจากที่สัตวแพทย์ได้ทำการให้น้ำแล้ว อาจจะมีการวางยาสลบแมวเพื่อสวนเอาอุจจาระออกต่อไป

 

แนวทางการจัดการและการป้องกัน

ควรสังเกตและคอยติดตามการอุจจาระของแมวเป็นประจำรวมไปถึงดูลักษณะของอุจจาระด้วยว่าเป็นอย่างไร ถ้าพบว่าอุจจาระแห้งแข็งมากอาจจะลองพาน้องแมวไปปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุต่อไป นอกจากนี้อาจลองปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับเรื่องอาหารด้วยว่าควรเลือกใช้อาหารแบบใดถึงจะเหมาะสมกับความต้องการของแมวแต่ละช่วงวัย โดยเฉพาะถ้าแมวที่มีแนวโน้มว่าจะท้องผูกง่ายอาจจะต้องให้อาหารเปียกหรือย่อยง่ายเพื่อให้อุจจาระง่ายมากยิ่งขึ้น

 

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ