“โรคไข้หวัดใหญ่”อันตรายที่ป้องกันได้ ถ้ารู้เท่าทัน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ย. 9, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

ในปี 2560 ช่วงครึ่งปีแรก สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้รวบรวมตัวเลขยอดผู้ป่วยที่เสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ได้ทั้งหมด 5 คน มีผู้ป่วยติดเชื้อคิดเป็น 47,470 คน เทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2559 มีผู้เสียชีวิตจำนวน 5 ราย เท่ากับปี 2560 แต่ผู้ติดเชื้อเป็น 60,664 คน ซึ่งสูงกว่า จากสถิตย้อนหลัง 5 ปีพบว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่มีมากขึ้นแต่อัตราการเสียชีวิตมีแนวโน้วลดลง เป็นเพราะประชาชนมีความตื่นตัวประกอบกับมีการเฝ้าระวังโรคจากหน่วยงานของรัฐมากยิ่งขึ้นและมีการรณรงค์ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ใน เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์และผู้ที่มีโรคประจำตัว จากภาพรวมของประเทศ การระบาดในช่วงต้นปีซึ่งเป็นฤดูหนาวและช่วงกลางปีซึ่งเป็นฤดูฝน โดยช่วงกลางปีจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงที่สุด

 

2556

2557

2558

2559

2560*

จำนวนผู้ติดเชื้อ (คน)

43,867

7,1761

75,114

167,220

43,082

จำนวนเสียชีวิต (คน)

0

81

28

44

5

จังหวัดที่ป่วยสูงสุดต่อประชากร

ภูเก็ต

ลำปาง

เชียงใหม่

กรุงเทพ

ลำพูน

ภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด

เหนือ

กลาง

กลาง

กลาง

เหนือ

กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด

25-34 ปี

25-34 ปี

25-34 ปี

25-34 ปี

15-24 ปี

*ข้อมูลถึงวันที่ 17 กค.60

ชนิด ไข้หวัดใหญ่สามารถแบ่งย่อยได้เป็นชนิด  A B และC สำหรับไข้หวัดใหญ่ H1N1 เป็นที่รู้จักกันในปี 2009 หรือ พศ.2552 เป็นไวรัสสายพันธ์ A พบว่ามีการระบาดได้ปกติตามฤดูกาล เกิดจากเชื้อไวรัสที่ผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง คน หมูและนก เมื่อเชื้อติดในคนสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วผ่านทางระบบทางเดินหายใจ หรือเชื้อเข้าเยื่อบุตาจากการสัมผัส การขยี้ตาและพบในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันมาก เช่น โรงเรียน เป็นต้น เมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย จะเข้าไปอยู่ในเซลล์แล้วแบ่งตัวโดยจะนำส่วนประกอบต่างๆของเซลล์มาสร้างเป็นไวรัสตัวใหม่ จนเซลล์สลายตัวและปลดปล่อยไวรัสอีกมากมายออกมาทำลายเซลล์อื่นๆต่อไป ผู้ติดเชื้อไม่เคยมีภูมิคุ้มกันต่อไข้หวัดใหญ่มาก่อน หรือเชื้อไวรัสเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างและโครงสร้าง ในกรณีเช่นนี้ผู้ที่ติดเชื้อจะไม่มีภูมิต้านทานที่จะทำลายเชื้อไวรัสเลย ส่งผลให้เกิดอาการและภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงตามมาได้

อาการ การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดใหญ่ H1N1 ไม่สามารถแยกกันด้วยอาการได้อย่างชัดเจน อาการที่แสดงออกจะเริ่มจากมีไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไอเจ็บคอ มีเสมหะและน้ำมูก อย่างไรก็ตามหากมีอาการต่อไปนี้จะทำให้สงสัยว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่มากกว่าเป็นหวัดธรรมดา

  • อาการเกิดขึ้นเร็ว
  • มักมีไข้สูง
  • ปวดกล้ามเนื้อมาก
  • อ่อนเพลียไม่มีแรง บางครั้งเป็นนานถึง 2 สัปดาห์
  • ไอเยอะและหายช้าแม้หายป่วยแล้ว
  • ปวดหัวมาก
  • อาการน้ำมูกไหล จามหรือเจ็บคอ พบน้อยกว่า
  • คลื่นไส้อาเจียนและถ่ายเหลวมากกว่า

อาการรุนแรงเป็นอย่างไร ผู้ป่วยที่มีอาการแย่ลงอย่างรวดเร็วใน 2 วัน มีอาการไอถี่ หายใจเหนื่อย หัวใจเต้นเร็ว กินอาหารและน้ำไม่ได้ ในเด็กอาจมีอาการซึมมาก ปากแห้ง ตาโหล ภาพเอกซเรย์ปอดเห็นฝ้าขาวผิดปกติ ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรครุนแรงต้องเฝ้าติดตามใกล้ชิดและให้การรักษาให้เร็วที่สุด

การวินิจฉัย  ว่าได้รับเชื้อตัวใดจึงต้องใช้การตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งสามารถตรวจชนิดไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล (seasonal influenza)ประกอบด้วย ไวรัสชนิด A: H1N1, H3N2 และไวรัสชนิด B ได้ การตรวจจะนำไม้ swab เข้าไปป้ายในโพรงจมูกหรือลำคอ จากนั้นเก็บในภาชนะที่มีความเย็นระหว่างรอส่งตรวจ การตรวจหาเชื้อไวรัสแบ่งได้ 2 วิธี

  • ตรวจคัดกรองเบื้องต้น สามารถตรวจได้ตามโรงพยาบาลทั่วไป สามารถรับผลตรวจใน 1 วัน วิธีนี้มีความแม่นยำมากกว่าร้อยละ 80 มีประโยชน์ในการประกอบการตัดสินใจให้การรักษาเบื้องต้นได้ดี อย่างไรก็ตามผู้ที่มีผลการตรวจไม่พบว่าติดเชื้อ แต่มีประวัติใกล้ชิดหรือสัมผัสผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่มาก่อน แพทย์ก็อาจพิจารณาให้รักษาได้เลย เนื่องจากผลข้างเคียงของยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่มีน้อย เมื่อเทียบกับการปล่อยให้ผู้ป่วยติดเชื้อรุนแรงจนเกิดภาวะแทรกซ้อน
  • ตรวจยืนยันผล เป็นการตรวจเชื้อไวรัสที่ต้องใช้ขั้นตอนซับซ้อนกว่าและให้ผลที่แม่นยำกว่าด้วยวิธี PCR สามารถทำได้ในโรงพยาบลใหญ่ๆ และสถาบันวิจัยต่างๆ ใช้เวลาประมาณ 3 วันจึงจะทราบผลการทดสอบ มีประโยชน์ในการยืนยันชนิดไวรัสในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและผู้ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากรัฐจะต้องดำเนินการสอบสวนหาผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย ค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมและให้การเฝ้าระวังและควบคุมการติดเชื้อในพื้นที่นั้นๆ

การป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ ทำได้อย่างไรบ้าง

สถานศึกษา เนื่องจากพบว่าการระบาดของไข้หวัดใหญ่มักพบในช่วงเปิดเทอมกลางปี ซึ่งเป็นฤดูฝน และมีการติดเชื้อในเด็กวัยเรียนจำนวนมาก

  • ควรจัดให้มีระบบการคัดกรองเด็กป่วย
  • หากพบว่ามีนักเรียนป่วย ให้หยุดเรียนจนกว่าจะหาย หากมีการระบาดจำนวนมาก ควรพิจารณาปิดสถานศึกษา 5-7 วันเพื่อลดการระบาดของโรคและการแพร่เชื้อ
  • เตรียมจุดล้างมือให้เพียงพอ
  • ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ต้องสัมผัสบ่อยๆ
  • ให้นักเรียนที่สงสัยว่าป่วยสวมหน้ากากอนามัย และกำจัดหน้ากากอนามัยใช้แล้วอย่างเหมาะสม
  • แยกแก้วน้ำดื่มและของให้ส่วนตัว

สถานประกอบการและที่ทำงาน

  • จัดจุดล้างมือและเจลแอลกอฮอล์ให้เพียงพอ
  • ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก เช่น โต๊ะทำงาน โทรศัพท์ ลูกบิดประตู ราวบันได
  • ตรวจสุขภาพลูกจ้างก่อนเข้าทำงาน
  • หากพบพนักงานขาดงานตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปในแผนกเดียวกันและสงสัยว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ต้องรีบตรวจสอบทันที

สำหรับผู้ที่ต้องทำงานหรือเดินทางไปยัง วัด โบสถ์ มัสยิด ค่ายทหาร โรงพยาบาล สถานสงเคราะห์ดูแลเด็กหรือผู้สูงอายุ สถาบันกวดวิชา ทัณฑสถาน สถานพินิจ หอพักหรือกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมากสามารถดูแลตนเองได้ดังนี้

  • ล้างมือบ่อยๆ
  • หากมีอาการไอ จาม ให้ใช้กระดาษหรือผ้าปิดปากปิดจมูก หากไม่มีหรือหยิบไม่ทัน ไม่ควรใช้มือป้องจมูก เพราะเชื้อจะติดอยู่ที่มือ ให้ไอจามใส่แขนเสื้อแทน
  • สวมหน้ากากอนามัย
  • ผู้ที่มีอาการป่วยหรือเป็นกลุ่มเสี่ยงและภูมิต้านทานต่ำควรหลีกเลี่ยงการไปสถานที่ดังกล่าว เพื่อลดโอกาสติดเชื้อ
  • ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ควรได้รับการฉีดวัคซีนทุกปีเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้มีระดับที่สูงอยู่ตลอดเวลาเพื่อรับมือกับเชื้อที่จะเข้ามาสู่ร่างกาย เพราะทุกๆปี เชื้อไวรัสจะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปตลอด ทำให้ภูมิต้านทานเดิมไม่สามารถป้องกันโรคได้ แม้การฉีดวัคซีนจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100 เปอร์เซนต์ แต่จะช่วยลดโอกาสติดเชื้อรุนแรงจนทำให้เกิดโรคปอดบวมติด ระบบการหายใจล้มเหลวจนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ลดการเข้ารักษาใน ICU และลดอัตราการเสียชีวิตได้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่