“โรคไข้หวัดใหญ่”อันตรายที่ป้องกันได้ ถ้ารู้เท่าทัน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ค. 1, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

ในปี 2560 ช่วงครึ่งปีแรก สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้รวบรวมตัวเลขยอดผู้ป่วยที่เสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ได้ทั้งหมด 5 คน มีผู้ป่วยติดเชื้อคิดเป็น 47,470 คน เทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2559 มีผู้เสียชีวิตจำนวน 5 ราย เท่ากับปี 2560 แต่ผู้ติดเชื้อเป็น 60,664 คน ซึ่งสูงกว่า จากสถิตย้อนหลัง 5 ปีพบว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่มีมากขึ้นแต่อัตราการเสียชีวิตมีแนวโน้วลดลง เป็นเพราะประชาชนมีความตื่นตัวประกอบกับมีการเฝ้าระวังโรคจากหน่วยงานของรัฐมากยิ่งขึ้นและมีการรณรงค์ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ใน เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์และผู้ที่มีโรคประจำตัว จากภาพรวมของประเทศ การระบาดในช่วงต้นปีซึ่งเป็นฤดูหนาวและช่วงกลางปีซึ่งเป็นฤดูฝน โดยช่วงกลางปีจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงที่สุด

 

2556

2557

2558

2559

2560*

จำนวนผู้ติดเชื้อ (คน)

43,867

7,1761

75,114

167,220

43,082

จำนวนเสียชีวิต (คน)

0

81

28

44

5

จังหวัดที่ป่วยสูงสุดต่อประชากร

ภูเก็ต

ลำปาง

เชียงใหม่

กรุงเทพ

ลำพูน

ภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด

เหนือ

กลาง

กลาง

กลาง

เหนือ

กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด

25-34 ปี

25-34 ปี

25-34 ปี

25-34 ปี

15-24 ปี

*ข้อมูลถึงวันที่ 17 กค.60

ชนิด ไข้หวัดใหญ่สามารถแบ่งย่อยได้เป็นชนิด  A B และC สำหรับไข้หวัดใหญ่ H1N1 เป็นที่รู้จักกันในปี 2009 หรือ พศ.2552 เป็นไวรัสสายพันธ์ A พบว่ามีการระบาดได้ปกติตามฤดูกาล เกิดจากเชื้อไวรัสที่ผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง คน หมูและนก เมื่อเชื้อติดในคนสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วผ่านทางระบบทางเดินหายใจ หรือเชื้อเข้าเยื่อบุตาจากการสัมผัส การขยี้ตาและพบในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันมาก เช่น โรงเรียน เป็นต้น เมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย จะเข้าไปอยู่ในเซลล์แล้วแบ่งตัวโดยจะนำส่วนประกอบต่างๆของเซลล์มาสร้างเป็นไวรัสตัวใหม่ จนเซลล์สลายตัวและปลดปล่อยไวรัสอีกมากมายออกมาทำลายเซลล์อื่นๆต่อไป ผู้ติดเชื้อไม่เคยมีภูมิคุ้มกันต่อไข้หวัดใหญ่มาก่อน หรือเชื้อไวรัสเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างและโครงสร้าง ในกรณีเช่นนี้ผู้ที่ติดเชื้อจะไม่มีภูมิต้านทานที่จะทำลายเชื้อไวรัสเลย ส่งผลให้เกิดอาการและภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงตามมาได้

อาการ การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดใหญ่ H1N1 ไม่สามารถแยกกันด้วยอาการได้อย่างชัดเจน อาการที่แสดงออกจะเริ่มจากมีไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไอเจ็บคอ มีเสมหะและน้ำมูก อย่างไรก็ตามหากมีอาการต่อไปนี้จะทำให้สงสัยว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่มากกว่าเป็นหวัดธรรมดา

  • อาการเกิดขึ้นเร็ว
  • มักมีไข้สูง
  • ปวดกล้ามเนื้อมาก
  • อ่อนเพลียไม่มีแรง บางครั้งเป็นนานถึง 2 สัปดาห์
  • ไอเยอะและหายช้าแม้หายป่วยแล้ว
  • ปวดหัวมาก
  • อาการน้ำมูกไหล จามหรือเจ็บคอ พบน้อยกว่า
  • คลื่นไส้อาเจียนและถ่ายเหลวมากกว่า

อาการรุนแรงเป็นอย่างไร ผู้ป่วยที่มีอาการแย่ลงอย่างรวดเร็วใน 2 วัน มีอาการไอถี่ หายใจเหนื่อย หัวใจเต้นเร็ว กินอาหารและน้ำไม่ได้ ในเด็กอาจมีอาการซึมมาก ปากแห้ง ตาโหล ภาพเอกซเรย์ปอดเห็นฝ้าขาวผิดปกติ ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรครุนแรงต้องเฝ้าติดตามใกล้ชิดและให้การรักษาให้เร็วที่สุด

การวินิจฉัย  ว่าได้รับเชื้อตัวใดจึงต้องใช้การตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งสามารถตรวจชนิดไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล (seasonal influenza)ประกอบด้วย ไวรัสชนิด A: H1N1, H3N2 และไวรัสชนิด B ได้ การตรวจจะนำไม้ swab เข้าไปป้ายในโพรงจมูกหรือลำคอ จากนั้นเก็บในภาชนะที่มีความเย็นระหว่างรอส่งตรวจ การตรวจหาเชื้อไวรัสแบ่งได้ 2 วิธี

  • ตรวจคัดกรองเบื้องต้น สามารถตรวจได้ตามโรงพยาบาลทั่วไป สามารถรับผลตรวจใน 1 วัน วิธีนี้มีความแม่นยำมากกว่าร้อยละ 80 มีประโยชน์ในการประกอบการตัดสินใจให้การรักษาเบื้องต้นได้ดี อย่างไรก็ตามผู้ที่มีผลการตรวจไม่พบว่าติดเชื้อ แต่มีประวัติใกล้ชิดหรือสัมผัสผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่มาก่อน แพทย์ก็อาจพิจารณาให้รักษาได้เลย เนื่องจากผลข้างเคียงของยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่มีน้อย เมื่อเทียบกับการปล่อยให้ผู้ป่วยติดเชื้อรุนแรงจนเกิดภาวะแทรกซ้อน
  • ตรวจยืนยันผล เป็นการตรวจเชื้อไวรัสที่ต้องใช้ขั้นตอนซับซ้อนกว่าและให้ผลที่แม่นยำกว่าด้วยวิธี PCR สามารถทำได้ในโรงพยาบลใหญ่ๆ และสถาบันวิจัยต่างๆ ใช้เวลาประมาณ 3 วันจึงจะทราบผลการทดสอบ มีประโยชน์ในการยืนยันชนิดไวรัสในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและผู้ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากรัฐจะต้องดำเนินการสอบสวนหาผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย ค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมและให้การเฝ้าระวังและควบคุมการติดเชื้อในพื้นที่นั้นๆ

การป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ ทำได้อย่างไรบ้าง

สถานศึกษา เนื่องจากพบว่าการระบาดของไข้หวัดใหญ่มักพบในช่วงเปิดเทอมกลางปี ซึ่งเป็นฤดูฝน และมีการติดเชื้อในเด็กวัยเรียนจำนวนมาก

  • ควรจัดให้มีระบบการคัดกรองเด็กป่วย
  • หากพบว่ามีนักเรียนป่วย ให้หยุดเรียนจนกว่าจะหาย หากมีการระบาดจำนวนมาก ควรพิจารณาปิดสถานศึกษา 5-7 วันเพื่อลดการระบาดของโรคและการแพร่เชื้อ
  • เตรียมจุดล้างมือให้เพียงพอ
  • ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ต้องสัมผัสบ่อยๆ
  • ให้นักเรียนที่สงสัยว่าป่วยสวมหน้ากากอนามัย และกำจัดหน้ากากอนามัยใช้แล้วอย่างเหมาะสม
  • แยกแก้วน้ำดื่มและของให้ส่วนตัว

สถานประกอบการและที่ทำงาน

  • จัดจุดล้างมือและเจลแอลกอฮอล์ให้เพียงพอ
  • ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก เช่น โต๊ะทำงาน โทรศัพท์ ลูกบิดประตู ราวบันได
  • ตรวจสุขภาพลูกจ้างก่อนเข้าทำงาน
  • หากพบพนักงานขาดงานตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปในแผนกเดียวกันและสงสัยว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ต้องรีบตรวจสอบทันที

สำหรับผู้ที่ต้องทำงานหรือเดินทางไปยัง วัด โบสถ์ มัสยิด ค่ายทหาร โรงพยาบาล สถานสงเคราะห์ดูแลเด็กหรือผู้สูงอายุ สถาบันกวดวิชา ทัณฑสถาน สถานพินิจ หอพักหรือกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมากสามารถดูแลตนเองได้ดังนี้

  • ล้างมือบ่อยๆ
  • หากมีอาการไอ จาม ให้ใช้กระดาษหรือผ้าปิดปากปิดจมูก หากไม่มีหรือหยิบไม่ทัน ไม่ควรใช้มือป้องจมูก เพราะเชื้อจะติดอยู่ที่มือ ให้ไอจามใส่แขนเสื้อแทน
  • สวมหน้ากากอนามัย
  • ผู้ที่มีอาการป่วยหรือเป็นกลุ่มเสี่ยงและภูมิต้านทานต่ำควรหลีกเลี่ยงการไปสถานที่ดังกล่าว เพื่อลดโอกาสติดเชื้อ
  • ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ควรได้รับการฉีดวัคซีนทุกปีเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้มีระดับที่สูงอยู่ตลอดเวลาเพื่อรับมือกับเชื้อที่จะเข้ามาสู่ร่างกาย เพราะทุกๆปี เชื้อไวรัสจะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปตลอด ทำให้ภูมิต้านทานเดิมไม่สามารถป้องกันโรคได้ แม้การฉีดวัคซีนจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100 เปอร์เซนต์ แต่จะช่วยลดโอกาสติดเชื้อรุนแรงจนทำให้เกิดโรคปอดบวมติด ระบบการหายใจล้มเหลวจนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ลดการเข้ารักษาใน ICU และลดอัตราการเสียชีวิตได้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่