อาการของไข้หวัดใหญ่


อาการโดยทั่วไปของไข้หวัดใหญ่ มักก่อให้เกิดอาการเป็นไข้ หนาวสั่น ปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ น้ำมูกไหล และอ่อนเพลีย ซึ่งอาการเริ่มแรกนั้นมักเริ่มจากการที่มีไข้สูงฉับพลัน อาการของโรคไข้หวัดใหญ่มักมีความคล้ายคลึงกับการเป็นหวัด แต่ต่างกันตรงที่ไข้หวัดใหญ่จะมีอาการที่รุนแรงกว่าค่อนข้างมาก

ไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ แตกต่างกันอย่างไร

ไข้หวัด มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดต่าง ๆ เช่น โคโรนาไวรัส (Corona virus) และไรโนไวรัส (Rhinovirus) โดยจะมีอาการเจ็บคอ อ่อนเพลีย เป็นไข้ คันจมูก ไอจาม น้ำมูกไหล แน่นจมูก และรู้สึกไม่สบายตัว

ส่วนอาการที่สนับสนุนและบ่งบอกได้ว่าน่าจะเป็น ไข้หวัดใหญ่ มากกว่าที่จะเป็นไข้หวัดธรรมดา ก็คือ มีอาการเหมือนเป็นไข้หวัด แต่มีความรุนแรงมากกว่า มีไข้สูงมากกว่า 38.5-40 องศาเซลเซียส มีอาการหนาวสั่นและมีเหงื่อออก มีอาการปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัวและกล้ามเนื้อ และที่สำคัญก็คือ เกิดอาการเจ็บป่วยในช่วงเวลาเดียวกับที่มีไข้หวัดใหญ่ระบาด

นอกจากนี้อาการอื่น ๆ ที่พบได้ไม่บ่อยของไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ การรับกลิ่นผิดปกติไป

ระยะเวลาของอาการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ มักเป็นอยู่นานประมาณสองสัปดาห์ โดยช่วงที่มีอาการรุนแรงที่สุดและมักจะดีขึ้นภายในสองถึงสามวัน ส่วนอาการอ่อนเพลียก็เป็นได้นานถึง 2-3 สัปดาห์เลยทีเดียว

อาการของไข้หวัดใหญ่ในเด็ก

อาการของเด็กที่ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่จะคล้ายคลึงกับอาการของผู้ใหญ่ ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว เพียงแต่ในเด็กมักจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง และถ่ายเหลวมากกว่าผู้ใหญ่ ส่วนในเด็กเล็กจะสามารถสังเกตได้จากอาการร้องไห้งอแง และอยู่ไม่นิ่ง บางรายอาจมีอาการคัดแน่นจมูก และในเด็กทารกมักมีอาการง่วงซึมและไม่ค่อยกินนมหรืออาหาร

นอกจากนี้ในเด็กทารกและเด็กเล็กอาจพบอาการหายใจลำบากได้ ดังนั้นในเด็กเล็กจึงแนะนำให้ใช้จุกยางแดงดูดเอาเสมหะและน้ำมูกออกก่อนที่จะป้อนนมหรือก่อนเข้านอน โดยก่อนที่จะดูดเสมหะก็สามารถใช้น้ำเกลือหยอดจมูกเล็กน้อยเพื่อช่วยให้สามารถดูดเสมหะและน้ำมูกที่เหนียวขึ้นได้ดียิ่งขึ้น ส่วนในเด็กโต แนะนำให้สามารถใช้น้ำเกลือหยอดจมูกก่อนที่จะสั่งน้ำมูกออกมาได้เลย

ไข้หวัดใหญ่ที่ไม่มีไข้ สามารถพบได้กับผู้ป่วยบางรายอาจจะค่อยมีไข้ในภายหลัง หรืออาจจะไม่มีไข้เลยก็เป็นได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่ที่มีไข้หรือไม่มีไข้ก็ตาม ก็สามารถแพร่กระจายเชื้อได้ทั้งสิ้น

การทดสอบอาการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่

การวินิจฉัยการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ จะอาศัยจากการซักประวัติถึงอาการต่าง ๆ เป็นหลัก โดยเฉพาะหากเกิดในช่วงที่มีไข้หวัดใหญ่ระบาด การส่งตรวจวินิจฉัยสามารถทำได้โดยการเก็บสารคัดหลั่งจากโพรงทางด้านหลังของช่องจมูก หรือจากเสมหะ โดยการส่งตรวจดังกล่าวจะทำก็ต่อเมื่อมีข้อสงสัย ดังนี้

  • สงสัยว่าอาจเป็นการติดเชื้อจากสาเหตุอื่น
  • ยืนยันการวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่ เพื่อที่จะได้เริ่มให้ยารักษาได้ทันที
  • เก็บรวบรวมจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่
  • ร่วมกับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค เพื่อรวบรวมสถิติเกี่ยวกับการเกิดไข้หวัดใหญ่ชนิดต่าง ๆ

ทั้งนี้ การส่งตรวจภาพถ่ายรังสีทรวงอก (Chest X-ray) จะทำในผู้ป่วยที่สงสัยว่าอาจมีภาวะแทรกซ้อนจากไข้หวัดใหญ่ เช่น อาการปอดบวม เป็นต้น

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

การที่ร่างกายติดเขื้อไข้หวัดใหญ่ ทำไมหมอไม่สัางนอนแอดมิส
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ไอบ่อยๆ มีผลต่อลูกในท้องไหมคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เป็นหวัดบ่อยตอนตั้งครรภ์มีผลกระทบอะไรกับลูกบ้างไหมค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ไข้หวัดใหญ่
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่