อาการของไข้หวัดใหญ่

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ค. 1, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 312,927 คน

อาการโดยทั่วไปของไข้หวัดใหญ่ มักก่อให้เกิดอาการเป็นไข้ หนาวสั่น ปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ น้ำมูกไหล และอ่อนเพลีย ซึ่งอาการเริ่มแรกนั้นมักเริ่มจากการที่มีไข้สูงฉับพลัน อาการของโรคไข้หวัดใหญ่มักมีความคล้ายคลึงกับการเป็นหวัด แต่ต่างกันตรงที่ไข้หวัดใหญ่จะมีอาการที่รุนแรงกว่าค่อนข้างมาก

ไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ แตกต่างกันอย่างไร

ไข้หวัด มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดต่าง ๆ เช่น โคโรนาไวรัส (Corona virus) และไรโนไวรัส (Rhinovirus) โดยจะมีอาการเจ็บคอ อ่อนเพลีย เป็นไข้ คันจมูก ไอจาม น้ำมูกไหล แน่นจมูก และรู้สึกไม่สบายตัว

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

ส่วนอาการที่สนับสนุนและบ่งบอกได้ว่าน่าจะเป็น ไข้หวัดใหญ่ มากกว่าที่จะเป็นไข้หวัดธรรมดา ก็คือ มีอาการเหมือนเป็นไข้หวัด แต่มีความรุนแรงมากกว่า มีไข้สูงมากกว่า 38.5-40 องศาเซลเซียส มีอาการหนาวสั่นและมีเหงื่อออก มีอาการปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัวและกล้ามเนื้อ และที่สำคัญก็คือ เกิดอาการเจ็บป่วยในช่วงเวลาเดียวกับที่มีไข้หวัดใหญ่ระบาด

นอกจากนี้อาการอื่น ๆ ที่พบได้ไม่บ่อยของไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ การรับกลิ่นผิดปกติไป

ระยะเวลาของอาการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ มักเป็นอยู่นานประมาณสองสัปดาห์ โดยช่วงที่มีอาการรุนแรงที่สุดและมักจะดีขึ้นภายในสองถึงสามวัน ส่วนอาการอ่อนเพลียก็เป็นได้นานถึง 2-3 สัปดาห์เลยทีเดียว

อาการของไข้หวัดใหญ่ในเด็ก

อาการของเด็กที่ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่จะคล้ายคลึงกับอาการของผู้ใหญ่ ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว เพียงแต่ในเด็กมักจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง และถ่ายเหลวมากกว่าผู้ใหญ่ ส่วนในเด็กเล็กจะสามารถสังเกตได้จากอาการร้องไห้งอแง และอยู่ไม่นิ่ง บางรายอาจมีอาการคัดแน่นจมูก และในเด็กทารกมักมีอาการง่วงซึมและไม่ค่อยกินนมหรืออาหาร

นอกจากนี้ในเด็กทารกและเด็กเล็กอาจพบอาการหายใจลำบากได้ ดังนั้นในเด็กเล็กจึงแนะนำให้ใช้จุกยางแดงดูดเอาเสมหะและน้ำมูกออกก่อนที่จะป้อนนมหรือก่อนเข้านอน โดยก่อนที่จะดูดเสมหะก็สามารถใช้น้ำเกลือหยอดจมูกเล็กน้อยเพื่อช่วยให้สามารถดูดเสมหะและน้ำมูกที่เหนียวขึ้นได้ดียิ่งขึ้น ส่วนในเด็กโต แนะนำให้สามารถใช้น้ำเกลือหยอดจมูกก่อนที่จะสั่งน้ำมูกออกมาได้เลย

ไข้หวัดใหญ่ที่ไม่มีไข้ สามารถพบได้กับผู้ป่วยบางรายอาจจะค่อยมีไข้ในภายหลัง หรืออาจจะไม่มีไข้เลยก็เป็นได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่ที่มีไข้หรือไม่มีไข้ก็ตาม ก็สามารถแพร่กระจายเชื้อได้ทั้งสิ้น

การทดสอบอาการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่

การวินิจฉัยการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ จะอาศัยจากการซักประวัติถึงอาการต่าง ๆ เป็นหลัก โดยเฉพาะหากเกิดในช่วงที่มีไข้หวัดใหญ่ระบาด การส่งตรวจวินิจฉัยสามารถทำได้โดยการเก็บสารคัดหลั่งจากโพรงทางด้านหลังของช่องจมูก หรือจากเสมหะ โดยการส่งตรวจดังกล่าวจะทำก็ต่อเมื่อมีข้อสงสัย ดังนี้

  • สงสัยว่าอาจเป็นการติดเชื้อจากสาเหตุอื่น
  • ยืนยันการวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่ เพื่อที่จะได้เริ่มให้ยารักษาได้ทันที
  • เก็บรวบรวมจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่
  • ร่วมกับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค เพื่อรวบรวมสถิติเกี่ยวกับการเกิดไข้หวัดใหญ่ชนิดต่าง ๆ

ทั้งนี้ การส่งตรวจภาพถ่ายรังสีทรวงอก (Chest X-ray) จะทำในผู้ป่วยที่สงสัยว่าอาจมีภาวะแทรกซ้อนจากไข้หวัดใหญ่ เช่น อาการปอดบวม เป็นต้น

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
ไข้หวัดใหญ่
ไข้หวัดใหญ่
บทความต่อไป
วิธีการรักษาไข้หวัดใหญ่
วิธีการรักษาไข้หวัดใหญ่

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

การที่ร่างกายติดเขื้อไข้หวัดใหญ่ ทำไมหมอไม่สัางนอนแอดมิส
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ไอบ่อยๆ มีผลต่อลูกในท้องไหมคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เป็นหวัดบ่อยตอนตั้งครรภ์มีผลกระทบอะไรกับลูกบ้างไหมค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ไข้หวัดใหญ่
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่