การกินเพื่อสุขภาพ

เปรียบเทียบวิตามิน 1 เม็ดกับปริมาณอาหารแต่ละประเภทที่ต้องกิน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ส.ค. 30, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,085,526 คน

เปรียบเทียบวิตามิน 1 เม็ดกับปริมาณอาหารแต่ละประเภทที่ต้องกิน

วิตามิน จำเป็นไหม   เป็นคำถามยอดฮิตของใครหลายๆคนที่มักจะเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ จริงๆแล้ว ถ้าเรารับประทานอาหารได้ครบทั้ง 5 หมู่ วิตามินเสริมก็ไม่จำเป็นที่เราจะต้องรับประทาน

แต่ปัจจุบันด้วยไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันส่วนใหญ่มักจะนิยมทานอาหารฟาสฟูดส์และอาหารแช่แข็งกันมากขึ้น ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ การใช้ชีวิตดูเหมือนจะเร่งรีบกันไปเสียหมด บางคนนั่งทำงานติดโต๊ะทั้งวัน  การใช้แรงในแต่ละวันก็มีน้อย ยิ่งชั่วโมงที่เร่งด่วนแล้วล่ะก็เป็นไปได้ยากที่จะหาเวลาไปออกกำลังกายหรือแม้แต่เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และนั่นก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคต่างๆมากมาย และเมื่อร่างกายได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอจึงทำให้ทุกคนหันมาทานวิตามินกัน ด้วยความเชื่อที่ว่า วิตามินสามารถทดแทนสารอาหารและแร่ธาตุที่ร่างกายได้รับไม่เพียงพอ  อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าปริมาณของสารอาหารที่ร่างกายต้องการจะได้รับในแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับเพศ อายุ และกิจกรรมที่ทำ ซึ่งการที่เราจะทราบว่าเราขาดวิตามินอะไรบ้างนั้น ปัจจุบันเราสามารถที่จะตรวจสอบได้ด้วยการวัดระดับ ซึ่งต่างจากเดิมที่เรามักจะเห็นเมื่อร่างกายแสดงอาการเท่านั้น โดยทั่วไปแล้ว ปริมาณวิตามินและสารอาหารที่ร่างกายต้องการใน 1 วัน ประกอบไปด้วย

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

แคลเซียม (Calcium 800 mg ) เป็นแร่ธาตุอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญต่อกระดูกและฟัน ร่างกายคนเราจำเป็นที่จะต้องได้นับแคลเซียมที่เพียงพอ ปริมาณแคลเซียมที่ควรกิน เด็ก อายุ 4-8 ปี:800 มก/วัน  วัยรุ่น อายุ 9-18 ปี :1300 มก/วัน  ผู้ใหญ่ อายุ 19 – 50 ปี : 1000 มก/วัน  

ปริมาณแคลเซียมในกลุ่มของอาหาร ได้แก่

อาหาร แคลเซียม (มิลลิกรัม)
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 กระปุก 225
นมพร่องมันเนย 295
นมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม 300
ปลาตัวเล็ก 1 ช้อนโต๊ะ 113
กุ้งแห้ง 138
ผัดผักคะน้า 1 ทัพพี 71
งาดำ 1 ช้อนโต๊ะ 132
ใบยอ 50 กรัม 420
ถั่วแระต้ม 50 กรัม 97


ในร่างกายของคนเราสามารถรับปริมารแคลเซียมได้เพียง  500 มิลลิกรัมต่อมื้อ วิธีการทานแคลเซียมเสริม อาจจะต้องแบ่งเป็นมื้อย่อยๆแทน ที่สำคัญเพื่อร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น ไม่ควรดื่ม แอลกอฮอล์

 วิตามินซี (Vitamin C)  เป็นวิตามินที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการในส่วนต่างๆของร่างกาย  เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามินซีขึ้นได้เอง  ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับวิตามินซีในรูปแบบอาหารและวิตามินเสริม ปริมาณวิตามินซีที่ควรได้รับในแต่ละช่วงวัยมีดังนี้ คือ  เด็ก อายุ 4-8 ปี : 25มก/วัน  วัยรุ่น อายุ 14-18 ปี ชาย : 75มล/วัน หญิง  65มล/วัน  ผู้ใหญ่  อายุ  19 ปีขึ้นไป ชาย :90 มล/วัน   หญิง  :75 มล/วัน

ปริมาณวิตามิน C ในกลุ่มของอาหาร ได้แก่

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02
อาหาร วิตามิน C (มิลลิกรัม)
บรอกโคลี 89
ผักโขม 28.1
ผักปวยเล้ง 100 กรัม 28.1
มันฝรั่ง มันเทศ 21.3
พริกหวาน 1 เม็ด 100-120
มัะเขือเทศ 100 กรัม 21.3
ฝรั่ง 100 กรัม 230
มะละกอ 100 กรัม 60
สับปะรด 1 ชิ้น 20-30
น้ำมะนาว 1 แก้ว 34


วิตามินเอ    เป็นวิตามินที่มีประโยชน์ในการช่วยบำรุงสายตา  ช่วยในเรื่องของระบบผิวพรรรและช่วยในการสร้างภูมิต้านทานในร่างกาย วิตามินเอ แบ่งออกได้2 รูปแบบ คือ Proformed Vitamin A  ในส่วนนี้ได้มาจากเนื้อสัตว์ เข่น น้ำมันตับปลา  รูปแบบที่ 2 คือ ได้รับจากอาหาร เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วสารอาหารที่ได้จะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ  ปริมาณวิตามินเอที่ควรได้รับในแต่ละวัน ผู้ชาย : 3000 IU/วัน   ผู้หญิง : 2310IU/วัน   ปริมาณสูงสุดที่ร่างกายควรจะได้รับในแต่ละวันจะต้องไม่เกิน 10000IU/วัน   

ปริมาณวิตามิน A ในกลุ่มของอาหาร ได้แก่

อาหาร วิตามิน A (มิลลิกรัม)
หน่อไม้ฝรั่ง 100 กรัม 810
บรอกโคลี 1 หัว 3150
แตงกวา 1 กิโลกรัม 1750
ฟักทอง 100 กรัม 6300
ผักกาดขาว 100 กรัม 1700
แครอท 100 กรัม 9000
กระเจี๊ยบขาว 100 กรัม 470
แตงโม 1 ชิ้น 700
ชะอม 100 กรัม 10,066
คะน้า 100 กรัม 9,300


วิตามินบีรวม    เป็นกลุ่มวิตามินที่มีความจำเป็นต่อระบบประสาทและอวัยวะต่างๆของร่างกาย  ประกอบไปด้วย วิตามินทั้งหมด 9 นิด คือ วิตามินบี 1 (ไทอามีน)   วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน)  วิตามินบี 3 (ไนอาซิน)  วิตามินบี 5 (แพนโทเทนิค)  วิตามินบี 6 (ไพริดอกซีน) วิตามินบี 7 (ไบโอทิน)  วิตามินบี 9 (โฟเลท )และ วิตามินบี 12 (โคบาลามิน)  จัดเป็นกลุ่มวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นได้เอง  จำเป็นที่จะต้องอาศัยการรับประทานอาหารหรือในรูปแบบของวิตามินเสริม  ประโยชน์ของวิตามินบีรวมนอกจากจะช่วยบำรุงระบบประสาทและสมองแล้วยังช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า  ปริมาณวิตามินเอที่ควรได้รับในแต่ละวันในแต่ละชนิดคือ 20 - 25 มิลลิกรัม

ปริมาณวิตามิน B รวม ในกลุ่มของอาหาร ได้แก่

อาหาร วิตามิน B (มิลลิกรัม)
เนื้อหมูสด 100 กรัม 0.69
ไข่เป็ดทั้งฟอง 0.28
ผักโขม 0.21
โยเกิร์ต 1 ถ้วย 0.57
เครื่องใน 2.9
ตับได่ 3 ออนซ์ 8.3
เนื้อปลาทูน่า 3 ออนซ์ 2.5 ไมโครกรัม
ข้าวโอ๊ต ¼ ถ้วย 8.6 ไมโครกรัม
กล้วย 1 ลูก 0.43
เนื้อหมู 3 ออนซ์ 3.9



ดังนั้นการเลือกวิตามินบีรวมเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด ควรเลือกปริมาณวิตามินบีแต่ละชนิดในปริมาณที่เท่ากัน เพื่อป้องกันไม่ให้แย่งการดูดซึมในกลุ่มของวิตามินด้วยกันเอง  วิตามินบีเป็นสิ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้ การเติมเต็มวิตามินบีจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการดุแลร่างกาย 

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่า วิตามินจะมีประโยชน์ที่ช่วยในการเติมเต็มในการดูแลร่างกายของเรา แต่อย่าลืมว่าวิตามินไม่ใช่ยาดังนั้น การที่จะเลือกกินวิตามินเสริมจะต้องดูที่วัตถุประสงค์  วิธีการกินและคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก

 

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่