การกินเพื่อสุขภาพ

เปรียบเทียบวิตามิน 1 เม็ดกับปริมาณอาหารแต่ละประเภทที่ต้องกิน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ส.ค. 30, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
เปรียบเทียบวิตามิน 1 เม็ดกับปริมาณอาหารแต่ละประเภทที่ต้องกิน

วิตามิน จำเป็นไหม   เป็นคำถามยอดฮิตของใครหลายๆคนที่มักจะเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ จริงๆแล้ว ถ้าเรารับประทานอาหารได้ครบทั้ง 5 หมู่ วิตามินเสริมก็ไม่จำเป็นที่เราจะต้องรับประทาน

แต่ปัจจุบันด้วยไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันส่วนใหญ่มักจะนิยมทานอาหารฟาสฟูดส์และอาหารแช่แข็งกันมากขึ้น ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ การใช้ชีวิตดูเหมือนจะเร่งรีบกันไปเสียหมด บางคนนั่งทำงานติดโต๊ะทั้งวัน  การใช้แรงในแต่ละวันก็มีน้อย ยิ่งชั่วโมงที่เร่งด่วนแล้วล่ะก็เป็นไปได้ยากที่จะหาเวลาไปออกกำลังกายหรือแม้แต่เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และนั่นก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคต่างๆมากมาย และเมื่อร่างกายได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอจึงทำให้ทุกคนหันมาทานวิตามินกัน ด้วยความเชื่อที่ว่า วิตามินสามารถทดแทนสารอาหารและแร่ธาตุที่ร่างกายได้รับไม่เพียงพอ  อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าปริมาณของสารอาหารที่ร่างกายต้องการจะได้รับในแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับเพศ อายุ และกิจกรรมที่ทำ ซึ่งการที่เราจะทราบว่าเราขาดวิตามินอะไรบ้างนั้น ปัจจุบันเราสามารถที่จะตรวจสอบได้ด้วยการวัดระดับ ซึ่งต่างจากเดิมที่เรามักจะเห็นเมื่อร่างกายแสดงอาการเท่านั้น โดยทั่วไปแล้ว ปริมาณวิตามินและสารอาหารที่ร่างกายต้องการใน 1 วัน ประกอบไปด้วย

แคลเซียม (Calcium 800 mg ) เป็นแร่ธาตุอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญต่อกระดูกและฟัน ร่างกายคนเราจำเป็นที่จะต้องได้นับแคลเซียมที่เพียงพอ ปริมาณแคลเซียมที่ควรกิน เด็ก อายุ 4-8 ปี:800 มก/วัน  วัยรุ่น อายุ 9-18 ปี :1300 มก/วัน  ผู้ใหญ่ อายุ 19 – 50 ปี : 1000 มก/วัน  

ปริมาณแคลเซียมในกลุ่มของอาหาร ได้แก่

อาหาร แคลเซียม (มิลลิกรัม)
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 กระปุก 225
นมพร่องมันเนย 295
นมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม 300
ปลาตัวเล็ก 1 ช้อนโต๊ะ 113
กุ้งแห้ง 138
ผัดผักคะน้า 1 ทัพพี 71
งาดำ 1 ช้อนโต๊ะ 132
ใบยอ 50 กรัม 420
ถั่วแระต้ม 50 กรัม 97


ในร่างกายของคนเราสามารถรับปริมารแคลเซียมได้เพียง  500 มิลลิกรัมต่อมื้อ วิธีการทานแคลเซียมเสริม อาจจะต้องแบ่งเป็นมื้อย่อยๆแทน ที่สำคัญเพื่อร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น ไม่ควรดื่ม แอลกอฮอล์

 วิตามินซี (Vitamin C)  เป็นวิตามินที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการในส่วนต่างๆของร่างกาย  เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามินซีขึ้นได้เอง  ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับวิตามินซีในรูปแบบอาหารและวิตามินเสริม ปริมาณวิตามินซีที่ควรได้รับในแต่ละช่วงวัยมีดังนี้ คือ  เด็ก อายุ 4-8 ปี : 25มก/วัน  วัยรุ่น อายุ 14-18 ปี ชาย : 75มล/วัน หญิง  65มล/วัน  ผู้ใหญ่  อายุ  19 ปีขึ้นไป ชาย :90 มล/วัน   หญิง  :75 มล/วัน

ปริมาณวิตามิน C ในกลุ่มของอาหาร ได้แก่

อาหาร วิตามิน C (มิลลิกรัม)
บรอกโคลี 89
ผักโขม 28.1
ผักปวยเล้ง 100 กรัม 28.1
มันฝรั่ง มันเทศ 21.3
พริกหวาน 1 เม็ด 100-120
มัะเขือเทศ 100 กรัม 21.3
ฝรั่ง 100 กรัม 230
มะละกอ 100 กรัม 60
สับปะรด 1 ชิ้น 20-30
น้ำมะนาว 1 แก้ว 34


วิตามินเอ    เป็นวิตามินที่มีประโยชน์ในการช่วยบำรุงสายตา  ช่วยในเรื่องของระบบผิวพรรรและช่วยในการสร้างภูมิต้านทานในร่างกาย วิตามินเอ แบ่งออกได้2 รูปแบบ คือ Proformed Vitamin A  ในส่วนนี้ได้มาจากเนื้อสัตว์ เข่น น้ำมันตับปลา  รูปแบบที่ 2 คือ ได้รับจากอาหาร เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วสารอาหารที่ได้จะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ  ปริมาณวิตามินเอที่ควรได้รับในแต่ละวัน ผู้ชาย : 3000 IU/วัน   ผู้หญิง : 2310IU/วัน   ปริมาณสูงสุดที่ร่างกายควรจะได้รับในแต่ละวันจะต้องไม่เกิน 10000IU/วัน   

ปริมาณวิตามิน A ในกลุ่มของอาหาร ได้แก่

อาหาร วิตามิน A (มิลลิกรัม)
หน่อไม้ฝรั่ง 100 กรัม 810
บรอกโคลี 1 หัว 3150
แตงกวา 1 กิโลกรัม 1750
ฟักทอง 100 กรัม 6300
ผักกาดขาว 100 กรัม 1700
แครอท 100 กรัม 9000
กระเจี๊ยบขาว 100 กรัม 470
แตงโม 1 ชิ้น 700
ชะอม 100 กรัม 10,066
คะน้า 100 กรัม 9,300


วิตามินบีรวม    เป็นกลุ่มวิตามินที่มีความจำเป็นต่อระบบประสาทและอวัยวะต่างๆของร่างกาย  ประกอบไปด้วย วิตามินทั้งหมด 9 นิด คือ วิตามินบี 1 (ไทอามีน)   วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน)  วิตามินบี 3 (ไนอาซิน)  วิตามินบี 5 (แพนโทเทนิค)  วิตามินบี 6 (ไพริดอกซีน) วิตามินบี 7 (ไบโอทิน)  วิตามินบี 9 (โฟเลท )และ วิตามินบี 12 (โคบาลามิน)  จัดเป็นกลุ่มวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นได้เอง  จำเป็นที่จะต้องอาศัยการรับประทานอาหารหรือในรูปแบบของวิตามินเสริม  ประโยชน์ของวิตามินบีรวมนอกจากจะช่วยบำรุงระบบประสาทและสมองแล้วยังช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า  ปริมาณวิตามินเอที่ควรได้รับในแต่ละวันในแต่ละชนิดคือ 20 - 25 มิลลิกรัม

ปริมาณวิตามิน B รวม ในกลุ่มของอาหาร ได้แก่

อาหาร วิตามิน B (มิลลิกรัม)
เนื้อหมูสด 100 กรัม 0.69
ไข่เป็ดทั้งฟอง 0.28
ผักโขม 0.21
โยเกิร์ต 1 ถ้วย 0.57
เครื่องใน 2.9
ตับได่ 3 ออนซ์ 8.3
เนื้อปลาทูน่า 3 ออนซ์ 2.5 ไมโครกรัม
ข้าวโอ๊ต ¼ ถ้วย 8.6 ไมโครกรัม
กล้วย 1 ลูก 0.43
เนื้อหมู 3 ออนซ์ 3.9



ดังนั้นการเลือกวิตามินบีรวมเพื่อให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด ควรเลือกปริมาณวิตามินบีแต่ละชนิดในปริมาณที่เท่ากัน เพื่อป้องกันไม่ให้แย่งการดูดซึมในกลุ่มของวิตามินด้วยกันเอง  วิตามินบีเป็นสิ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้ การเติมเต็มวิตามินบีจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการดุแลร่างกาย 

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่า วิตามินจะมีประโยชน์ที่ช่วยในการเติมเต็มในการดูแลร่างกายของเรา แต่อย่าลืมว่าวิตามินไม่ใช่ยาดังนั้น การที่จะเลือกกินวิตามินเสริมจะต้องดูที่วัตถุประสงค์  วิธีการกินและคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่