Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
เทคโนโลยีด้านสุขภาพ

เปรียบเทียบการฟอกสีฟันประเภทต่างๆ แบบไหนเหมาะกับเราที่สุดนะ?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 816,364 คน

เปรียบเทียบการฟอกสีฟันประเภทต่างๆ แบบไหนเหมาะกับเราที่สุดนะ?

พูดถึงวิธีการเปลี่ยนสีฟันที่คล้ำเหลืองให้เป็นฟันขาวสว่างสดใส วิธีที่ได้ผลที่สุดคงหนีไม่พ้นการฟอกสีฟัน ซึ่งเป็นการใช้น้ำยาฟอกสีฟันที่มีส่วนผสมของสารต่างๆ เช่น Hydrogen Peroxide มาทำปฏิกิริยาทำให้เม็ดสีบนเนื้อฟันเกิดการแตกตัว และปรับให้สีฟันดูขาวขึ้น การฟอกสีฟันนั้นมีหลายแบบ หลายวิธี ทำให้อาจจะยากต่อการตัดสินใจเลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง เราเลยมา เปรียบเทียบการฟอกสีฟันประเภทต่างๆ ให้ดูกัน เพื่อให้ใครที่สนใจใช้เป็นแนวทาง สำหรับเลือกวิธีการฟอกสีฟันที่เหมาะสม

การฟอกสีฟันมีทั้งแบบที่ต้องทำที่คลินิกโดยทันตแพทย์ และแบบที่ทำเองได้ที่บ้าน โดยการฟอกสีฟันที่คลินิกในปัจจุบันก็มีการใช้เทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น การใช้ Cool Light การใช้เลเซอร์ การใช้แสงแบบ Zoom เป็นต้น ซึ่งแต่ละวิธีแตกต่างกันอย่างไรนั้น ไปดูกันเลย

การฟอกสีฟันที่คลินิก

เป็นการฟอกสีฟันที่ทำโดยทันตแพทย์ ซึ่งจะน้ำยาฟอกสีฟันที่ความเข้มข้นค่อนข้างสูง และสามารถทำให้ฟันขาวขึ้นได้ชัดเจนตั้งแต่ทำครั้งแรก การฟอกสีฟันที่คลินิกทันตกรรมมักใช้เทคโนโลยีต่างๆ ควบคู่ด้วย เพื่อให้ประสิทธิภาพของน้ำยาฟอกสีฟันดีขึ้น เช่น

1. การฟอกสีฟันแบบ LED Cool Light เป็นการใช้แสงเย็น ซึ่งเป็นแสง LED ในการกระตุ้นปฏิกิริยาระหว่างน้ำยาฟอกสีฟัน และเม็ดสีในเนื้อฟัน ทำให้น้ำยาฟอกสีฟันแทรกซึมเข้าสู่ผิวฟันได้ดีขึ้น 

  • ข้อดี คือสามารถทำให้ฟันขาวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยการฟอกสีฟันเพียงครั้งเดียวก็เปลี่ยนฟันให้ขาวขึ้นได้อย่างน้อย 3 ระดับ จึงเหมาะกับคนที่มีเวลาน้อย และรีบร้อนอยากเห็นผลลัพธ์เร็วๆ ส่วน 
  • ข้อเสีย คือแสงที่ใช้มีพลังงานสูง จึงอาจเกิดการระคายเคืองเนื้อเยื่อในช่องปากได้ เช่น ทำให้เหงือกพอง เป็นต้น
  • ราคาประมาณ 3,000 – 7,000 บาท ต่อครั้ง

2. การฟอกสีฟันแบบเลเซอร์ เป็นการใช้แสงเลเซอร์ซึ่งมีความร้อนต่ำ ในการกระตุ้นประสิทธิภาพของน้ำยาฟอกสีฟัน การใช้เลเซอร์ให้ผลลัพธ์คล้ายกับการใช้แสงเย็น คือทำให้ฟันขาวขึ้นชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเห็นผลเร็วๆ แต่มี 

  • ข้อดี คือแสงเลเซอร์นั้นมีความร้อนต่ำ จึงไม่ค่อยก่อให้เกิดความระคายเคืองในช่องปาก 
  • ข้อเสีย คือมีราคาค่อนข้างสูงกว่าวิธีอื่นๆ
  • ราคาประมาณ 7,500 – 12,000 บาท ต่อครั้ง

3. การฟอกสีฟันแบบ Zoom เป็นวิธีที่พัฒนาขึ้นมาโดยผู้ผลิตเครื่องมือเกี่ยวกับแสง เทคโนโลยี Zoom มีทั้งการใช้แสงสีฟ้าที่คล้ายกับวิธี LED cool light และการใช้แสงความร้อนต่ำแบบวิธีเลเซอร์ แต่มีจุดเด่นที่น้ำยาฟอกสีฟันที่ใช้จะมีความเข้มข้นสูงกว่าการฟอกสีฟันทั่วๆ ไป 

  • ข้อดี คือสามารถทำให้ฟันขาวขึ้นได้อย่างชัดเจน อย่างน้อย 3 ระดับ ในการฟอกสีฟันแค่ครั้งเดียว
  • ข้อเสีย คืออุปกรณ์และน้ำยามีราคาค่อนข้างสูง
  • ราคาประมาณ 6,000 – 10,000 บาท ต่อครั้ง

การฟอกสีฟันด้วยตัวเอง

เป็นการนำอุปกรณ์และน้ำยาฟอกสีฟัน มาทำการฟอกสีฟันด้วยตัวเองที่บ้าน โดยน้ำยาฟอกสีฟันที่ใช้จะมีความเข้มข้นน้อยกว่าน้ำยาที่ใช้ในคลินิก การฟอกสีฟันด้วยตัวเอง มีทั้งแบบที่ควบคุมโดยทันตแพทย์ และแบบที่ใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกฟันขาวทั่วไป

1. การฟอกสีฟันที่ควบคุมโดยทันตแพทย์ ทันตแพทย์จะเป็นผู้เตรียมอุปกรณ์สำหรับฟอกสีฟันให้เรามาทำเองที่บ้าน โดยอุปกรณ์ประกอบด้วย ถาดครอบฟัน ซึ่งทันตแพทย์จะพิมพ์ออกมาให้พอดีกับรูปฟันของเรา น้ำยาฟอกสีฟัน ที่มีลักษณะเป็นเจล และไซริงค์สำหรับฉีดน้ำยาฟอกสีฟัน วิธีการคือให้เราฉีดน้ำยาฟอกสีฟันลงในถาดครอบฟัน และใช้ครอบฟันไว้ประมาณ 1 – 4 ชั่วโมง โดยต้องทำเป็นประจำ 1 – 3 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลว่าฟันขาวขึ้น 

  • ข้อดี คือเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และสามารถทำได้เอง จึงเหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาไปหาหมอฟัน หรือคนที่ฟอกสีฟันที่คลินิกจนฟันขาวขึ้นในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ได้สีที่พอใจ 
  • ข้อเสีย คือต้องใช้เวลานานกว่าฟันจะขาวขึ้นอย่างชัดเจน
  • ราคาประมาณ 1,000 – 5,000 บาท ขึ้นอยู่กับน้ำยาและอุปกรณ์ที่ใช้

2. การฟอกสีฟันด้วยผลิตภัณฑ์ฟอกฟันขาวทั่วไป เป็นการซื้อผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันที่วางขายตามท้องตลาดมาทำด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีทันตแพทย์ควบคุม โดยชุดฟอกสีฟันที่วางขาย จะมีอุปกรณ์เช่นเดียวกับที่ทันตแพทย์เตรียมให้ แต่น้ำยาฟอกสีฟันที่ใช้จะมีความเข้มข้นต่ำกว่ามาก 

  • ข้อดี คือเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก เราสามารถหาซื้อชุดฟอกสีฟันมาทำเองได้ทันที ในราคาที่ไม่แพง เหมาะกับคนที่มีสีฟันไม่คล้ำมาก หรือต้องการปรับให้ฟันขาวขึ้นเล็กน้อย 
  • ข้อเสีย คือเห็นผลช้า อาจต้องทำหลายครั้งจึงจะเห็นว่าฟันขาวขึ้น และหากใช้อุปกรณ์ไม่ถูกวิธีก็อาจมีผลข้างเคียงได้
  • ราคาประมาณ 300 – 1,000 บาท สำหรับอุปกรณ์ 1 ชุด

เห็นไหมว่าการฟอกสีฟันแต่ละวิธีก็มีจุดเด่น จุดด้อย แตกต่างกันไป หวังว่าคนที่สนใจการฟอกสีฟัน น่าจะใช้ข้อมูลนี้ไปเป็นประโยชน์ในการเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองได้

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป