อาการฉุกเฉินในลูกแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 15, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,727,417 คน

คุณอาจรู้สึกตกใจเมื่อเห็นแมวของคุณกำลังทรมาน โดยเฉพาะเมื่อไม่มั่นใจว่าสถานการณ์ที่กำลังเผชิญเป็นเรื่องฉุกเฉินหรือไม่ หากคุณไม่แน่ใจให้ติดต่อสัตวแพทย์หรือโรงพยาบาลสัตว์ที่อยู่ใกล้ที่สุด นอกจากนี้บทความนี้จะช่วยให้คุณเตรียมตัวเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่มักพบในแมว

หายใจลำบาก

หากลูกแมวมีอาการหายใจลำบาก ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที โดยทั่วไปมักเป็นผลมาจากปัญหาของปอดและทางเดินหายใจ โดยมีสาเหตุหลายอย่างที่ทำให้ลูกแมวหายใจลำบาก การติดเชื้อส่งผลให้เกิดภาวะปอดอักเสบ อาจมีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ในคอหรือทางเดินหายใจ การถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงอาจทำให้ปอดเกิดความเสียหาย นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ได้แก่ ภูมิแพ้ ภาวะหัวใจล้มเหลว และสารพิษ สามารถก่อให้เกิดปัญหาทางเดินหายใจได้เช่นกัน

อาการหายใจลำบากเป็นอาการที่ฉุกเฉินอย่างมาก และต้องได้รับการดูแลโดยสัตวแพทย์ทันที การวินิจฉัยที่มักจำเป็นต้องทำ คือ การ X-rays ช่องอกเพื่อตรวจสอบปอดและทางเดินหายใจ

อาการไอและสำลัก

การสำลักเป็นปัญหาที่น่ากังวล แม้ว่าอาการจะหายได้ภายในไม่กี่วินาที แต่ถ้าหากได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ หรือเกิดการสะสมของของเหลวในปอด จะทำให้เกิดผลอันตรายตามมา

อาการไอเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ปอดอักเสบจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา หลอดลมอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคหัวใจที่เป็นโดยกำเนิด การติดเชื้อในทางเดินหาใจเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดที่ทำให้ลูกแมวมีอาการไอ อาการที่พบในลูกแมวที่มีการติดเชื้อในทางเดินหายใจ ได้แก่ จาม ตาเยิ้มมีน้ำตาขี้ตามาก และมีน้ำมูก ความผิดปกติเกี่ยวกับทางเดินหายใจในสัตว์เลี้ยงควรได้รับการตรวจโดยสัตวแพทย์เร็วที่สุด

อาเจียนและท้องเสีย

การอาเจียน และ/หรือท้องเสีย เกิดได้จากหลายสาเหตุที่แตกต่างกัน ได้แก่ การเปลี่ยนอาหารกระทันหัน พยาธิ กินอาหารที่เป็นอันตราย โรคติดเชื้อ สารพิษ โรคเกี่ยวกับระบบเผาผลาญ มะเร็ง และอื่น ๆ อีกมากมาย บางครั้งการอาเจียนหรือท้องเสียอาจหายได้เอง แต่กรณีที่มีการอาเจียนหรือท้องเสียติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจะเกิดปัญหาตามมา ลูกแมวอาจมีสภาวะแห้งน้ำอย่างรวดเร็วหลังจากมีอาการ ความรุนแรงของอาการขึ้นกับสาเหตุและอาจแย่ลงภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง

การกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง

สาเหตุของการกระทบกระเทือน เช่น ถูกรถชน ถูกสัตว์อื่นทำร้าย ตกจากที่สูง หรืออุบัติเหตุอื่น ๆ ผลที่ตามมา คือ เสียเลือด ช็อก กระดูกหัก บาดแผลฉีกขาดหรือบาดแผลภายนอก เลือดออกภายในร่างกาย การบาดเจ็บภายใน และความเจ็บปวด สิ่งเหล่านี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากแมวของคุณได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงไม่ว่าจะด้วยวิธีใด แมวควรได้รับการตรวจและรักษาโดยสัตวแพทย์ แม้ว่าจะเป็นเพียงอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย อาการแทรกซ้อนจากการบาดเจ็บเหล่านี้พบได้บ่อยและการช่วยเหลือตั้งแต่แรกเริ่มจะทำให้การรักษามีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น

เลือดออก

หากลูกแมวของคุณมีเลือดออก ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ เนื่องจากสิ่งที่ตามมาจากการเสียเลือดคือ สภาวะช็อกและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต บางครั้งอาจมีเลือดออกเล็กน้อยจากเล็บถ้าตัดเล็บสั้นเกินไป

การกินสารพิษ

มีสารพิษหลายชนิดทีเป็นพิษต่อแมว และพืชที่เป็นพิษต่อแมวมากที่สุดคือพืชตระกูลลิลลี่ สารกันเยือกแข็งก็เป็นสารพิษอีกชนิดที่เป็นอันตรายถึงชีวิตในแมว สารทำความสะอาด ยา (ทั้งยาที่แพทย์สั่งและยาที่หาซ้อได้ทั่วไป) สิ่งที่อยู่ในสวน (ปุ๋ย พืช และรากไม้บางชนิด) ช็อกโกแล็ต ยาเบื่อหนู และยาฆ่าแมลง ล้วนเป็นสิ่งที่สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อแมวได้ หากคุณสงสัยว่าสารที่เป็นพิษต่อแมวมีอะไรบ้าง สามารถติดต่อสอบถามสัตวแพทย์ได้

การกินวัตถุแปลกปลอม

โดยธรรมชาติแมวเป็นสัตว์ขี้สงสัยและมีนิสัยขี้เล่น ไม่ว่าจะกินวัตถุแปลกปลอมอะไรไปก็จะเกิดปัญหาตามมาได้ ทั้งปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่น การอุดตันหรือทะลุของลำไส้ หรือติดอยู่ในลำคอหรือทางเดินหายใจส่งผลให้เกิดการสำลักและหายใจไม่ออกตามมา สิ่งแปลกปลอมที่เป็นเส้นตรงจะเป็นอันตรายอย่างมากในแมว เช่น เชือก ด้าย ลวด และวัตถุอื่นที่มีลักษณะเป็นเส้น

อาการแพ้

แมวสามารถเกิดอาการแพ้ได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่แพ้วัคซีนไปจนถึงแพ้แมลงกัด การแพ้แบบเฉียบพลับ (anaphylactic shock) เป็นอาการแพ้ที่อันตรายที่สุด อาการที่พบได้ ได้แก่ อาเจียน ท้องเสีย ซึม หายใจลำบาก และหมดสติ อาการอื่นที่พบได้ ได้แก่ หน้าบวม ลมพิษ และอาการคัน หากเจ้าของสังเกตเห็นอาการแพ้ในแมวควรดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ

อุณหภูมิร่างกายสูง

การติดเชื้อและฮีทสโตรคสามารถทำให้ลูกแมวมีอุณหภูมิร่างกายสูงเกินไปได้ อุณหภูมิมากกว่า 104 องศาฟาเรนไฮต์จะเป็นอันตรายต่อลูกแมวและต้องได้รับการดูแลโดยสัตวแพทย์

ความเจ็บปวด

ความเจ็บปวดเกิดได้จากหลายสาเหตุและมีการแสดงออกหลากหลาย อาการที่พบได้ ได้แก่ เดินอย่างไร้จุดมุ่งหมาย กระสับกระส่าย กระวนกระวาย หอบ หัวใจเต้นเร็ว หรือก้าวร้าว ลูกแมวมักเกิดความเจ็บปวดจากการบาดเจ็บจากการถูกกระทบกระแทกอย่างแรง หากเจ้าของสังเกตพบว่าลูกแมวกำลังมีความเจ็บปวด ควรพาไปพบสัตวแพทย์

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม