ภูมิแพ้

ลมพิษจากการสัมผัสความเย็น

การเกิดลมพิษเมื่อสัมผัสกับความหนาวเย็น
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 473,842 คน

ลมพิษจากการสัมผัสความเย็น

>ลมพิษจากการสัมผัสคือ?

คนที่เกิดภาวะลมพิษจากการสัมผัสความเย็นได้ คือคนที่มีกลไกการเกิดลมพิษทางกายภาพ กล่าวคือสามารถถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้นด้วยสัมผัสทางร่างกายแบบต่าง ๆ เช่น  การสัมผัสจากแรงกดบนผิวหนัง ภาวะอุณหภูมิ แสงแดด น้ำ รวมถึงการออกกำลังกาย

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

 ลมพิษจากการสัมผัสความเย็นคือ?

ภาวะลมพิษจากการสัมผัสความเย็น จัดอยู่ในกลุ่มอาการของลมพิษประเภทที่เกิดจากการสัมผัส โดยเมื่อร่างกายสัมผัสความเย็น จะถูกกระตุ้นให้เกิดผื่นลมพิษและเกิดการบวมขึ้น

ความเย็นที่ว่านี้อาจมาในรูปแบบต่างๆ เช่น อากาศเย็น อาหารหรือเครื่องดื่มเย็น ๆ รวมทั้งการว่ายน้ำในน้ำเย็นด้วย

คนส่วนใหญ่ที่มีภาวะนี้มักมีอาการไม่รุนแรง เป็นเพียงอาการคันหรือผื่นเมื่อต้องสัมผัสกับความเย็น อย่างไรก็ตามภาวะนี้ก็อาจรุนแรงถึงชีวิตได้ในบางคน เช่น เมื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ ในน้ำเย็นก็อาจนำไปสู่ภาวะแพ้รุนแรงแบบเฉียบพลันได้ เรียกว่าภาวะอนาไฟแล็กซิส นอกจากนี้ลมพิษจากการสัมผัสความเย็นนี้อาจเป็นผลสืบเนื่องมาจากปัจจัยอื่น ๆ ในคน ๆ นั้น เช่น ป่วยเป็นโรคบางอย่าง ได้แก่ การติดเชื้อ โรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง โรคมะเร็ง หรืออาจเกิดจากการใช้ยาบางประเภท หรือเป็นกรรมพันธุ์

เราจะวินิจฉัยลมพิษจากการสัมผัสความเย็นได้อย่างไร?

การวินิจฉัยลมพิษจากการสัมผัสความเย็นทำโดยการทดสอบการแพ้ความเย็นโดยใช้น้ำแข็ง ขั้นตอนแรกใช้ก้อนน้ำแข็งสี่เหลี่ยมหรือวัตถุเย็นอื่น ๆ เช่น แพ็คน้ำแข็งเทียมที่ใช้ประคบเย็นวางไว้ที่ปลายแขนนาน 10 นาทีแล้วนำออก ถ้ามีผื่นลมพิษหรืออาการบวมเกิดขึ้นภายใน 5 นาทีหลังจากนำวัตถุเย็นนั้นออก แสดงว่าผลการทดสอบเป็นบวก คือมีภาวะลมพิษจากการสัมผัสความเย็นจริงโดยระยะเวลานับจากที่นำวัตถุเย็นออกจนกระทั่งเกิดผื่นนั้น สามารถบ่งบอกความรุนแรงของภาวะลมพิษที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วย ยิ่งเกิดผื่นเร็วก็ยิ่งแสดงถึงภาวะแพ้ที่รุนแรงมากกว่า

อย่างไรก็ตาม บางคนที่มีภาวะลมพิษจากการสัมผัสความเย็นในกลุ่มที่แยกย่อยออกไปบางชนิดนั้น อาจจะไม่แสดงอาการแพ้ให้เห็นได้จากการทดสอบนี้ ได้แก่

ภาวะผื่นลมพิษที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ โดยคนกลุ่มนี้จะเกิดลมพิษขึ้นภายหลังจากการสัมผัสความเย็นในเวลาที่นานออกไปถึง 12-48 ชม. โดยหากทดสอบโดยการใช้น้ำแข็งจะให้ผลบวกได้ในเวลาถัดไปหลายชั่วโมง

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

ภาวะผื่นลมพิษแบบเดอร์มาโตกราฟิซึม (ลมพิษเป็นรูปนูนตามรอยขีด) เมื่อสัมผัสความเย็น ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีการกดหรือถูลงบนผิวหนังร่วมกับความเย็น การทดสอบโดยใช้น้ำแข็งต้องใช้ร่วมกับการใช้วัตถุทู่ เช่น ปากกาถูลงบนผิวหนังร่วมด้วยจะให้ผลบวก

ภาวะผื่นลมพิษโคลิเนอร์จิก (ลมพิษที่เกิดเมื่อร่างกายมีการหลั่งสารโคลิเนอร์จิกส์) ที่ถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้นด้วยความเย็น คนที่มีภาวะแพ้กลุ่มนี้จะเกิดผื่นเมื่อออกกำลังกายในสภาพอากาศเย็น แต่หากออกกำลังกายในสภาวะอากาศที่อุ่นแล้วยังคงเกิดลมพิษ แสดงว่าเป็นภาวะลมพิษโคลิเนอร์จิกเพียงอย่างเดียว โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีอุณหภูมิมาเป็นตัวกระตุ้นร่วมให้เกิดผื่น

ภาวะผื่นลมพิษจากการสัมผัสความเย็นเฉพาะที่ จะเกิดผื่นลมพิษในบริเวณที่ห่างออกไปจากบริเวณที่สัมผัสโดนความเย็นโดยตรง เมื่อทดสอบโดยการใช้น้ำแข็ง จะเห็นผื่นในบริเวณที่ห่างออกไปจากบริเวณที่วางน้ำแข็ง 2-3 นิ้ว

เมื่อวินิจฉัยภาวะนี้ได้แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุนำหรือโรคอื่น ๆ ที่อาจเป็นเหตุให้เกิดภาวะลมพิษจากการสัมผัสความเย็นได้ โดยสาเหตุนำเหล่านั้นอาจพบได้จากการตรวจเลือดเพื่อสืบหาโรคภูมิแพ้ตัวเอง โรคมะเร็ง (เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว) ภาวะการติดเชื้อบางชนิด (เช่น โรคโมโนนิวคลิโอซิสที่เกิดจากเชื้อไวรัสอีบีวี, โรคไวรัสตับอักเสบ หรือ โรคซิฟิลิส) รวมทั้งการสืบหาประวัติการใช้ยาในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าการใช้ยาบางชนิด ได้แก่ ยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนนิซิลลิน ยาคุม ยาต้านเชื้อราบางชนิด (เช่น ไกรซิโอฟลาวิน) อาจก่อให้เกิดผื่นลมพิษจากการสัมผัสความเย็นได้

เราจะรักษาลมพิษจากการสัมผัสความเย็นได้อย่างไร?

การป้องกันการเกิดลมพิษทำได้โดยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสสภาพอากาศที่เย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการว่ายน้ำที่มีอุณหภูมิเย็น คนที่มีภาวะนี้ไม่ควรว่ายน้ำเพียงลำพังเนื่องจากมีโอกาสเกิดการแพ้แบบรุนแรง (ภาวะอนาไฟแล็กซิส) และอาจตามมาด้วยการจมน้ำได้  

นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เย็น เช่น ไอศกรีม และเครื่องดื่มเย็นชนิดต่าง ๆ หากมีประวัติอาการแพ้แบบรุนแรงควรพกยาฉีด (อะดรีนาลีน) ชนิดเข็มพกพาติดตัวไว้เสมอพร้อมกับบัตรคำเตือนระบุตัวว่าเป็นผู้ป่วยด้วยภาวะลมพิษชนิดนี้  การใช้ยากลุ่มแอนติฮิสทามีน โดยเฉพาะกลุ่มเก่าที่มีฤทธิ์ให้ง่วงเช่น ไซโปรเฮปตาดีน จะช่วยลดความรุนแรงของอาการแพ้ได้

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่