Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

กาแฟช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคสมองเสื่อมได้จริงหรือ?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,233,297 คน

กาแฟช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคสมองเสื่อมได้จริงหรือ?

กาแฟอาจเป็นเครื่องดื่มที่หลายคนเลือกบริโภคในตอนเช้าเพื่อให้เริ่มเช้าวันใหม่ด้วยพลังที่เต็มเปี่ยม หรือดื่มในระหว่างการประชุมที่แสนน่าเบื่อ ทั้งนี้สารคาเฟอีนในกาแฟทำให้เราตื่นตัวได้แบบฉับพลัน แต่นอกจากกาแฟมีฤทธิ์กระตุ้นชั่วคราวแล้ว มีนักวิจัยกำลังพยายามศึกษาฤทธิ์ของคาเฟอีนที่มีต่อสมองในระยะยาวอีกด้วย ซึ่งมีงานวิจัยพบว่า คนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ในภายหลังลดลง

กาแฟช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคสมองเสื่อม

มีการค้นพบว่า ผู้เข้าร่วมทดลองที่ไม่ได้เป็นโรคสมองเสื่อมในภายหลัง มีคาเฟอีนในร่างกายเกือบ 2 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่เป็นโรคสมองเสื่อม ซึ่งนักวิจัยสรุปว่า การทานคาเฟอีนอาจช่วยหยุดยั้งความผิดปกติของสมองในระดับที่เล็กน้อยไปจนถึงคนที่เป็นโรคสมองเสื่อมที่มีภาวะดังกล่าวอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี คนที่มีภาวะที่ว่าจะมีปัญหากับความจำและความคิด หรือมีความสามารถในการเรียนรู้เกินกว่าอายุของตัวเอง นอกจากนี้งานวิจัยยังพบด้วยว่า คนที่ดื่มกาแฟ 3-5 แก้วทุกวันในช่วงวัยกลางคนมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมลดลง 65% ในภายหลัง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

คาเฟอีนทำงานอย่างไร

โรคสมองเสื่อม และการขาดออกซิเจน ล้วนแต่ทำให้สมองอยู่ในสภาพที่ตึงเครียด และสุดท้ายก็จะทำให้เซลล์ประสาทเสียหาย ซึ่งคาเฟอีนไปรบกวนกลไกดังกล่าวโดยหยุดตัวรับในสมองไม่ให้รับรู้ถึงการขาดออกซิเจน ทำให้ช่วยป้องกันการเสียหายของเนื้อเยื่อ

ดื่มกาแฟเท่าไรถึงจะเหมาะสม

FDA ระบุว่า การทานคาเฟอีนวันละ 400 มิลลิกรัม นับว่าเป็นปริมาณที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี หากให้เทียบก็คงเท่ากับกาแฟประมาณ 4-5 แก้วต่อวัน

ข้อเสียของการทานคาเฟอีน

แม้ว่าการดื่มกาแฟวันละ 2-3 แก้วเป็นสิ่งที่ยอมรับได้สำหรับคนส่วนมาก แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงกาแฟ สำหรับสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้มีดังนี้

1.ภาวะแท้ง

ในบางครั้งคาเฟอีนสามารถเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะแท้งในผู้หญิงตั้งครรภ์ ซึ่งแพทย์มักเตือนไม่ให้ดื่มกาแฟเกินวันละ 1 แก้วในระหว่างตั้งครรภ์ ทั้งนี้มีงานวิจัยที่ทำกับผู้หญิงที่แท้งตามธรรมชาติ 330 คนพบว่า การทานคาเฟอีนมากกว่า 375 มิลลิกรัมต่อวันในระหว่างตั้งครรภ์อาจทำให้ผู้หญิงเสี่ยงต่อการแท้งตามธรรมชาติเพิ่มขึ้น

2.โรคหัวใจ

สารแอนตี้ออกซิเด้นท์ในคาเฟอีนอาจช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ แต่การทานมากเกินไปก็อาจทำให้คุณเสี่ยงเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้น หากคุณมีพันธุกรรมหรือไลฟ์สไตล์ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว คุณก็ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ

3.โรควิตกกังวล

คนที่ป่วยเป็นโรควิตกกังวลมักพบว่าคาเฟอีนทำให้อาการวิตกกังวลแย่ลง การทานคาเฟอีนมากหรือบ่อยเกินไปสามารถทำให้คุณมีอาการมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคุณมีสุขภาพดี แต่การดื่มกาแฟมากกว่าวันละ 5 แก้ว สามารถทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ใจสั่น กระวนกระวาย อาหารไม่ย่อย ฯลฯ

วิธีป้องกันโรคสมองเสื่อมโดยไม่พึ่งคาเฟอีน

หากคุณไม่สามารถดื่มกาแฟ มันก็ยังมีวิธีธรรมชาติอื่นๆ ที่ช่วยรับมือกับโรคสมองเสื่อม ซึ่งสมุนไพรที่ช่วยได้ เช่น เลมอนบาล์ม โรสแมรี โสมอินเดีย พรมมิ แปะก๊วย ฯลฯ อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากาแฟมีส่วนช่วยให้สมองเฉียบแหลม และป้องกันโรคสมองเสื่อม แต่สิ่งสำคัญคือการจำกัดการดื่มให้อยู่ในระดับปานกลาง

ที่มา: https://www.curejoy.com/conten...


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป