Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การตั้งครรภ์

กินยาคุมโดยไม่รู้ตัวว่าท้อง ลูกจะผิดปกติมั้ย?!?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,703,589 คน

กินยาคุมโดยไม่รู้ตัวว่าท้อง ลูกจะผิดปกติมั้ย?!?

แม้ว่าจะไม่มีวิธีคุมกำเนิดใดที่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 100% จึงมีโอกาสที่จะเกิดการตั้งครรภ์ในระหว่างที่ใช้ยาคุมได้ แต่ก็พบความเสี่ยงนี้น้อยเหลือเกินค่ะ นั่นคือ หากรับประทานยาคุมได้ถูกต้องและเหมาะสม จะพบโอกาสคุมกำเนิดล้มเหลวและตั้งครรภ์ไม่ถึง 1%

ปัญหาการใช้ยาคุมต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัวว่าท้อง จึงมักจะเกิดขึ้นในกรณีที่...

  1. เริ่มใช้ยาคุมแผงแรกไม่ถูกต้อง

    การใช้ยาคุมแผงแรก ควรใช้เมื่อมั่นใจว่าไม่มีการตั้งครรภ์ก่อนที่จะมีผลคุมกำเนิดได้ค่ะ นั่นคือ ใช้ภายใน 5 วันแรกของการมีประจำเดือน ซึ่งการใช้ในช่วงเวลาดังกล่าวจะทำให้ยาสามารถยับยั้งการตกไข่ในรอบเดือนนั้นได้ทัน จึงถือว่ามีผลคุมกำเนิดได้เลยหลังรับประทานยา

    แต่ถ้าเริ่มใช้ไม่ทันช่วงเวลา 5 วันแรกของการมีประจำเดือน จะมีความเสี่ยงที่ยาอาจยับยั้งไข่ตกในรอบเดือนนั้นไม่ทัน หรือมีไข่ตกออกมาแล้ว จึงต้องงดมีเพศสัมพันธ์ หรือคุมกำเนิดด้วยถุงยางร่วมด้วยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ในช่วง 7 วันแรกที่เริ่มรับประทานยาคุมชนิดฮอร์โมนรวมค่ะ

    สำหรับผู้ที่ใช้ยาคุมแผงแรกไม่ทัน 5 วันแรกของการมีประจำเดือน แล้วมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันก่อนเริ่มใช้ยาคุม หรือใน 7 วันแรกของการใช้ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม ก็จะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้นะคะ เนื่องจากยังไม่มีผลคุมกำเนิดจากยาคุมที่ใช้

  2. ลืมรับประทาน หรือต่อยาคุมแผงใหม่ช้า

    หากใช้ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม และลืมรับประทานยาติดต่อกัน 2 – 3 วัน หรือต่อยาคุมแผงใหม่ช้า 2 – 3 วัน (จำนวนวันที่แน่นอนจะขึ้นกับปริมาณฮอร์โมนในยาคุมยี่ห้อที่ใช้) ก็จะไม่มีผลคุมกำเนิดต่อเนื่องค่ะ จึงอาจตั้งครรภ์หากมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกันในระหว่างที่ไม่มีผลคุมกำเนิดจากยาแล้ว

  3. มีปัญหาที่อาจลดประสิทธิภาพของยาคุม

    ผู้ที่ต้องใช้ยาหรือสมุนไพรบางอย่าง เช่น ยารักษาวัณโรค, ยาต้านไวรัสเอดส์, ยากันชัก, สมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ต อาจลดประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิด และเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์ได้มากขึ้น ดังนั้น ควรพิจารณาวิธีคุมกำเนิดอื่น ๆ แทนตามความเหมาะสมนะคะ

อย่างไรก็ตาม เมื่อมาทราบภายหลังว่ามีการตั้งครรภ์ไปแล้วในระหว่างที่รับประทานยาคุมกำเนิดอยู่ ผู้ใช้ก็ย่อมจะกังวลว่าจะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์หรือเปล่า

จะเสี่ยงมั้ย... และเสี่ยงอย่างไร... ล้อมวงเข้ามาฟังคำตอบกันค่ะ

ในปี ค.ศ.2010 มีการเผยแพร่งานวิจัยที่น่าสนใจในประเด็นนี้จากสหรัฐอเมริกา โดยทำการศึกษาจากผลมาหาเหตุ (Case-control study) ในทารกที่พบความพิการแต่กำเนิด 9,986 คน และทารกปกติอีก 4,000 คน ว่ามีความสัมพันธ์กับการใช้ยาคุมกำเนิดของมารดาในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์หรือไม่

จากผลการศึกษาชี้ว่า ความผิดปกติแต่กำเนิด 32 ประเภทที่ตรวจสอบ เกือบทั้งหมดไม่ได้เพิ่มขึ้นจากการรับประทานยาคุมในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ค่ะ มีเพียงภาวะลำไส้ทะลักในทารก(Gastroschisis) และภาวะหัวใจด้านซ้ายผิดปกติแต่กำเนิด (Hypoplastic left heart syndrome) เท่านั้น ที่อาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

 แต่อ่านแล้วอย่าเพิ่งวิตกนะคะ มีงานวิจัยใหม่ที่เผยแพร่ ในปี ค.ศ.2016 ซึ่งศึกษาโดยการติดตามสังเกตจากเหตุไปหาผลแบบไปข้างหน้า (Prospective observational cohort study) จากฐานข้อมูลการลงทะเบียนคลอดในเดนมาร์กระหว่างปี ค.ศ.1997 – 2011 รวม 880,694 ราย และพิจารณาความสัมพันธ์ของการใช้ยาคุมกำเนิดของมารดาก่อนตั้งครรภ์และในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ กับความพิการแต่กำเนิดของทารก

ซึ่งสรุปได้ว่าการใช้ยาคุมกำเนิดของมารดาในช่วง 3 เดือนก่อนตั้งครรภ์ และในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดความพิการแต่กำเนิดใด ๆ ต่อทารก รวมถึงความผิดปกติ 2 ประเภทในงานวิจัยข้างต้นด้วยค่ะ

ดังนั้น ผู้ที่ไม่รู้ตัวว่ามีการตั้งครรภ์ แล้วมีการรับประทานยาคุมกำเนิดต่อเนื่อง ก็ไม่ต้องกังวลใจแล้วนะคะ

ถ้ายาเม็ดคุมกำเนิดมีความปลอดภัยต่อทารกในครรภ์ แล้วทำไมจึงห้ามใช้ล่ะ?!?

บางคนอาจจะคุ้นเคยว่า ยาคุมกำเนิดเป็นยาที่อยู่ในกลุ่ม Pregnancy category: X หรือถ้าดูในคู่มือ Drugs in pregnancy and lactation ฉบับล่าสุด ที่ยกเลิกการใช้ Pregnancy category ไปแล้ว ก็จะเห็นเป็น Pregnancy recommendation: Contraindicated ซึ่งหมายถึงห้ามใช้ยานี้ในขณะตั้งครรภ์

เห็นแล้วก็ไม่ต้องตกใจค่ะ ข้อมูลนี้ไม่ได้ขัดแย้งกับผลการวิจัยที่หยิบยกมาให้ดูข้างต้นแต่อย่างใด เหตุผลที่ห้ามใช้ก็เนื่องจากไม่มีประโยชน์ที่จะใช้ยาคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ในผู้ที่ตั้งครรภ์ไปแล้วนั่นเองค่ะ


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
อัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก อันตรายอย่างไร
อัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก อันตรายอย่างไร

ความเสี่ยงของการแท้งบุตรในกรณีที่มีทารกในครรภ์มีอัตราการเต้นของหัวใจที่ค่อนข้างช้าในช่วงไตรมาสแรก

อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?
อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?

เรียนรู้สัญญาณการตั้งครรภ์นอกมดลูกก่อนที่มันจะฉีกขาด

ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?

การตั้งครรภ์ที่เร็วเกินไปที่จะยืนยันด้วยวิธีการทางชีวเคมี

ดูในแอป