Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

ตับอักเสบเรื้อรัง หากปล่อยไว้ระวังตับพังแบบซ่อมไม่ได้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,240,381 คน

ตับอักเสบเรื้อรัง หากปล่อยไว้ระวังตับพังแบบซ่อมไม่ได้

ตับอักเสบ (Hepatitis) เป็นภาวะที่พบบ่อยในคนไทย เนื่องจากมีปัจจัยในชีวิตประจำวันหลายอย่างที่กระตุ้นให้เกิดโรคได้ เมื่อเนื้อเยื่อตับเกิดการอักเสบและลุกลามเป็นวงกว้าง จะทำให้ตับของเราทำงานผิดปกติ และหากไม่เร่งรักษาให้หาย ก็อาจกลายเป็น ตับอักเสบเรื้อรัง (Chronic hepatitis) ซึ่งทำให้การทำงานลดลงเรื่อยๆ และอาจกลายเป็นโรคตับแข็ง ตับวาย หรือมะเร็งตับในอนาคตได้

อาการของตับอักเสบเรื้อรัง

เมื่อเกิดตับอักเสบ ผู้ป่วยส่วนมากจะมีอาการแสดงหลายอย่าง เช่น รู้สึกอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยร่างกาย ปวดท้องด้านขวาบน มีไข้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปัสสาวะมีสีเข้ม แต่บางครั้งหากเป็นตับอักเสบเรื้อรัง ผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการใดๆ ในระยะเริ่มแรก แต่จะเริ่มมีอาการเมื่อตับทำงานได้ลดลงมาก หรือเข้าสู่ระยะตับวายแล้ว โดยอาการที่เด่นชัด ได้แก่

  • ดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง
  • คลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระสีซีดหรือมีเลือดปน
  • บวมตามขา ข้อเท้า และเท้า
  • มึนงง สับสน

สาเหตุของตับอักเสบเรื้อรัง

ตับอักเสบเรื้อรังนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ รวมทั้งมีปัจจัยอื่นๆ เป็นตัวกระตุ้นด้วย เช่น พันธุกรรม อาหารการกิน โรคประจำตัวอื่นๆ โดยสาเหตุของโรคตับอักเสบเรื้อรังที่พบบ่อยในคนไทย ได้แก่

  • การติดเชื้อไวรัส

ไวรัสที่สามารถทำให้เกิดตับอักเสบแบบเรื้อรังได้ ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี

  • ไวรัสตับอักเสบ บี (Hepatitis B virus) ติดต่อสู่กันได้ทางเลือดและสารคัดหลั่ง เช่น การมีเพศสัมพันธ์ การให้เลือด โดยส่วนมากผู้ติดเชื้อจะแสดงอาการตับอักเสบแบบเฉียบพลัน และจะหายขาดหลังได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง แต่มีผู้ติดเชื้อบางส่วนที่ไม่แสดงอาการ หรือรักษาไม่หาย ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบเรื้อรัง และมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งตับได้
  • ไวรัสตับอักเสบ ซี (Hepatitis C virus) ติดต่อได้ทางเลือดและสารคัดหลั่งเช่นเดียวกับไวรัสตับอักเสบ บี แต่ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี เกินกว่า 80% มักมีอาการแบบเรื้อรัง รักษาไม่หาย ทำให้เป็นปัญหาสุขภาพระยะยาว และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับได้
  • การดื่มแอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำลายเซลล์ตับ อีกทั้งตับยังต้องทำงานหนักขึ้นในการกำจัดแอลกอฮอล์ออกมา ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักจึงมีโอกาสเกิดตับอักเสบเรื้อรัง และกลายเป็นโรคตับแข็งหรือมะเร็งตับได้ ซึ่งเป็นโรคที่พบบ่อยมากในคนไทย

  • ไขมันพอกตับ

เกิดจากการมีไขมันคอเลสเตอรอลในร่างกายมาก จนไขมันไปเกาะพอกที่ตับและกระตุ้นให้เซลล์ตับเกิดการอักเสบ คนที่เป็นตับอักเสบจากสาเหตุนี้มักไม่แสดงอาการผิดปกติในระยะแรก อาจมีเพียงอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ อาหารไม่ย่อย ปวดท้อง แต่อาการจะเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อตับอักเสบลุกลามเป็นวงกว้างและกลายเป็นพังผืด

  • ผลจากสารพิษหรือยาบางตัว

สารเคมีบางชนิด เช่น สารกำจัดศัตรูพืช carbontetrachloride รวมถึงสารที่อยู่ในอาหารเสริมสมุนไพร หากเกิดการสะสมในร่างกายมากก็อาจเป็นพิษต่อตับได้ นอกจากนี้ การใช้ยาบางชนิดต่อเนื่องกันเกินปริมาณที่กำหนด เช่น ยาพาราเซตามอล ยากลุ่ม NSAIDs ยากันชัก และยาคุมกำเนิด ก็อาจทำให้เนื้อเยื่อตับเสียหายได้เช่นกัน

การรักษาตับอักเสบเรื้อรัง

การรักษาตับอักเสบเรื้อรังนั้นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค เช่น

  • ตับอักเสบจากไวรัส เบื้องต้นผู้ป่วยจะได้รับยาต้านไวรัส ซึ่งหากเกิดตับอักเสบเรื้อรังก็อาจต้องผสมยาต้านไวรัสหลายชนิด แต่หากอาการรุนแรงถึงขึ้นเกิดตับแข็ง และตับวาย ก็อาจต้องผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับ
  • ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ จะเน้นการรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น เช่น ให้ยาเพื่อลดการอักเสบ ลดอาการปวด ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการเลิกดื่มแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด ซึ่งในผู้ที่ติดแอลกอฮอล์มากๆ ก็อาจต้องเข้ารับการบำบัดอย่างจริงจัง
  • ตับอักเสบจากไขมันพอกตับ จะเน้นควบคุมปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับ เช่น ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย เพื่อลดน้ำหนักและลดระดับไขมันในเลือด รวมถึงหากมีไขมันในเลือดสูงมาก ก็อาจต้องใช้ยากลุ่ม statin เพื่อลดระดับไขมันด้วย
  • ตับอักเสบจากสารพิษและยา ขั้นแรกต้องทำการหยุดยา หรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารเคมีที่เป็นสาเหตุก่อน หลังจากนั้นจึงทำการรักษาตามอาการ เช่น การให้ยาบรรเทาการอักเสบ หรือการผ่าตัดเปลี่ยนตับหากเกิดภาวะตับวาย

การดูแลตัวเองเมื่อเป็นตับอักเสบเรื้อรัง

  • ทานยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงไปพบแพทย์ตามกำหนดเพื่อตรวจติดตามอาการเป็นระยะ
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นการบาดเจ็บเสียหายของตับ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การทานอาหารเสริมสมุนไพร การทานยาต่อเนื่องกัน
  • งดอาหารที่มีไขมันสูง และอาหารที่ย่อยยาก เพราะจะทำให้เกิดอาการปวดท้องและคลื่นไส้ได้ ให้เน้นทานพวกผักและผลไม้ อาหารปรุงสุก และดื่มน้ำที่สะอาด
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

การป้องกันตับอักเสบเรื้อรัง

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อไวรัสตับอักเสบที่เป็นสาเหตุ โดยการรักษาสุขอนามัยให้ดี มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย และไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
  • ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ โดยปัจจุบันมีวัคซีนสำหรับป้องกันเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ และ บี สำหรับผู้ที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป ซึ่งยังไม่มีภูมิคุ้มกัน
  • งดหรือควบคุมปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์
  • ควบคุมน้ำหนัก และระดับไขมันในเลือด โดยการทานอาหารที่มีประโยชน์ งดอาหารไขมันสูง และออกกำลังกายเป็นประจำ

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป