เทคโนโลยีด้านสุขภาพ

วิธีเลือกรองเท้าเพื่อสุขภาพ เพื่อรองรับการใช้งานอย่างปลอดภัย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
วิธีเลือกรองเท้าเพื่อสุขภาพ เพื่อรองรับการใช้งานอย่างปลอดภัย

รองเท้า นับเป็นของใช้ประจำวันที่จำเป็นมากกับทุกคน เมื่อสวมใส่แล้วควรสบายเท้า ไม่ก่อให้เกิดอาการปวดเมื่อย และเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคหรือเป็นแผลที่เท้า สร้างความยุ่งยากให้กับเท้าของเรา รองเท้าสุขภาพจึงตอบโจทย์ข้อนี้ได้เป็นอย่างดี ว่าแต่รองเท้าเพื่อสุขภาพควรมีลักษณะเป็นอย่างไร และมีวิธีเลือกซื้ออย่างไรให้ปลอดภัยต่อสุขภาพเท้าของเราบ้าง ตามไปดูกันเลย

รองเท้าเพื่อสุขภาพดีอย่างไร?

ในฐานะผู้บริโภค เมื่อต้องการรองเท้าที่ถนอมเท้าสักคู่ จำเป็นจะต้องเลือกสรรรองเท้าเป็นอย่างดี เพื่อตอบสนองการใช้งานที่ได้ผลคุ้มค่า สมราคา และรองเท้าเพื่อสุขภาพที่ดีก็คือ รองเท้าที่สามารถใส่เดินได้ทั้งวันแล้วสบายเท้า ไม่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพเท้าตามมา ไม่ว่าจะเป็นการอับชื้น ปวดบริเวณใดบริเวณหนึ่งของเท้า หรือปวดเข่า ปวดข้อเท้า ฯลฯ อีกทั้งในระยะยาว ยังคงช่วยถนอมข้อต่อไม่ทำให้ผู้สวมใส่ปวดหลังขึ้นมาได้อีกด้วย

รองเท้าเพื่อสุขภาพควรมีคุณสมบัติอย่างไร?

1. มีความนุ่ม ความหนาที่พอเหมาะ

คือเมื่อใส่แล้วจะไม่นุ่มจนเท้ายุบแบนลงไป สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี ถึงแม้จะใช้งานเป็นเวลานานแล้วก็ยังสามารถคืนตัวกลับมาฟูนุ่มแบบเดิมได้หรือไม่แข็งกระด้างจนเกินไป ใส่แล้วจะรู้สึกสบาย พอดี ไม่เจ็บเท้า เวลาเดินไม่มีจุดที่แข็งจนเสียดสีหรือโดนรองเท้ากัดจนเป็นแผล พื้นรองเท้ามีความหนาพอดี สามารถรองรับแรงกระแทกที่สะท้อนมาตามแนวสันหลังขณะที่เดินบนพื้นที่แข็งได้ดี ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยถนอมกระดูกข้อต่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของข้อเท้า ข้อเข่า ส่งผลให้กระดูกสันหลังไม่บิดเบี้ยว ซึ่งนานวันไปจะทำให้ปวดหลังได้

2. หัวรองเท้า มีความยืดหยุ่นสูง

หัวรองเท้าต้องมีความยืดหยุ่นสูง บริเวณหัวรองเท้าควรมีหน้ากว้าง หากมีความยืดหยุ่นน้อย ปลายนิ้วเท้าเคลื่อนไหวได้อย่างไม่เป็นธรรมชาติ อึดอัด จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนิ้วเท้าและเอ็นร้อยหวายทำงานหนักจนเกินไป เวลาเดินนานๆ ย่อมมีโอกาสทำให้ปวดหรือเท้าอักเสบขึ้นได้

3. มีส่วนซัพพอร์ตอุ้งเท้าที่ดี

  • ส่วนซัพพอร์ตอุ้งเท้าที่ดีจะอยู่บริเวณกลางฝ่าเท้า มีความแข็งแรงพอ เวลาใส่จะช่วยในการกระจายแรงกดของร่างกายไปทั่วฝ่าเท้า จะไม่ทำให้น้ำหนักมารวมตัวอยู่ที่บริเวณฝ่าเท้าด้านหน้าและส้นเท้าจนเกินไป ทำให้ลดอาการปวดฝ่าเท้าด้านหน้า ปวดส้นเท้าหรือรองช้ำได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังช่วยพยุงอุ้งเท้าไม่ให้เท้าบิดเข้าด้านใน ซึ่งหากนานไปจะทำให้แนวกระดูกสันหลังบิดเบี้ยวอันเป็นผลให้เกิดอาการปวดตามข้อเข่าหรือปวดหลังส่วนเอวได้
  • มีความนุ่มในระดับที่พอดี โดยสามารถรองรับแรงกระแทกที่เกิดจากการเดินทิ้งน้ำหนักได้ เสมือนเราเดินอยู่บนวัสดุหรือพื้นที่นุ่มนวล ไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกเจ็บเท้านั่นเอง
  • มีความนูนที่กลางฝ่าเท้าอย่างเหมาะสม โดยปัจจุบันมีการผลิตความนูนของซัพพอร์ตให้เลือก 3 ระดับคือ ความนูนต่ำ ความนูนปกติและความนูนสูง รองเท้าที่มีความนูนต่ำเหมาะสำหรับผู้ที่มีเท้าแบน มีอุ้งเท้าที่ปกติ แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอุ้งเท้าโก่งสูง ความนูนปกติ การเลือกให้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเท้าแบนควรพิจารณาไปตามกรณี หรือมีอุ้งเท้าปกติและกับผู้ที่มีอุ้งเท้าโก่งสูง ความนูนสูงเหมาะสำหรับผู้ที่มีเท้าแบนหรือผู้ที่มีอุ้งเท้าปกติ ทั้งนี้ควรพิจารณาไปตามกรณี และเหมาะมากกับผู้ที่มีอุ้งเท้าโก่งสูง

4. มีฮีลคัพ (Heel cup)

ที่รองรับส้นเท้าต้องสามารถรองรับแรงกระแทกที่เกิดจากการเดิน และป้องกันการเกิดอาการรองช้ำบริเวณส้นเท้าได้ อีกทั้งยังช่วยกำหนดทิศทางการลงน้ำหนักเวลาเดินได้อีกด้วย ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เท้าลื่นหลุดจากรองเท้าได้ง่าย เกิดความสมดุลและมั่นคงในขณะเดิน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อเท้าพลิกได้ ปัจจุบันมีการผลิตออกมาถึง 3 ระดับคือ แบบพื้นบาง พื้นหนาปานกลางและพื้นหนา สำหรับผู้ที่ต้องการหาซื้อมาสวมใส่ สามารถลองสวมใส่เพื่อเปรียบเทียบความเหมาะสมกับเท้าของเราได้ทั่วไป

5. พื้นรองเท้าที่ดีควรมีหน้ากว้าง

เพราะข้อดีของรองเท้าที่มีหน้ากว้างคือ เท้าของเราจะไม่ถูกบีบและนิ้วเท้าจะไม่เอียง เพราะเกิดจากการใส่รองเท้าที่พื้นแคบ หากเป็นผู้ที่มีนิ้วเท้าเอียงอยู่แล้ว การเลือกรองเท้าเพื่อสุขภาพลักษณะนี้มาสวมใส่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานิ้วเท้าเอียงได้มากยิ่งขึ้น

6. ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงมาผลิต

โดยเฉพาะกับส่วนที่ต้องสัมผัสกับเท้าผู้ใส่โดยตรง เช่น วัสดุที่ทำซับในหรือวัสดุที่ใช้ห่อหุ้มรองเท้าใช้วัสดุที่ทนทาน ไม่ขาดเสียง่าย เหมาะกับสภาพเท้าของผู้ใช้ ไม่แข็งกระด้าง เมื่อใช้แล้วไม่เกิดการเสียดสีจนผิวหนังพอง เป็นแผล มีน้ำหนักเบา หรือใช้วัสดุที่ระบายอากาศไม่ก่อให้เกิดความอับชื้น ช่วยให้เท้าแห้งสบายได้ยิ่งดี

7. มีการออกแบบที่เหมาะสมทันสมัย และเหมาะกับคนทุกวัย

การออกแบบรองเท้าจะต้องมีการออกแบบมาอย่างสวยงาม ทันสมัย เข้ากับยุคปัจจุบัน ตอบโจทย์การแต่งตัวตามไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การออกแบบรองเท้าให้สวยงาม น่าเลือกใส่จะทำให้ผู้สวมใส่มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น และควรออกแบบรองเท้าเพื่อสุขภาพ ให้เหมาะสมกับคนทุกเพศทุกวัยด้วยจะดีที่สุด

การใส่ใจดูแลสุขภาพไม่เพียงแค่ส่วนอื่นๆ ของร่างกายแต่เพียงเท่านั้น เพราะเท้าก็นับเป็นอวัยวะหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญ ซึ่งเราจะต้องให้การใส่ใจดูแลไม่แพ้ส่วนอื่นๆ เพราะหากเท้ามีปัญหา ย่อมทำให้การเดินเหินลำบาก ไม่สะดวกกับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเคยเป็นมาได้ ดังนั้น การเลือกรองเท้าเพื่อสุขภาพที่ดีจึงมีส่วนสำคัญที่เราจะต้องใส่ใจเรียนรู้ และเลือกซื้อเลือกใช้รองเท้าที่มีคุณสมบัติในการดูแลสุขภาพไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้สุขภาพโดยรวมเป็นไปในทางที่ดี ลดปัญหาอาการปวดข้อ ปวดเท้าหรืออาการปวดหลังตามมาได้นั่นเอง

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่