Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

ไขข้อข้องใจน้ำคลอโรฟิลล์ ดีจริงหรือหลอกลวง

ไขทุกข้อข้องใจ "น้ำคลอโรฟิลล์" อย่างหมดเปลือก อ่านเลย
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,138,395 คน

ไขข้อข้องใจน้ำคลอโรฟิลล์ ดีจริงหรือหลอกลวง

น้ำคลอโรฟิลล์ หรือเครื่องดื่มสีเขียวที่หลายคนได้บอกต่อๆ กันว่า ดี มีสรรพคุณมากมาย ตั้งแต่ช่วยล้างสารพิษในร่างกายไปจนถึงเป็นการป้องกันโรคมะเร็ง แท้จริงแล้วน้ำชนิดนี้ดีจริงหรือไม่ และน้ำนี้เป็นคลอโรฟิลด์ที่เป็นสารสีเขียวจากพืชหรือไม่ หรือเป็นสารให้สีจากอย่างอื่น อีกทั้งมีประโยชน์ต่อร่างกายคนเราจริงๆ หรือไม่ เราจึงรวบรวมความรู้ดีๆ มาฝากกัน

คลอโรฟิลล์ คืออะไร?

คลอโรฟิลล์คือ สารประกอบอย่างหนึ่งที่อยู่ในพืช หรือในสาหร่าย มีสีเขียวตามธรรมชาติ แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ ชนิดที่ละลายน้ำและชนิดที่ละลายในไขมัน  คลอโรฟิลล์ตามธรรมชาติ มักพบในรูปแบบที่ละลายในไขมันและมีขนาดโมเลกุลค่อนข้างใหญ่จึงทำให้ไม่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ ในการนำมารับประทานจึงไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร

น้ำคลอโรฟิลล์ในรูปแบบอาหารเสริม

คลอโรฟิลล์ที่นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นสารสังเคราะห์ที่มีชื่อว่า โซเดียมคอปเปอร์คลอโรฟิลลิน (Sodium copper chlorophyllin) ซึ่งเป็นการดัดแปลงโครงสร้างตามธรรมชาติ ทำให้ได้สารที่ยังคงมีสีเขียวอยู่ แต่ยังมีความคงตัวและสามารถละลายน้ำได้ดี ทำให้นำมาผสมในอาหารและเครื่องดื่มได้ 

องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) รับรองความปลอดภัยคลอโรฟิลด์เฉพาะชนิดที่ละลายน้ำเท่านั้น เนื่องจากหากได้รับคลอโรฟิลล์ที่ละลายในน้ำมากเกินไปร่างกายยังสามารถขับออกมาทางปัสสาวะได้ แต่หากรับชนิดที่ละลายในไขมันมากเกินไปจะทำให้เกิดการสะสมและส่งผลต่อตับและไตได้

ไขข้อข้องใจน้ำคลอโรฟิลล์

1. การดื่มน้ำคลอโรฟิลล์สามารถนำมาทดแทนการรับประทานผักผลไม้สดได้ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้หรือไม่

ตอบ ประโยชน์ของคลอโรฟิลล์ในชั้นของใบพืชที่มีประโยชน์ในเรื่องของการต่อต้านอนุมูลอิสระได้ แต่จะดีที่สุดเมื่ออยู่ในสภาพไม่ละลายในน้ำเท่านั้น ดังนั้นการนำคลอโรฟิลด์มาชงละลายน้ำดื่มจึงไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าที่ควร การรับประทานผัก หรือผลไม้สด จะได้รับสารอาหารอื่นๆ รวมทั้งวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกายได้ดีกว่ามาก

2. คลอโรฟิลล์ช่วยเพิ่มออกซิเจนในร่างกายได้หรือไม่

ตอบ ความจริงคือ ระดับโมเลกุลของคลอโรฟิลล์และฮีมที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ค่อนข้างมีความคล้ายคลึงกันมาก จนหลายคนเรียกคลอโรฟิลล์ว่าเป็น “เลือดของพืช” แต่ความเป็นจริงแล้วองค์ประกอบของทั้งสองอย่างมีความแตกต่างกันทั้งเรื่องโครงสร้างและหน้าที่

คลอโรฟิลล์ไม่ใช่ฮีโมโกลบิน เนื่องจากคลอโรฟิลล์ช่วยให้พืชสังเคราะห์แสง แต่ฮีโมโกลบินช่วยลำเลียงออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย ดังนั้นจึงไม่สามารถรับประทานคลอโรฟิลล์เพื่อมาเป็นสารตั้งต้นของเม็ดเลือดแดงได้ และไม่ได้มีสรรพคุณเพิ่มออกซิเจนให้ร่างกายแต่อย่างใด

3. ช่วยลดกลิ่นปากได้หรือไม่

ตอบ มีผู้ขายบางท่านบอกว่า คลอโรฟิลล์มีส่วนช่วยในการลดกลิ่นปากและทำให้ลมหายใจหอมสดชื่นได้ มีการศึกษาวิจัยในมนุษย์เมื่อเทียบกันระหว่างผู้ที่รับประทานยาเม็ดคลอโรฟิลล์กับยาหลอก พบว่า ผู้ที่รับคลอโรฟิลล์สามารถลดกลิ่นอุจจาระได้มากกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอก แต่ไม่มีรายงานการทดลองในการใช้ลดกลิ่นปาก ความเป็นจริงสินค้าประเภทอาหารเสริมที่วางขายอยู่โดยทั่วไปยังมีปริมาณความเข้มข้นของคลอโรฟิลล์ไม่มากพอที่จะช่วยดับกลิ่นได้ ทั้งนี้ผู้ผลิตหลายรายเลือกใช้วิธีการแต่งสีเพื่อเพิ่มความน่ารับประทานให้แก่สินค้าเท่านั้น แต่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายแต่อย่างใด

4. ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้หรือไม่

ตอบ สำหรับประโยชน์ในเรื่องการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย คลอโรฟิลด์มีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อได้จริงแต่น้อยมากๆ หากเปรียบเทียบกับยาฆ่าเชื้อชนิดอื่นๆ นอกจากนี้คลอโรฟิลล์สามารถยับยั้งเชื้อได้บางชนิดและอาจทำให้เชื้อชนิดอื่นๆ เติบโตขึ้นมาแทนที่ได้ ดังนั้นหากต้องการดื่มน้ำคลอโรฟิลล์เพื่อหวังให้ไปออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อจึงไม่แนะนำเพราะอาจไม่เห็นผลมากนัก

5. ช่วยขับสารพิษทำให้ผิวพรรณเปล่่งปลั่งได้หรือไม่

ตอบ เนื่องจากคลอโรฟิลล์ไม่ได้มีลักษณะเป็นเส้นใยตามธรรมชาติจึงไม่เพิ่มปริมาณอุจจาระและไม่ช่วยดูดซับเอาสารพิษออกจากร่างกายในรูปของของเสียได้ อีกทั้งในเรื่องของการทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งก็ยังไม่มีผลวิจัยใดชี้ว่า สารชนิดนี้จะช่วยล้างพิษในร่างกายและทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี การดื่มน้ำคลอโรฟิลล์อาจจะทำให้ผู้ดื่มรู้สึกชื่นชอบกว่าน้ำเปล่าจึงทำให้ดื่มน้ำได้มากขึ้นกว่าเดิม ข้อนี้อาจช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น เมื่อระบบขับถ่ายดี มีสารพิษตกค้างน้อยก็อาจส่งผลให้ผิวพรรณสดใสขึ้นได้

มีรายงานการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่า คลอโรฟิลล์ ยา และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของสารนี้ มีฤทธิ์ยับยั้งเนื้องอกที่เต้านม ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งตับ ช่วยเพิ่มจำนวนและประสิทธิภาพการทํางานของเม็ดเลือดขาว ช่วยลดกลิ่นตัว กลิ่นอุจจาระ และกลิ่นปัสสาวะ ช่วยให้รอยแผลบริเวณผิวหนังที่เกิดจากการฉายแสงเพื่อรักษามะเร็งหายเร็วขึ้นและช่วยขับสารพิษ  แต่กลไกดังกล่าว ยังไม่เป็นที่แน่ชัดเท่าที่ควร 

ข้อห้ามใช้

ห้ามใช้ในผู้ที่มีอาการแพ้ หรือไวต่อสิ่งกระตุ้นที่มีคลอโรฟิลล์และคลอโรฟิลลินเป็นส่วนประกอบ

ข้อควรระวัง

หญิงตั้งครรภ์และมารดาที่ให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงการรับประทานคลอโรฟีลล์และคลอโรฟีลลินเสริม

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
กว่า 100 โปรแกรมตรวจสุขภาพ ลดสูงสุด 40%

รายการตรวจครบทุกช่วงวัย พร้อมจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน เลือกดูและสอบถามเราวันนี้

Istock 989108042

ผลข้างเคียง

การรับประทานคลอโรฟีลล์และคลอโรฟีลลินเสริมอาจทำให้ปัสสาวะและอุจจาระมีสีเขียว ลิ้นเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเกือบดำ อาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย นอกจากนี้ยังพบรายงานการเกิดอาการแพ้สารคลอโรฟีลลินโดยอาจพบผื่นแพ้ขึ้นตามตัว มีอาการเวียนศีรษะ เหงื่อออกมาก และความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็วได้

ขนาดที่ควรใช้ 

โดยทั่วไปขนาดที่นิยมใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คือ 100 มิลลิกรัมต่อวัน ในสหรัฐอเมริกากำหนดความปลอดภัยของสารคลอโรฟิลลินในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือใช้เป็นสีผสมอาหารได้ไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ ส่วนเด็กอายุตั้งแต่ 2 ขวบขึ้นไป สามารถรับประทานได้ในขนาด 90 มิลลิกรัมต่อวัน

จากข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวกับคลอโรฟิลล์และคลอโรฟิลลินจะเห็นได้ว่า คลอโรฟิลล์มีประโยชน์อยู่บ้าง แต่ในการบริโภคนั้นต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น ความปลอดภัย ความจำเป็นที่ต้องใช้ คุณภาพ และราคา เป็นต้น หากสามารถบริโภคผักใบเขียวได้คงไม่จำเป็นที่จะต้องบริโภคคลอโรฟิลล์ที่เป็นสารสังเคราะห์ แต่ถ้าหากมีความจำเป็นต้องใช้ควรใช้ในขนาดที่เหมาะสม และสังเกตความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น เพื่อสุขภาพของตัวท่านเอง

ที่มาของข้อมูล

พนิดา ใหญ่ธรรมสาร, จุลสารข้อมูลสมุนไพร, คลอโรฟีลล์มีประโยชน์จริงหรือ? (http://www.medplant.mahidol.ac.th/publish/newsletter/arc/242-02.pdf)

สำนักงานข้อมูลสมุนไพร มหาวิทยาลัยมหิดล, คลอโรฟีลล์มีประโยชน์จริงหรือ?(https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/knowledge/files/0246.pdf)


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป