การรักษา

ทำความรู้จักแพทย์แผนจีน พร้อมวิธีรักษาการเจ็บป่วยแต่ละประเภท

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 511023926 m

แพทย์แผนจีนเป็นวิชาทางการแพทย์ของชาวจีนที่ใช้เพื่อรักษาผู้ป่วย ซึ่งก็มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 5,000 ปีเลยทีเดียว โดยในปัจจุบันการรักษาด้วยแพทย์แผนจีนกำลังได้รับความนิยมในไทยมากขึ้น เพราะสามารถรักษาผู้ป่วยให้หายได้จริงและมีประสิทธิภาพไม่แพ้กับการรักษาด้วยการแพทย์ที่ทันสมัยของไทย และเพื่อความเข้าใจมากขึ้น สามารถศึกษาเกี่ยวกับแพทย์แผนจีนได้จากข้อมูลดังต่อไปนี้

หลักการรักษาของแพทย์แผนจีน

การรักษาแบบฉบับของแพทย์แผนจีนจะยึดหลักทฤษฎีแบบองค์รวม โดยถือว่าร่างกายของมนุษย์เป็นองค์รวมที่มีระบบต่างๆ ภาพในร่างกายทำงานอย่างสัมพันธ์กัน ซึ่งจากทฤษฎีดังกล่าวก็สามารถนำไปสู่การตรวจวินิจฉัยและการรักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ตรวจวินิจฉัยโรคแบบองค์รวม ด้วยการดู ถาม ฟังและการจับ เพื่อให้ทราบถึงอาการและสาเหตุของโรคอย่างชัดเจน
  • สรุปการวินิจฉัยและกำหนดวิธีการรักษา ซึ่งหากสามารถรักษาได้หลายวิธี แพทย์ก็จะสอบถามความสมัครใจของผู้ป่วย
  • ดำเนินการรักษา โดยวิธีที่นิยมใช้ตามแบบแพทย์แผนจีนคือ การฝังเข็ม การครอบแก้ว การกวาซา การนวดทุยหน่า การเปิดตำรับยาจีนและการใช้โกศจุฬาลัมพา ซึ่งจะศึกษาเกี่ยวกับรายละเอียดของการรักษาแต่ละวิธีต่อไป

วิธีรักษาตามแบบแพทย์แผนจีน

สำหรับวิธีการรักษาตามแบบแพทย์แผนจีน สามารถแบ่งออกได้เป็น 6 วิธี โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.การฝังเข็ม

เป็นการรักษาโดยใช้เข็มปักลงไปตามจุดฝังเข็มของร่างกาย ซึ่งแพทย์จะต้องมีความเชี่ยวชาญพอสมควรเพราะจุดต่างๆ บนร่างกายของคนเราล้วนมีความสำคัญ หากผิดพลาดเพียงนิดเดียวก็อาจเกิดปัญหาตามมาอย่างคาดไม่ถึง แต่อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยการฝังเข็มก็ถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลกว่าสามารถรักษาโรคได้มากถึง 57 โรค เลยทีเดียว โดยแพทย์แผนปัจจุบันได้สรุปข้อดีของการฝังเข็มดังนี้

  • กระตุ้นระบบประสาทให้หลั่งสารหลายชนิดในร่างกายออกมา ซึ่งสารส่วนใหญ่จะช่วยระงับอาการปวดและลดอาการอักเสบได้เป็นอย่างดี
  • แก้ไขการไหลเวียนของเลือดลมปราณที่ติดขัดทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และส่งผลให้ระบบต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไปด้วย
  • ช่วยคลายการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ทำให้อาการปวดบรรเทาลงโดยไม่ต้องรับประทานยา
  • กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงมากขึ้น จึงสามารถต่อต้านโรคร้ายได้อย่างง่ายดายและป้องกันอาการเจ็บป่วยได้ดี
  • ปรับภาวะความสมดุลของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย พร้อมเสริมสร้างระบบการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

2.การครอบแก้ว

การครอบแก้ว วิธีนี้นิยมใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดและกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด ซึ่งจะใช้ระบบความร้อนหรือการดูดอากาศออก โดยนำแก้วมาครอบกดลงไปบนผิวจนผิวหนังถูกดูดเข้าไปในแก้ว ซึ่งหลังจากการครอบ ผิวอาจดูคล้ำเล็กน้อยแต่ไม่ต้องกังวลเพราะประมาณ 5-7 วัน รอยคล้ำดังกล่าวจะค่อยๆ จางหายไปเอง นอกจากนี้การครอบแก้วตามแบบแพทย์แผนจีนก็สามารถใช้เพื่อเสริมความงามได้อีกด้วย โดยจะทำให้ผิวพรรณมีความเปล่งปลั่ง สดใสและดูมีเลือดฝาดนั่นเอง

3.การกวาซา

การกวาซาเป็นการรักษาแบบบำบัดด้วยการขูดผิวหนัง โดยจะใช้เขาสัตว์หรือหยกในการขูดเพื่อขับพิษออกไปจากร่างกาย ซึ่งวิธีนี้มีข้อดี คือ

  • ขยายรูขุมขนให้เปิดกว้างทำให้สารพิษถูกขับออกมาพร้อมกับเหงื่อได้ง่ายขึ้น สามารถกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าพร้อมสร้างเซลล์ผิวใหม่ได้ดี
  • ฟื้นฟูระบบภูมิต้านทานโรคให้มีความแข็งแรง พร้อมป้องกันและขับโรคร้ายออกจากร่างกาย
  • บรรเทาอาการปวดเมื่อย ชาตามร่างกายและอาการปวดหัวตัวร้อน โดยเฉพาะในคนที่เป็นไข้หวัด
  • กระตุ้นการหมุนเวียนของโลหิตภายใต้ผิวหนัง ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

สำหรับวิธีนี้หลังการรักษา ผิวหนังอาจมีรอยแดงคล้ำ แต่จะค่อยๆ หายไปเองภายใน 7 วัน และนอกจากรักษาโรคแล้ว การกวาซาก็สามารถทำกับใบหน้าเพื่อให้ผิวมีความอ่อนเยาว์ ลดรอยเหี่ยวย่นได้ดีอีกด้วย

4.การเปิดตำรับยาจีน

เป็นการรักษาโรคโดยการใช้ยาจากตำรับยาจีน โดยแพทย์จะสอบถามอาการของผู้ป่วย จากนั้นจึงเลือกตัวยาที่มีคุณสมบัติในการรักษาอาการดังกล่าว หรือกล่าวง่ายๆ ก็คือเป็นการรักษาตามสาเหตุและอาการของโรคนั่นเอง ซึ่งอาจมีการใช้ยาหลายๆ ตัวที่มีสรรพคุณคล้ายกัน เพื่อเสริมฤทธิ์ยาให้มีประสิทธิภาพในการรักษามากขึ้น โดยส่วนใหญ่ยาที่นำมาเข้าตำรับแล้วจะออกมาในรูปของ ยาต้ม ยาแคปซูล ยาผงและยาเม็ดลูกกลอนนั่นเอง

5.การนวดทุยหน่า

เป็นการนวดตามศาสตร์ของแพทย์แผนจีน ซึ่งจะใช้วิธีการนวดที่มีทักษะและเทคนิคพอสมควร โดยการนวดทุยหน่าจะนิยมใช้เพื่อการบำรุงสุขภาพ การบำรุงกระเพาะอาหารและการนวดเพื่อสร้างความผ่อนคลายให้กับร่างกาย แถมยังช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้นพร้อมเสริมให้เอ็นและไขข้อมีความแข็งแรงอีกด้วย

6.โกฐจุฬาลัมพา

เป็นการรักษาโดยการรมด้วยโกฐจุฬาลัมพา ซึ่งมีคุณสมบัติในการรักษาโรคต่างๆ และสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ชาวจีนก็มีความเชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้มีอายุวัฒนะได้อีกด้วย สำหรับวิธีการรมจะใช้ความร้อนรมบริเวณจุดฟังเข็มและจุดต่างๆ ของร่างกายที่ต้องการ ออกฤทธิ์โดยน้ำมันหอมระเหยจากแท่งโกศจุฬาลัมพานั่นเอง

แพทย์แผนจีนอาจดูเหมือนเป็นวิธีการรักษาที่เหลือเชื่อและไม่น่าใช้รักษาโรคได้ แต่ก็ได้พิสูจน์มาแล้วว่าการรักษาตามแบบแพทย์แผนจีนสามารถรักษาโรคต่างๆ ได้จริง ซึ่งก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นในปัจจุบันแพทย์แผนจีนจึงมีความแพร่หลายมากขึ้น แม้ในการแพทย์ของไทยก็ได้มีการนำวิธีการรักษาแบบชาวจีนมาใช้รักษาผู้ป่วยเช่นกัน โดยแพทย์ที่ทำการรักษาจะเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพและเกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่