Doctor men
เขียนโดย
ทีมแพทย์แผนไทยประยุกต์ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

โป๊ยกั๊ก (Chinese anise)

โป๊ยกั๊ก เครื่องเทศที่มีรูปทรงคล้ายดาวแปดแฉก และมีสรรพคุณทางยามากมาย
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 752,718 คน

โป๊ยกั๊ก (Chinese anise)

โป๊ยกั๊กเป็นพืชสมุนไพรจีนที่มีกลิ่นหอมและมีฤทธิ์ร้อนที่คนไทยรู้จักกันดี เนื่องจากโป๊ยกั๊กเป็นเครื่องเทศในการปรุงอาหารหลายชนิด นิยมเรียกกันอีกชื่อว่าจันทน์แปดเหลี่ยม เนื่องจากมีรูปร่างลักษณะเป็นทรงแปดแฉกคล้ายรูปดาว นอกจากนิยมนำมาทำอาหารแล้ว โป๊ยกั๊กยังมีสรรพคุณทางยาด้วย

ชื่อวิทยาศาสตร์    Illicium verum Hook.f.

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทำรีเทนเนอร์วันนี้ ลดสูงสุด 50% ถึงวันที่ 17 ก.ย. นี้เท่านั้น

จองคิววันนี้ได้เลย คลีนิกดีมีคุณภาพ ไม่ต้องรอหมอนาน เริ่มต้นเพียง 600 บาท เท่านั้น

Internal ad retainer

ชื่อวงศ์                  ILLICIACEAE

ชื่ออังกฤษ            Chinese anise, Chinese star anise, Star anise, Star anise tree

ชื่อท้องถิ่น            จันทร์แปดกลีบ จันทน์แปดกลีบ แปดแฉก

ถิ่นกำเนิด

โป๊ยกั๊ก มีถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศจีนและเวียดนาม โดยจัดเป็นพืชพื้นเมืองในแถบเอเชียเขตร้อน และในปัจจุบันมีการเพาะปลูกโป๊ยกั๊กมากในประเทศจีนตอนใต้ อินเดีย เวียดนาม และประเทศญี่ปุ่น

หมายเหตุ โป๊ยกั๊กจีน เป็นพืชคนละชนิดกับโป๊ยกั๊กญี่ปุ่น ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Illicium anisatum 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของโป๊ยกั๊ก

โป๊ยกั๊กจัดเป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มขนาดเล็ก มีใบเขียวตลอดปีและมีความสูงได้ถึง 18 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกมีสีขาวเทา ลักษณะหยาบเล็กน้อย ต้นแก่จะมีรอยแตกไม่เป็นระเบียบ ใบออกเป็นใบเดี่ยวโดยออกเป็นกลุ่ม 3-6 ใบ ยาว 5.5-10.5 เซนติเมตร กว้าง 1.6-4.5 เซนติเมตร ลักษณะของใบเป็นรูปใบหอกกลับถึงรูปรีแคบ โคนใบสอบ ปลายใบแคบเป็นแถบยาว ส่วนปลายสุดเว้าหรือแหลม หน้าใบสีเขียวเข้มผิวลื่นเป็นมันหลังใบสีเขียวอ่อนมีขนนุ่มอยู่เบาบาง ดอกออกที่ง่ามใบ ก้านดอกยาว 1.5-4 เซนติเมตร มีกลีบหุ้มดอก 8-12 กลีบ เรียงซ้อนกัน 2-3 วง ดอกเป็นดอกเดียว มีสีเหลือง บางครั้งอาจแต้มด้วยสีชมพูถึงสีแดง ลักษณะของดอกเป็นรูปทรงกลมแกมรูปถ้วย กลีบดอกมี 10 กลีบ กลีบมีลักษณะเป็นรูปรีกว้าง ขอบกลีบมีขนและเป็นกระพุ้ง ผลมีลักษณะเป็นกลีบโดยรอบ มองเห็นได้เป็นรูปดาว มีประมาณ 5-13 กลีบ แต่ที่พบมากโดยส่วนใหญ่มักจะเป็น 8 กลีบ ผลดิบมีสีเขียว ผลแห้งมีกลีบหนาแข็ง มีสีน้ำตาลเข้ม ในกลีบแต่ละกลีบจะมีเมล็ด 1 เมล็ด มีลักษณะเป็นรูปไข่และแบน ผิวมีสีน้ำตาลเรียบและเป็นเงา ผลมีกลิ่นหอม

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทำรีเทนเนอร์วันนี้ ลดสูงสุด 50% ถึงวันที่ 17 ก.ย. นี้เท่านั้น

จองคิววันนี้ได้เลย คลีนิกดีมีคุณภาพ ไม่ต้องรอหมอนาน เริ่มต้นเพียง 600 บาท เท่านั้น

Internal ad retainer

สรรพคุณของโป๊ยกั๊ก

ตามตำราแพทย์ต่างๆ มีการกล่าวถึงสรรพคุณของโป๊ยกั๊ก ดังนี้

  • ตามตำรายาไทย ผลใช้ขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้อาหารไม่ย่อย แก้ปวดท้อง โดยนำโป๊ยกั๊กเข้าตำรับยาขับลมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ เช่น อบเชย ขิง เมล็ดผักชี รับประทานในรูปแบบยาต้มดื่มหรือปั้นเป็นยาลูกกลอนก็ได้ นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณแก้ไอ วิธีทำคือนำโป๊ยกั๊กตำละเอียดเป็นผง แล้วเข้าตำรับยาขับเสมหะกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ เช่น น้ำผึ้ง ชะเอมไทย ชะเอมเทศ เป็นต้น นำมากวาดคอ จะทำให้ชุ่มคอและทำให้เสมหะลดลง
  • แพทย์พื้นบ้านนำโป๊ยกั๊กเข้าตำรับยาขับน้ำนม เพื่อเพิ่มการไหลเวียนโลหิตของมารดา ทำให้น้ำนมออกมากขึ้น โดยนำโป๊ยกั๊กเข้าตำรับยาบำรุงน้ำนมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ เช่น น้ำนมราชสีห์ ระย่อมน้อย เป็นต้น
  • ปัจจุบัน มีการนำโป๊ยกั๊กมาประยุกต์ใช้ในการรักษาทางสุคนธบำบัด หรือการบำบัดรักษาด้วยกลิ่นหอม เนื่องจากโป๊ยกั๊กมีน้ำมันหอมระเหย ที่ช่วยคลายเครียด คลายกังวลได้
  • ตามตำราแพทย์แผนจีน โป๊ยกั๊กช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรคต่างๆ ให้แก่ร่างกาย ด้วยการใช้ผงโป๊ยกั๊ก 1 ช้อนชา นำมาชงกับน้ำอุ่นสุกดื่ม ทั้งยังกล่าวว่าโป๊ยกั๊กมีคุณสมบัติเป็นหยาง ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายในช่วงอากาศเย็น มีรสร้อน แต่ไม่เผ็ดร้อนมากจนเกินไป นำมารับประทานโดยใช้ผงโป๊ยกั๊ก 1 ช้อนชาชงกับน้ำอุ่น 1 แก้วกาแฟ ใช้ดื่มหลังอาหารในช่วงเช้าหรือเย็น หรือในช่วงที่มีอากาศเย็น จะช่วยให้ร่างกายอบอุ่น และบรรเทาอาการจากไข้หวัดได้อีกด้วย นอกจากนี้ตำราแพทย์แผนจีนยังกล่าวว่าโป๊ยกั๊กสามารถช่วยระงับอาการปวดข้อ ปวดกระดูก ปวดหลัง ปวดเอวได้ โดยนำผงโป๊ยกั๊ก 1 ช้อนชานำมาชงกับน้ำร้อนดื่มก่อนอาหารเช้าและเย็น

การนำโป๊ยกั๊กมาปรุงอาหาร 

ผลและเมล็ดโป๊ยกั๊กทั้งแบบแห้งและป่นใช้เป็นเครื่องเทศ นิยมใส่ในอาหารประเภทตุ๋นที่นิยมใส่เครื่องเทศยาจีนหลายชนิด โดยเมนูที่คนไทยคุ้นเคย ได้แก่ แกงพะโล้ ข้าวขาหมู เป็นต้น นอกจากนี้ ยังใช้โป๊ยกั๊กในการแต่งกลิ่นของเครื่องดื่ม ลูกอม ขนมหวาน ขนมผิง ขนมเค้ก ได้อีกด้วย

ข้อห้ามและข้อควรระวังในการใช้โป๊ยกั๊ก

เพื่อการบริโภคโป๊ยกั๊กอย่างปลอดภัย ควรคำนึงถึงข้อห้ามและข้อควรระวังเหล่านี้

  • มีการศึกษาทางพิษวิทยาพบว่า การใช้โป๊ยกั๊กเป็นน้ำมันหอมระเหยนั้น ถ้าใช้ความเข้มข้นมากกว่า 4% อาจทำให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองที่ผิวหนังได้ และยังมีการศึกษาวิจัยระบุว่า สารอเนโทล (Anethole) และซาโฟรล (Safrole) ในน้ำมันหอมระเหยของโป๊ยกั๊กเป็นสารก่อมะเร็ง และเป็นพิษต่อตับ จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง
  • โป๊ยกั๊กที่นำมาใช้ในการบริโภคหรือใช้เป็นยาสมุนไพร คือ โป๊ยกั๊กจีน ซึ่งเป็นคนละชนิดกันกับโป๊ยกั๊กญี่ปุ่นที่เป็นพืชมีพิษ หากรับประทานเข้าไปอาจทำให้เสียชีวิตได้ เนื่องจากมีสารพิษที่มีฤทธิ์ในการทำลายระบบประสาทอย่างรุนแรงและทำให้เกิดอาการอักเสบภายใน ดังนั้นจึงควรระมัดระวังและเลือกใช้โป๊ยกั๊กจีนเท่านั้น
  • สตรีที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรระมัดระวังในการรับประทาน เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยรองรับว่า โป๊ยกั๊กปลอดภัยต่อสตรีที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร หากรับประทานโป๊ยกั๊กเข้าไป อาจส่งผลกระทบต่อบุตรได้

ที่มาของข้อมูล

วุฒิ วุฒิธรรมเวช, เครื่องยาไทย 1, 2552.

วุฒิ วุฒิธรรมเวช, สารานุกรมสมุนไพร: รวมหลักเภสัชกรรมไทย, 2540.

วิทยา บุญวรพัฒน์. หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย. 2554


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป