ยา

พ่อจ๋า แม่จ๋า ไม่กินยา หนูก็หายหวัดได้

ไข้หวัดสามารถหายเองได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
Istock 653833004 m

               อากาศในช่วงนี้ เดี๋ยวก็ร้อน เดี๋ยวก็หนาว เผลอ ๆ มีฝนมาร่วมวงอีกด้วย เด็กเล็กหลายคนก็เลยได้มาร้องกระจองอแงอยู่หน้าห้องยา นึกถึงสมัยเด็ก ๆ (นานมากกกกกก... ภาพชักเลือนราง ฮ่า...) รู้สึกว่าเวลาที่ไม่สบายแต่ละทีเนี่ย ช่างเป็นเวลาที่ทรมานและน่าเบื่อหน่ายเหลือเกิน นอกจากจะไปวิ่งเล่นห้อยโหนต้นไม้ (เอ... คนหรือลิงเนี่ย?!?) ไม่ได้แล้ว ยังต้องทนกินยารสแหวะ ๆ อีก

                แต่สมัยนี้ มีการผลิตยาน้ำสำหรับเด็กออกมาหลากหลายมากขึ้น มีการแต่งรสแต่งกลิ่นสารพัดเพื่อให้ถูกปากถูกใจ ปัญหาเรื่องเด็กกินยายากอาจจะลดน้อยลงไป...รึเปล่าคะ?!? ผู้ปกครองหลายรายจึงอยากได้ยาเพิ่มจากที่คุณหมอสั่งจ่ายให้จัง ครั้นไม่สมใจก็ต่อว่าต่อขานไปโน่นเลยว่าคุณหมอใจร้ายบ้างล่ะ หวงยาบ้างล่ะ ทั้งที่ถ้ามองมุมเด็ก น่าจะใจดีใจที่ไม่ต้องกินยาเยอะนะคะ …หรือเพราะยาอร่อย ทำให้เด็กสมัยนี้ชอบกินยานะ?

                แต่ยังไงก็ตาม ยาน่ะ..ไม่ใช่ขนมนะคะ ใช้มากไปก็อันตราย การใช้พร่ำเพรื่อเกินความจำเป็น นอกจากจะสิ้นเปลืองแล้ว ยังเสี่ยงต่อผลข้างเคียงจากยา หรืออาจเกิดการแพ้ยาได้อีกด้วย

 

                หวัดมักจะเป็นกันบ่อยในเด็ก ๆ แม้ห้ามให้เกิดให้เป็นไม่ได้ แต่สามารถป้องกัน หรือทำให้เป็นน้อยลงได้ โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ที่เป็นหวัด รวมไปถึงรักษาสุขอนามัยพื้นฐานอื่น ๆ อยู่เสมอ

                (สามารถติดตามเรื่องที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ "สุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ")

               

                แต่แม้จะป่วยด้วยโรคหวัดแล้ว ก็สามารถหายเองได้ค่ะ เพียงแค่ดูแลรักษาเองให้ดี ทำร่างกายให้อบอุ่น กินอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ดื่มน้ำอุ่นและหลีกเลี่ยงอาหารประเภทของมันของทอดเพื่อช่วยลดเสมหะและอาการไอ  ดื่มน้ำมาก ๆ ร่วมกับเช็ดตัวเพื่อลดไข้ อาจมีการใช้ยาตามจำเป็น เช่น ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ และยาลดไข้บรรเทาปวด เท่านี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ

 

 

 แล้วยาฆ่าเชื้อล่ะ ไม่ต้องใช้เหรอคะ

 โรคหวัดเกิดจากเชื้อไวรัสค่ะ ยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสที่ก่อโรคนี้ ยาปฏิชีวนะที่เห็นว่ามีการใช้กันนั้น เป็นยาที่ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย ในกรณีที่ผู้ป่วยดูแลรักษาสุขภาพไม่ดี แล้วมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนขึ้นมานั่นเองค่ะ

 

 กินแล้วจะได้หายเร็ว ๆ ไง

 โดยทั่วไป การติดเชื้อไวรัสหวัด จะทำให้เราแสดงอาการเจ็บป่วย เช่น ปวดศีรษะ มีไข้ มีน้ำมูก คัดจมูก จาม ไอ ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย เสียงแหบ และเจ็บคอ อาการดังกล่าวสามารถหายเองได้ภายใน 1 สัปดาห์ โดยยารักษาโรคหวัดที่แท้จริง คือภูมิต้านทานร่างกายของเราเองนี่ล่ะค่ะ หากมีภูมิต้านทานดีก็มักมีอาการไม่รุนแรงและหายได้เร็ว ดังนั้นการดูแลสุขภาพที่ดีต่างหากค่ะที่สำคัญ

 

 กันไว้ก่อนดีกว่ามั้ยคะ จะได้ไม่ติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ

 ยาปฏิชีวนะจะ “รักษา” การติดเชื้อแบคทีเรียที่เกิดขึ้นแล้ว  แต่ไม่มีผลในการ “ป้องกัน” ค่ะ ดังนั้น การใช้เพื่อหวังให้ “กันไว้ก่อน” จึงเป็นความเข้าใจที่ผิดนะคะ

 

 แต่ใคร ๆ เค้าก็กินกันทั้งนั้นนะ  

 ยาปฏิชีวนะจะมีประโยชน์สำหรับคนที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วยเท่านั้น ซึ่งพบว่าใน 10 คนที่เป็นหวัด มี 8 คนที่ไม่จำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะก็หายเองได้ ถ้าหากทุกคนกินยาปฏิชีวนะทุกครั้งที่เป็นหวัด ก็ถือว่าใช้ยาโดยเปล่าประโยชน์ และเกินความจำเป็นนั่นเองค่ะ นอกจากจะสิ้นเปลืองแล้ว ยังอาจเกิดอันตรายจากผลข้างเคียงของยา, แพ้ยา และเสี่ยงต่อการดื้อยาในอนาคตอีกด้วยนะคะ

 

 

                การใช้ยาสำหรับไข้หวัด ควรใช้ยาบรรเทาอาการตามจำเป็นค่ะ เช่น ถ้าตัวร้อนมาก เช่น วัดไข้เกิน 38 องศาเซลเซียส อาจให้กินยาแก้ปวดลดไข้พาราเซตามอลทุก 4-6 ชั่วโมง ร่วมกับการเช็ดตัวลดไข้

                อาการจาม น้ำมูกไหล คัดแน่นจมูก จะเป็นมากใน 2-3 วันแรก คุณพ่อคุณแม่ควรเช็ดหรือดูดออกให้บ้าง อาจพิจารณาใช้ยาแก้แพ้ลดน้ำมูกคลอร์เฟนิรามีนร่วมด้วย นอกจากนี้ ถ้าคัดจมูกมาก หรือมีน้ำมูกแห้งกรัง ให้หยอดน้ำเกลือใส่รูจมูกข้างละ 1-2 หยดเป็นครั้งคราว

                ส่วนอาการไอ เป็นปฏิกิริยาที่ร่างกายขับเสมหะออก ไม่ควรใช้ยาระงับอาการไอ ควรให้เด็กจิบน้ำอุ่นบ่อย ๆ หรืออาจให้เป็นน้ำผึ้งผสมมะนาว การดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยให้เสมหะเหลว ส่วนรสเปรี้ยวจากมะนาวจะทำให้น้ำลายมาก เสมหะใส ขับออกได้ง่ายขึ้น  เป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลดี ในรายที่ไอมาก อาจใช้ยาแก้ไอขับเสมหะแอมโมเนียมคาร์บอเนตซึ่งเป็นยาแก้ไอสำหรับเด็ก ช่วยบรรเทาอาการได้

 

 

 

 

               สรุปแล้ว เมื่อลูกเป็นหวัด ก็ให้พักผ่อนเยอะ ๆ ดื่มน้ำมาก ๆ กินอาหารตามปกติ คอยดูแลอาการแทรกซ้อน ให้ยาเป็นครั้งคราวตามความจำเป็น ยกเว้นกรณีที่ได้รับยาปฏิชีวนะที่ต้องใช้ติดต่อกันทุกวันจนครบขนาดการรักษานะคะ

                คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตเรื่องการหายใจของลูก ถ้ามีอาการรุนแรง เช่น หายใจเร็วกว่าปกติ มีอาการหอบ หายใจต้องออกแรงมาก และหายใจมีเสียงดังผิดปกติ ก็ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาการหายใจผิดปกตินี้ไม่ใช่โรคหวัดธรรมดา อาจจะเป็นโรคปอดบวม

                นอกจากนี้ ภายใน 3 วันอาการควรจะต้องดีขึ้น แต่ถ้าไข้ยังสูง ไอรุนแรง ปวดหู เจ็บคอมาก หรือมีอาการซึม ไม่กินนม ไม่กินน้ำ หรืออาเจียนมาก ควรรีบไปพบแพทย์นะคะ

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่