สุขภาพผู้หญิง

การส่องกล้องปากมดลูกด้วยโคลโปสโคป

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 7, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 12 นาที
Istock 839318532

การส่องกล้องปากมดลูกด้วยโคลโปสโคปเป็นกระบวนการเพื่อหาร่องรอยของเซลล์ที่ผิดปกติข้างในปากมดลูกหรือช่องคลอดผู้หญิง โดยปากมดลูกเป็นส่วนหนึ่งของมดลูกที่อยู่ภายในช่องคลอดความผิดปกติที่มักพบกันจะอยู่ที่ปากมดลูกไปจนถึงหนทางคลอด โดยการส่องกล้องปากมดลูกด้วยกล้องโคลโปสโคปจะทำให้แพทย์สามารถหาความผิดปกติต่าง ๆ ได้

การมีอยู่ของ “เซลล์ที่ผิดปกติ” ในผู้หญิงบางรายจะเป็นความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก อีกทั้งการใช้กล้องดังกล่าวก็สามารถใช้เพื่อช่วยกำหนดแนวทางจัดการกับเซลล์ดังกล่าวได้อีกเช่นกัน

จะมีการใช้กระบวนการส่องกล้องปากมดลูกเมื่อไร?

จะมีการทำการส่องกล้องปากมดลูกหลังจากที่ผ่านการทดสอบคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูก แต่ก็สามารถใช้กระบวนการนี้ได้ด้วยเหตุผลอื่น ๆ อย่างเช่น:

  • ผลจาการตัวอย่างเซลล์ปากมดลูกของคุณพบความผิดปรกติ (ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเซลล์มะเร็งเสมอไป)
  • คุณติดเชื้อเฮชพีวี (human papillomavirus – HPV) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงเซลล์ที่ผิดปรกติให้กลายเป็นเซลล์มะเร็ง
  • คุณผ่านการตรวจคัดกรองแล้วหลายครั้ง แต่ไม่อาจให้ผลชี้ชัดได้

แพทย์หรือพยาบาลที่ดำเนินการทดสอบคัดกรองปากมดลูกสรุปคร่าว ๆ ว่าผลตรวจปากมดลูกของคุณดูไม่ปกติเท่าไรนัก

การส่องกล้องตรวจปากมดลูกยังถูกใช้เพื่อตรวจสอบอาการเลือดออกจากช่องคลอด (ยกตัวอย่างเช่น หลังจากมีเพศสัมพันธ์) หรือมีปากมดลูกอักเสบที่หาสาเหตุไม่ได้อีกด้วย

เกิดอะไรขึ้นระหว่างกระบวนการส่องกล้องปากมดลูก?

กระบวนการนี้มักดำเนินการกับผู้ป่วยนอกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

คุณจะถูกจัดให้นอนบนเก้าอี้ชนิดพิเศษที่มีแผ่นรองหนุนขาของคุณ และจะมีการใช้เครื่องมือถ่างช่องคลอดที่เรียกว่าปากเป็ดสอดเข้าไปในช่องคลอดของคุณอย่างเบามือเพื่อทำการขยายช่องคลอดให้แพทย์ตรวจสอบภายใน

จะมีการใช้กล้องจุลทรรศน์ที่เรียกว่าโคลโปสโคปที่ติดตั้งไฟส่องเพื่อทำการส่องภายในช่องคลอด โดยจะไม่ดันกล้องดังกล่าวเข้าไปข้างใน แต่ตัวกล้องจะอยู่ข้างนอกร่างกายของคุณตลอดกระบวนการ ซึ่งหากกล้องโคลโปสโคปมีกล้องถ่ายติดอยู่ด้วย คุณก็สามารถดูภาพภายในช่องคลอดของคุณได้จากหน้าจอเล็ก ๆ และจะมีการใช้สารละลายบางชนิดเข้าไปยังช่องคลอดของคุณเพื่อทำการชี้จุดที่มีความผิดปรกติ

หากพบพื้นที่ที่ไม่ปกติ จะมีการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อชิ้นเล็ก ๆ ออกมาเพื่อการทดสอบด้วยใช้เครื่องมือขลิบซึ่งไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดมากจนเกินไป เป้าหมายของการตัดชิ้นเนื้อก็เพื่อยืนยันกับผลตรวจคัดกรองของคุณว่าพบความผิดปรกติจริงหรือไม่

ในบางกรณี แพทย์ที่ทำการตรวจปากมดลูกของคุณก็สามารถสรุปยืนยันการทดสอบคัดกรองได้ว่ามีความผิดปรกติจริง ๆ โดยไม่ต้องทำการขลิบชิ้นเนื้อออกมาตรวจแต่อย่างใด ซึ่งทั้งสองกรณีแพทย์จะตัดสินใจดำเนินขั้นตอนการรักษาต่อไปทันที

กระบวนการส่องกล้องตรวจปากมดลูกมักจะใช้เวลาประมาณ 5 นาที และอาจจะยืดเยื้อได้มากกว่านั้นหากมีการรักษาต่อ (10 ถึง 15 นาที) ซึ่งเวลาการตรวจนี้ได้รวมขั้นตอนปรึกษาพูดคุยปัญหาไปด้วยจึงทำให้เวลาพบแพทย์โดยรวมอาจจะยาวประมาณ 20 ถึง 30 นาที

กระบวนการนี้จะสร้างความรู้สึกไม่สบายตัวให้ผู้ตรวจเล็กน้อย หากคุณรู้สึกเจ็บระหว่างดำเนินการ ต้องแจ้งแพทย์ที่ทำการตรวจอยู่ทันที โดยพวกเขาสามารถหยุดกระบวนการหรือหาทางจัดการกับความเจ็บปวดดังกล่าวให้คุณได้

ผลตรวจการส่องกล้องปากมดลูก

แพทย์ที่ทำการตรวจช่องคลอดของคุณมักจะบอกได้ทันทีเมื่อพบเซลล์ผิดปกติในช่องคลอด สำหรับขั้นตอนตรวจสอบชิ้นเนื้อที่ตัดออกมานั้นมักจะใช้เวลาประมาณ 4 อาทิตย์ โดยผลตรวจจะถูกส่งให้กับทั้งตัวคุณและแพทย์เจ้าของไข้

โดยผู้หญิง 4 จาก 10 คนจะมีผลตรวจช่องคลอดปกติดี หมายความว่ามดลูกมีสุขภาพดีและมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกต่ำ หลังจากนั้นคุณจะถูกนัดให้มาทำการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอีกครั้งภายใน 3 หรือ 5 ปี ขึ้นอยู่กับอายุของคุณ

ผู้หญิง 6 จาก 10 คนที่ผ่านการส่องกล้องปากมดลูกด้วยโคลโปสโคปจะพบเซลล์ที่ผิดปกติภายในมดลูก ซึ่งเซลล์ดังกล่าวยังไม่ใช่เนื้อร้าย แต่อาจจะพัฒนากลายเป็นมะเร็งได้หากปล่อยทิ้งเอาไว้ ในกรณีนี้แพทย์จะส่งเคสของคุณให้กับทีมเยียวยารักษา

มีกรณีน้อยมาก ๆ ที่จะพบเซลล์มะเร็งปากมดลูกระหว่างการส่องกล้องปากมดลูกด้วยโคลโปสโคป ซึ่งหากเป็นกรณีเช่นนี้แพทย์จะส่งเคสของคุณให้กับทีมเยียวยารักษาทันที

เนื่องจากว่ามะเร็งปากมดลูกสามารถถูกตรวจพบได้จากการตรวจคัดกรองในระยะแรก ๆ ทำให้สามารถรักษาภาวะได้อย่างทันท่วงที นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผู้หญิงทุกคนควรทำการตรวจคัดกรองทุกครั้งเมื่อมีโอกาส

การเยียวยาระหว่างการส่องกล้องปากมดลูก

ความผิดปรกติที่ไม่รุนแรงอาจไม่จำเป็นต้องถูกรักษาในทันทีเสมอไป ซึ่งหากเป็นกรณีตรงกันข้าม แพทย์จะทำการตัดเซลล์มดลูกที่ผิดปรกตินั่นออกโดยพยายามเหลือเนื้อเยื่อปกติโดยรอบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

การรักษาทั่วไปคือ large loop excision of the transformation zone (LLETZ) โดย transformation zone หมายถึงพื้นที่เนื้อเยื่อที่เป็นทางเข้าหนทางคลอด กระบวนการ LLETZ จะเป็นการใช้ห่วงลวดความร้อนในการนำเซลล์ที่ผิดปกติออกมา และในกรณีส่วนมากจะดำเนินการพร้อมกับยาชา กระบวนการนี้จะใช้เวลาไม่กี่นาทีและสามารถดำเนินการไปพร้อมกับการส่องกล้องตรวจปากมดลูกได้

การนำเซลล์ปากมดลูกที่ผิดปกติออกมานั้นมีโอกาสสำเร็จสูง (โอกาสสำเร็จอยู่ที่ประมาณ 90%) หลังจากนั้นคุณจะถูกนัดให้พบแพทย์อีกครั้งเพื่อทำการตรวจติดตามผลการคัดกรองปากมดลูกเพื่อดูสภาพการรักษาว่าสมบูรณ์ดีหรือไม่

พยายามสงบสติเอาไว้

หากคุณถูกส่งต่อให้ทำการตรวจส่องกล้องหลังจากที่พบความผิดปรกติในช่องคลอดจากการตรวจคัดกรอง คุณไม่ควรตีโพยตีพายในทันทีว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก

ผู้หญิงที่ถูกส่งให้ไปทำการตรวจโคลโปสโคปน้อยกว่า 1 ใน 1,000 คนเท่านั้นที่ถูกพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกซึ่งต้องการการรักษาในทันที

ผลการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกก็สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อย ๆ เนื่องจากเซลล์จะเกิดความเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ซึ่งสำหรับมะเร็งจะใช้เวลาเติบโตค่อนข้างนานหลายปี ทำให้การตรวจหาและรักษาเซลล์ที่เปลี่ยนแปลงไปในระยะเริ่มต้นนั้นจะช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์เนื้อร้ายเติบโตไปมากกว่านี้ได้

การคัดกรองปากมดลูก

การคัดกรองปากมดลูกเป็นการทดสอบและตรวจสุขภาพของปากมดลูกผู้หญิง โดยจะมองหาเซลล์ที่ผิดปกติในมดลูกซึ่งในบางกรณี การปล่อยความผิดปกตินั้นเอาไว้อาจพัฒนากลายเป็นมะเร็งปากมดลูกได้

การตรวจคัดกรองทั่วไปจะช่วยตรวจหาร่องรอยการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในระยะเริ่มต้น และหากจำเป็นการสามารถทำการดึงเซลล์ดังกล่าวออกมาเพื่อป้องกันการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้

การทดสอบประมาณ 1 ใน 20 ครั้งจะพบการเปลี่ยนแปลงเซลล์มดลูกระดับกลาง ซึ่งไม่จำเป็นต้องทำการรักษาเนื่องจากเซลล์ดังกล่าวสามารถกลับสู่ภาวะปกติได้เอง

คาดประมาณว่ามีการทดสอบคัดกรองมดลูก 1 ใน 100 ครั้งเท่านั้นที่พบการเปลี่ยนแปลงเซลล์ในระดับค่อนข้างสูง และอีก 1 ใน 200 ครั้งที่พบการเปลี่ยนแปลงในระดับรุนแรง ซึ่งหากคุณอยู่ในกรณีใดกรณีหนึ่งคุณต้องเข้ารับการส่องกล้องตรวจมดลูกและรับรักษา

และผู้หญิงน้อยกว่า 1 ใน 1,000 คนที่เข้ารับการตรวจปากมดลูกด้วยโคลโปสโคปจะพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกที่ต้องรับการรักษาทันที

การตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยวิธีการส่องกล้องปากมดลูก

แม้ว่าการตรวจคัดกรองปากมดลูกมักจะให้ผลว่าเป็นเนื้อร้ายจะมีน้อยมาก ๆ แต่ก็ควรทำการตรวจสอบหาร่องรอยของเซลล์ที่เปลี่ยนแปลงในระดับสูงและรุนแรง เพื่อระบุถึงปัญหาที่อาจจะซ่อนอยู่ข้างในและทำการรักษาให้ทันท่วงที

คุณอาจถูกส่งไปตรวจด้วยการส่องกล้องโคลโปสโคปเผื่อไว้ก่อนหากห้องปฏิบัติการณ์ไม่สามารถสรุปผลการตรวจจากตัวอย่างการตรวจคัดกรองได้

การตรวจมดลูกด้วยการส่องกล้องจะทำให้แพทย์สามารถตรวจสอบพื้นผิวเนื้อเยื่อภายในมดลูกได้อย่างใกล้ชิด ทำให้สามารถชี้ชัดถึงตำแหน่งและการเติบโตของเซลล์แปลกปลอม

การตรวจมดลูกด้วยการส่องกล้องไม่ได้ใช้เพื่อรักษาเยียวยาเซลล์ที่ผิดปรกติ แต่เป็นเพียงวิธีการตรวจสอบดูการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ให้ละเอียดมากขึ้น สำหรับการรักษาที่ดำเนินการระหว่างการส่องกล้องปากมดลูกนั้นจะเกิดขึ้นหากมีการตรวจพบเซลล์ที่ผิดปรกติ

เหตุผลอื่นของการส่องกล้องปากมดลูก

การตรวจมดลูกด้วยการส่องกล้องสามารถใช้เพื่อเหตุผลเพิ่มเติมต่อไปนี้ได้อีกเช่นกัน:

ตรวจหาภาวะเลือดออกจากช่องคลอดที่หาสาเหตุไม่ได้: ยกตัวอย่างเช่นหลังจากมีเพศสัมพันธ์

  • ปากมดลูกมีรูปร่างผิดเพี้ยนไปหลังจากการตรวจ
  • ปากมดลูกอักเสบ
  • มีเนื้องอก (ที่ไม่ใช่มะเร็ง) โตขึ้นมา: อย่างเช่นติ่งเนื้อ หรือก้อนซิสท์
  • หรือมีหูดที่อวัยวะเพศ เป็นต้น

การส่องกล้องปากมดลูกด้วยโคลโปสโคปดำเนินการอย่างไร?

การตรวจมดลูกด้วยการส่องกล้องเป็นกระบวนการที่รวดเร็วและปลอดภัย แต่สำหรับผู้หญิงที่เข้าตรวจบางคนอาจมีความรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวและอาจเจ็บปวดเล็กน้อยได้

ให้แจ้งแพทย์ที่กำลังดำเนินการทันทีหากคุณเกิดรู้สึกเจ็บปวด

การตรวจมดลูกด้วยการส่องกล้องเป็นกระบวนการที่สามารถดำเนินการระหว่างการตั้งครรภ์ได้อย่างปลอดภัย

ก่อนการตรวจ

คุณจะถูกส่งไปทำการส่องกล้องตรวจมดลูกหากว่าผลการทดสอบคัดกรองมดลูกของคุณพบการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในมดลูกหรือมีอาการปวดเชิงกรานหรือมีเลือดออกจากช่องคลอดแบบที่หาสาเหตุไม่ได้ โดยมักจะดำเนินการตามโรงพยาบาลทั่วไปในแผนกผู้ป่วยนอก

คุณสามารถร้องขอให้แพทย์หรือพยาบาลที่ทำการตรวจคุณเป็นผู้หญิงก็ได้ โดยต้องแจ้งและร้องขอไปยังสถานพยาบาลก่อนวันตรวจจริง และเพื่อความสบายใจ คุณสามารถพาเพื่อน ครอบครัว หรือคู่สมรสมาก็ได้

ให้ติดต่อทางโรงพยาบาลทันทีหากในวันตรวจคุณมีประจำเดือนมา สำหรับกรณีที่เป็นการส่องตรวจมดลูกครั้งแรก คุณต้องมาตามที่นัดโดยไม่สามารถทำการเลื่อนจากเหตุมีประจำเดือนได้ แต่หากเป็นการนัดติดตามผล คุณก็สามารถทำการเลื่อนนัดได้ กระบวนการส่องกล้องตรวจมดลูกนั้นสามารถทำขณะตั้งครรภ์ได้อย่างไม่เป็นปัญหาใด ๆ

อย่ามีเพศสัมพันธ์หรือใช้ยาทางช่องคลอด อย่าใช้สารหล่อลื่น ครีม หรือผ้าอนามัยแบบสอดอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการตรวจ

ให้เตรียมแผ่นอนามัยมาในวันตรวจด้วย เนื่องจากหลังจากตรวจเสร็จอาจจะมีของเหลวขับออกมาหรือมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อยจากช่องคลอดหากมีการตัดชิ้นเนื้อออก

ระหว่างการตรวจ

แพทย์ผู้ดำเนินการตรวจจะอธิบายขั้นตอนต่าง ๆ แก่คุณ และช่วยให้คุณผ่อนคลายระหว่างดำเนินการ

คุณจะต้องเปลื้องเสื้อผ้าส่วนล่างตั้งแต่เอวลงไป และนอนลงบนเก้าอี้แบบพิเศษในท่างอเข่า โดยขาของคุณจะถูกรองไว้ด้วยแผ่นรอง ซึ่งหากคุณสวมกระโปรงมาก็สามารถรวบกระโปรงขึ้นแทนการถอดได้

แพทย์จะค่อย ๆ สอดอุปกรณ์ที่เรียกว่าปากเป็ดเข้าไปยังช่องคลอดของคุณเพื่อเปิดช่องคลอดทำให้กล้องส่องสามารถเข้าไปจับภาพใกล้ ๆ มดลูกของคุณได้ ซึ่งเป็นวิธีการเดียวกับตอนที่ทำการตรวจคัดกรองมดลูก

แพทย์จะป้ายของเหลวต่าง ๆ ลงมดลูกของคุณ ซึ่งจะย้อมเซลล์ที่ผิดปกติเป็นสีที่ต่างออกไป ทำให้คุณสามารถมองเห็นได้จุดผิดปกติชัดเจนขึ้น โดยคุณอาจรู้สึกจั๊กจี้หรือแสบร้อนนิดหน่อยขณะที่ของเหลวดังกล่าวถูกทาลงบนมดลูกของคุณ

หากพบเซลล์ที่ผิดปรกติ แพทย์จะเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อชิ้นเล็ก ๆ ออกมา (ตัดออกมาด้วยขนาดไม่กี่มิลลิเมตร) ซึ่งไม่ควรมีความรู้สึกเจ็บปวดใ ด ๆ นอกจากความรู้สึกเหมือนถูกหยิกหรือถูกตำเล็กน้อย หากจำเป็นจริง ๆ แพทย์ก็สามารถให้ยาชากับบริเวณดังกล่าวก่อนได้ หลังจากการตัดเนื้อเยื่อออกมา แพทย์จะส่งชิ้นเนื้อไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการณ์

ในบางกรณี แพทย์จะแนะนำให้มีการรักษาในทันที แทนที่จะทำการตัดเนื้อเยื่อออกไปตรวจก่อน

การส่องกล้องปากมดลูกด้วยโคลโปสโคปเป็นกระบวนการที่รวดเร็วและปลอดภัย ปกติใช้เวลาดำเนินการประมาณ 5 ถึง 10 นาที รวมเข้ากับเวลานัดหมอทั้งหมดก็ควรใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น โดยผู้หญิงส่วนมากจะรู้สึกว่ากระบวนการนั้นสร้างความไม่สบายตัวและอาจมีความเจ็บปวดบ้าง หากเป็นเช่นนั้นให้รีบแจ้งแพทย์ผู้ดำเนินการทันที

หลังการตรวจ

คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปรกติหลังการพบแพทย์ รวมไปถึงการขับรถ เป็นต้น

หลังจากการตรวจไม่กี่วันคุณอาจจะมีอาการเลือดออกเล็กน้อย หรือมีของเหลวสีน้ำตาลไหลออกมจากช่องคลอด ซึ่งเป็นอาการปกติจากการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ ซึ่งจะหายไปเองหลังจากวันที่ 3 หรือ 5

ควรรอให้เลือดหยุดซึมออกก่อนจะใช้ผ้าอนามัยแบบสอด หรือมีเพศสัมพันธ์ รวมไปถึงงดการใช้ครีม เจลหล่อลื่น หรือยาทางช่องคลอดใด ๆ ระหว่างนี้

การนัดติดตามผล

หลังการตรวจส่องกล้อง คุณจะถูกนัดเข้ามาพบแพทย์เพื่อทำการติดตามผลเพื่อดูว่าเซลล์ในปากมดลูกของคุณกลับสู่ภาวะปกติหรือไม่ ซึ่งมักจะเป็นช่วง 4 ถึง 6 เดือนหลังการส่องกล้องตรวจครั้งล่าสุด

ผลการตรวจ

หลังการตรวจส่องกล้อง แพทย์จะสามารถแจ้งผลให้แก่คุณได้ทันที

ถ้ายังมีความไม่แน่นอนอยู่ อาจจะมีการตัดเนื้อเยื่อจากมดลูกไปตรวจสอบเพิ่มเติมอีก ซึ่งในบางกรณีก็จะมีการรักษาเซลล์ผิดปรกติควบคู่การตรวจไปด้วย

โดยผู้หญิง 4 จาก 10 คนจะมีผลตรวจช่องคลอดปกติดี หมายความว่ามดลูกมีสุขภาพดีและมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกต่ำ หลังจากนั้นคุณจะถูกนัดให้มาทำการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอีกครั้งภายใน 3 หรือ 5 ปี ขึ้นอยู่กับอายุของคุณ

ผู้หญิง 6 จาก 10 คนที่ผ่านการส่องกล้องปากมดลูกด้วยโคลโปสโคปจะพบเซลล์ที่ผิดปกติภายในมดลูก โดยความผิดปรกติที่พบได้บ่อยคือ cervical intra-epithelial neoplasia (CIN) ซึ่งไม่ใช่มะเร็ง แต่อาจจะพัฒนาจนกลายเป็นมะเร็งได้หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้ทำการรักษา

ผลจากการตรวจชิ้นเนื้อ

การตัดชิ้นเนื้อจากมดลูกไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการณ์จะช่วยให้สามารถชี้ชัดได้ถึงการเจริญเติบโตของเซลล์แปลกปลอมในมดลูกของคุณได้ โดยคุณต้องรอประมาณ 4 สัปดาห์ก่อนที่ผลการตรวจจะถูกส่งกลับไปยังแพทย์ผู้ดูแล

ในบางกรณี จะพบความผิดปรกติในแกรนดูลาเซลล์ภายในสายหนทางคลอดของมดลูก ความผิดปรกติดังกล่าวมักจะเรียกกันว่า cervical glandular intra-epithelial neoplasia (CGIN) โดยตัว CGIN นี้พบได้ยากกว่า CIN

อีกทั้งการที่ตรวจพบ CIN หรือ CGIN ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นมะเร็งแต่อย่างใด

การให้เกรด CIN กับ CGIN

CIN มีอยู่ตั้งแต่เกรด 1 ไปจนถึง 3 ตามระดับความผิดปรกติที่พบจากการตรวจคัดกรอง โดยเกรด 2 และ 3 สื่อถึงความผิดปรกติระดับปานกลางไปจนถึงรุนแรง ตามลำดับ

CGIN มักจะอยู่ในระดับเกรดต่ำ หรือเกรดสูง ในแง่ของความรุนแรงและความเสี่ยง CGIN เกรดสูงจะเท่ากับ CIN เกรด 3 (ดูข้อมูลเพิ่มเติมข้างล่าง)

CIN 1

หากคุณมีเซลล์ CIN 1 (เกรดต่ำ) จะหมายความว่าแทบจะไม่มีความเสี่ยงที่คุณจะเป็นมะเร็ง โดยเซลล์ผิดปรกติดังกล่าวมักจะสลายไปเองโดยไม่จำเป็นต้องผ่านการรักษาหรือผ่าออกแต่อย่างใด

โดยหลังจากนั้นคุณอาจถูกนัดให้มาทำการตรวจคัดกรองมดลูกอีกครั้งหลังจากนั้น 12 เดือนเพื่อตรวจสอบสภาวะของเซลล์ดังกล่าว

CIN 2 CIN 3 หรือ CGIN

หากคุณมีเซลล์ CIN 2 3 หรือ CGIN (เกรดสูง) คุณจะมีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก

หากเป็นเช่นนี้ คุณจะถูกแนะนำให้ทำการผ่าเซลล์ที่ผิดปรกตินั่นออกเพื่อลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งปากมดลูกลง

ในกรณีหายาก ผลการตรวจชิ้นเนื้อและการส่องกล้องแสดงให้เห็นภาวะมะเร็งปากมดลูกอย่างชัดเจน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น แพทย์จะแนะนำให้เริ่มทำการรักษาทันที โดยคุณจะถูกส่งไปให้กับผู้เชี่ยวชาญที่จะชี้แจงรายละเอียดการรักษาต่าง ๆ ให้กับคุณ

การตรวจพบมะเร็งปากมดลูกจากขั้นตอนคัดกรองนั้นมักจะพบมะเร็งในระยะเริ่มต้น ซึ่งผู้ที่พบโรคได้เร็วจะมีโอกาสรอดมากกว่าผู้หญิงที่เป็นมะเร็งระยะหลัง ๆ แล้ว

การรักษาเซลล์ที่ผิดปรกติในปากมดลูก

เซลล์ที่ผิดปรกติจะถูกนำออกมาด้วยการผ่าตัดพื้นที่โดยรอบมดลูกที่มีความผิดปรกติด้วยพื้นที่ขนาดเท่าปลายนิ้ว

ประเภทการรักษาที่ดำเนินการจะขึ้นอยู่กับจำนวนเซลล์ที่ผิดปรกติในมดลูกของคุณ และระยะของความผิดปรกตินั้น ๆ

เป้าหมายของการรักษาก็เพื่อนำเซลล์ผิดปกติออกมาโดยสร้างความเสียหายแก่เนื้อเยื่อสุขภาพดีให้น้อยที่สุด โดยการรักษามีโอกาสทำสำเร็จสูงถึง 90%

เวลาดำเนินการรักษา

การรักษาสามารถเกิดขึ้นขณะทำการตรวจส่องกล้องได้

สำหรับการรักษาที่มีขั้นตอนมากกว่านั้นอาจไม่สามารถทำร่วมในการส่องกล้องตรวจมดลูกได้ โดยในกรณีนี้ แพทย์จะเป็นผู้ชี้แจงประเภท กับทางเลือกรักษาแก่คุณ

โดยการรักษาที่มี มีดังนี้:

Large loop excision of the transformation zone

“transformation zone” เป็นรอยต่อระหว่างพื้นผิวปากมดลูกกับเนื้อเยื่ออ่อน ๆ ที่พาดอยู่ทางเข้าหนทางคลอด ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมักจะเกิดความผิดปรกติ และเป็นจุดที่ HPV จะสร้างการเปลี่ยนแปลงกับเซลล์ขึ้น

LLETZ สามารถดำเนินการไปพร้อมกับการส่องกล้องตรวจปากมดลูกได้ โดยมักทำเพื่อถอนเซลล์ผิดปรกติในมดลูกออกมาโดยใช้เครื่องตัดไฟฟ้า

LLETZ จะมีเวลาดำเนินการ 5 – 10 นาที และมักดำเนินการกับผู้ป่วยนอก ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องค้างรักษาตัวที่โรงพยาบาล อาจมีการใช้ยาชาฉีดเขาไปในมดลูกเพื่อทำให้บริเวณที่ต้องตัดออกหมดความรู้สึก กระนั้นคุณก็อาจจะรู้สึกเจ็บได้บ้าง ซึ่งจะคล้ายกับการปวดประจำเดือน

หากพื้นที่ในมดลูกที่ต้องรับการรักษามีขนาดกว้าง ขั้นตอนที่ดำเนินการอาจใช้เวลามากกว่า ซึ่งแพทย์อาจต้องใช้ยาสลบกับคุณ

คุณต้องเตรียมผ้าอนามัยมาด้วยเนื่องจากกระบวนการ LLETZ จะทำให้คุณมีเลือดออก โดยจะมีเลือดออกเล็กน้อยเป็นเวลาหลังจากกระบวนการหลายอาทิตย์

หลังจากการทำ LLETZ คุณควรที่จะ:

  • ไม่ใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเป็นเวลา 4 สัปดาห์ (ใช้ผ้าอนามัยแบบแผ่นแทน)
  • งดการมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลา 4 สัปดาห์
  • งดการออกกำลังกายรวมไปถึงการว่ายน้ำอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือในขณะที่มีเลือดหรือของเหลวออกมาจากช่องคลอดอยู่
  • เพื่อการป้องกันการติดเชื้อหลังกระบวนการนั่นเอง

มีรายงานว่าผู้หญิงที่ทำการรักษา LLETZ จะมีความเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนดมากขึ้น แต่ในกรณีส่วนมากแล้วผลประโยชน์ที่ได้จากการรักษานี้มีมากกว่าความเสี่ยงเล็กน้อยเช่นนี้อย่างมาก ทำให้แพทย์ทุกท่านต่างแนะนำให้คุณพิจารณาทำการรักษาประเภทนี้เมื่อจำเป็น

การตัดปากมดลูกเป็นรูปกรวย

เป็นวิธีการรักษาที่ไม่สามารถทำร่วมกับการตรวจส่องกล้องปากมดลูกได้ โดยกระบวนการนี้เป็นการผ่าตัดขนาดเล็กที่ต้องให้ผู้ป่วยนอนค้างที่โรงพยาบาล ทำให้วิธีการนี้ไม่ค่อยถูกนำมาใช้เท่าไรนัก นอกจากต้องทำการตัดเนื้อเยื่อออกเป็นพื้นที่ขนาดกว้าง

การตัดปากมดลูกรูปกรวยจะดำเนินการโดยใช้ยาสลบกับคนไข้ โดยการตัดชิ้นเนื้อจะใช้มีดผ่าตัด และตัดชิ้นเนื้อออกจะลักษณะเป็นรูปกรวย หลังจากนั้นชิ้นเนื้อดังกล่าวจะถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการณ์เพื่อตรวจสอบอย่างใกล้ชิด

หลังการตัดปากมดลูกประเภทนี้จะมีการปิดปากแผลที่ช่องคลอดของคุณเพื่อช่วยหยุดการไหลของเลือด

ในช่วงเวลา 4 สัปดาห์หลังการผ่าตัดจะมีเลือดออกเป็นปกติ โดยคุณอาจรู้สึกเหมือนปวดประจำเดือนหรือไม่สบายตัวบ้าง ซึ่งควรจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

หลังการรักษา

หลังการตัดชิ้นเนื้อประเภทนี้คุณควร:

  • ไม่ใช้ผ้าอนามัยแบบสอดเป็นเวลา 4 สัปดาห์ (ใช้ผ้าอนามัยแบบแผ่นแทน)
  • งดการมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลา 4 สัปดาห์
  • งดการออกกำลังกายรวมไปถึงการว่ายน้ำอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือในขณะที่มีเลือดหรือของเหลวออกมาจากช่องคลอดอยู่

โดยแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลคุณจะเป็นผู้ตอบคำถาม หรือชี้แจงข้อสงสัยของคุณที่เกี่ยวกับการส่องกล้องตรวจปากมดลูกด้วยโคลโปสโคปหรือการรักษาต่าง ๆ เอง

การรักษาอื่น ๆ

สามารถรักษาเซลล์ที่ผิดปรกติได้หลายวิธีการ โดยแพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้:

  • การบำบัดด้วยความเย็น: ที่ซึ่งเซลล์ที่ผิดปรกติจะถูกแช่แข็งและถูกทำลายไป
  • การรักษาด้วยเลเซอร์: จะมีการใช้เลเซอร์จี้ทำลายเซลล์ผิดปรกติภายในมดลูกของคุณ
  • การแข็งตัวด้วยความเย็น: จะมีการใช้ตัวทำความร้อนกับปากมดลูกซึ่งจะเผาไหม้เซลล์ที่ผิดปรกติไป
  • การผ่าตัดมดลูก (การผ่าตัดเพื่อนำมดลูกออก): เป็นกรรมวิธีสุดท้ายหากเซลล์ที่ผิดปกติในมดลูกมีความรุนแรงหรือถูกพบมากกว่าหนึ่งครั้ง

การตรวจคัดกรองปากมดลูก และการทดสอบ HPV ติดตามการรักษาเซลล์ที่ผิดปรกติ

 6 เดือนหลังจากการรักษาเซลล์ที่ผิดปรกติในปากมดลูก คุณจะต้องเข้ารับการทดสอบคัดกรองปากมดลูก

โดยการทดสอบจะดำเนินการเพื่อตรวจหาร่องรอยของเซลล์ผิดปรกติ และหา HPV ที่เหลือ หากยังพบเซลล์ที่ผิดปรกติอยู่บ้าง แต่ไม่พบไวรัสดังกล่าว จะสามารถกล่าวได้ว่าภาวะความผิดปรกติในมดลูกของคุณหายไปปลิดทิ้งแล้ว

หากไม่พบ HPV คุณก็ไม่จำเป็นต้องทำการคัดกรองอีกจนกว่าจะครบ 3 ปี แต่หากว่ายังพบ HPV อยู่หรือมีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ค่อนข้างมาก (ปานกลางจนถึงรุนแรง) คุณจะถูกส่งให้ไปทำการส่องกล้องตรวจมดลูกอีกครั้ง

ความเสี่ยงของการนำเซลล์มดลูกที่ผิดปรกติออกมา

การนำเซลล์ปากมดลูกที่ผิดปรกติออกมาเป็นการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกที่มีประสิทธิภาพที่สุด แต่กระนั้น ก็มีความเสี่ยงที่มาจากการรักษาเช่นกัน

โดยจะเป็นความเสี่ยงในการติดเชื้อหลังการนำเซลล์ออก ซึ่งคุณควรรีบไปพบแพทย์หากว่าคุณมีอาการ:

  • เลือดหนัก หรือออกไม่หยุด
  • มีของเสียกลิ่นแรงออกจากช่องคลอด
  • ปวดท้องเรื้อรัง

อีกทั้งยังมีความเสี่ยงสูงที่ผู้ที่เคยทำการตัดเซลล์ออกจากปากมดลูกจะคลอดบุตรก่อนกำหนด

ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่มีเซลล์ปากมดลูกที่ผิดปรกติจะต้องเข้ารับการรักษาเพื่อนำเซลล์ดังกล่าวออก แต่ควรจะเป็นเฉพาะกรณีผู้ที่มีความผิดปรกติของเซลล์สูงเท่านั้น

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ไม่ได้หมายถึงการก่อตัวเป็นมะเร็งทุกชนิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากที่จะบอกได้ว่าแบบใดที่จะกลายเป็นมะเร็งหรือแบบใดที่ปลอดภัย ทำให้แพทย์ต่างแนะนำให้ผู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงเซลล์ควรเข้ารับการรักษาเผื่อเอาไว้ก่อน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่