เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,873,777 คน

ภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบคือภาวะติดเชื้อที่ชั้นผิวหนังลึกสุดกับเนื้อเยื่อที่อยู่ข้างใต้ชั้นผิวหนัง ภาวะนี้สามารถกลายเป็นเรื่องร้ายแรงได้หากไม่รีบทำการรักษาอย่างทันท่วงที

การติดเชื้อรูปแบบนี้สามารถเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน และแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกายได้อย่างรวดเร็ว การติดเชื้อรุนแรงจะสามารถกระจายลึกลงไปในร่างกายและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

โฆษณาจาก HonestDocs
กรนดัง ง่วงระหว่างวัน ปวดหัวตอนตื่น อาจต้องตรวจการนอนหลับ 😳 .

เราจัดดีลตรวจการนอนหลับมาลดราคาให้ 30-50% 💪🏻 เริ่มต้นเพียง 1950 บาท เท่านั้น

%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9ainternal ad

กรณีส่วนมากจะสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะที่บ้าน แต่ก็มีบางกรณีที่จำต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

อาการของภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

ภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบจะทำให้ผิวหนังบริเวณที่เป็นมีอาการ:

  • ผิวหนังแดง
  • ผิวหนังร้อน
  • ผิวหนังบวมออกมา
  • เจ็บปวด
  • กดเจ็บ

ส่วนมากแล้วภาวะนี้จะเกิดขึ้นบริเวณขาส่วนล่าง แต่ก็สามารถเกิดขึ้น ณ ตำแหน่งใดก็ได้

กรณีที่ป่วยเป็นภาวะนี้รุนแรงอาจทำให้มีอาการร่วมด้วย เช่น:

สัญญาณข้างต้นจะบ่งบอกถึงการติดเชื้อที่ลึกเข้าไปในร่างกาย

ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?

คุณควรไปพบแพทย์หรือศูนย์ผู้ดูแลใกล้เคียงทันทีที่มีอาการผิวหนังร้อน แดง และเจ็บปวดขึ้น

โฆษณาจาก HonestDocs
กรนดัง ง่วงระหว่างวัน ปวดหัวตอนตื่น อาจต้องตรวจการนอนหลับ 😳 .

เราจัดดีลตรวจการนอนหลับมาลดราคาให้ 30-50% 💪🏻 เริ่มต้นเพียง 1950 บาท เท่านั้น

%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9ainternal ad

การรักษาที่เกิดขึ้นเร็วจะช่วยลดความเสี่ยงที่การติดเชื้อจะรุนแรงขึ้นได้

คุณควรเรียกรถพยาบาลเพื่อขอรับความช่วยเหลือในกรณีที่:

  • ใบหน้าของคุณหรือบริเวณรอบดวงตามีอาการ
  • อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว
  • คุณประสบกับอาการอื่น ๆ นอกจากผิวหนัง เช่นมีไข้สูง หรืออาเจียน
  • คุณมีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ เช่นติดเชื้อ HIV อยู่แล้ว หรือกำลังเข้ารับการบำบัดเคมี หรือเป็นภาวะบวมน้ำเหลืองอยู่

สำหรับเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุก็มีโอกาสเป็นโรคเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบได้เช่นกัน

การรักษาเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

ภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบจะสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะเหมือนกับการติดเชื้อหลายกรณีที่คุณสามารถใช้ยาปฏิชีวนะได้เองที่บ้าน

ส่วนมากแพทย์หรือเภสัชกรจะแนะนำให้คุณทานยาปฏิชีวนะแบบเม็ดเป็นเวลาเจ็ดวัน ซึ่งอาการของคุณควรจะเริ่มดีขึ้นภายในเวลาไม่กี่วันหลังใช้ยา

เมื่อคุณเริ่มใช้ยาปฏิชีวนะแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทานยาให้ครบกำหนดทั้งหมดแม้ว่าอาการของคุณจะหายไปแล้วก็ตาม ให้คุณติดต่อแพทย์ทันทีที่อาการของคุณกลับมาทรุดลงอีกภายหลังจากนั้นไม่กี่วัน หรือไม่ดีขึ้นเลยหลังจากหนึ่งอาทิตย์

โฆษณาจาก HonestDocs
กรนดัง ง่วงระหว่างวัน ปวดหัวตอนตื่น อาจต้องตรวจการนอนหลับ 😳 .

เราจัดดีลตรวจการนอนหลับมาลดราคาให้ 30-50% 💪🏻 เริ่มต้นเพียง 1950 บาท เท่านั้น

%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9ainternal ad

สำหรับกรณีติดเชื้อที่ร้ายแรงกว่า การรักษาอาจต้องดำเนินการที่โรงพยาบาล โดยคุณจะได้รับยาปฏิชีวนะเข้าเส้นเลือดโดยตรงด้วยการฉีดยาหรือหยดยาแทน

หากการติดเชื้อตอบสนองต่อการรักษาได้ดี ก็สามารถใช้ยาปฏิชีวนะแบบเม็ดแทนการหยดยาหรือฉีดยาได้

ความคาดหวังที่มีต่อภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

ภาวะเซลล์เนื้อเยื่อมักจะรักษาหายได้ด้วยยาปฏิชีวนะ และผู้ป่วยส่วนมากจะสามารถกลับมาแข็งแรงตามเดิม

แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาร้ายแรงอื่น ๆ ตามมาได้ โดยเฉพาะหากคุณไม่หายจากภาวะนี้อย่างสมบูรณ์ เช่น:

  • เลือดเป็นพิษ: ทีซึ่งเชื้อโรคเข้าสู่กระแสเลือด
  • ไตเสียหาย
  • แผลที่ขา

ปัญหาที่ไตและการติดเชื้อในกระแสเลือดนับว่าเป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิตอย่างมาก ซึ่งต้องรีบทำการรักษาในโรงพยาบาลทันที

สาเหตุของภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

ภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบมักจะรักษามักเกิดมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

โดยแบคทีเรียมักจะอาศัยอยู่บนผิวหนังของมนุษย์โดยไม่ก่อความเสียหายอะไรอยู่แล้ว แต่บางครั้งพวกมันก็อาจนำไปสู่การติดเชื้อได้หากมีความเสียหายเกิดขึ้นกับผิวหนัง เช่น:

  • รอยฟกช้ำ รอยกรีดหรือบาด
  • การถูกแมลงสัตว์กัดต่อย
  • แผลที่ขา
  • ผิวแห้งและแตก เช่นโรคน้ำกัดเท้า และโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง
  • กรณีการป่วยเป็นเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบส่วนมากเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • การติดเชื้อมักจะไม่แพร่กระจายจากคนสู่คน

การป้องกันภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

หากคุณเคยเป็นเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบมาก่อน คุณจะสามารถประสบกับภาวะนี้ซ้ำอีกครั้งได้

การป้องกันภาวะนี้โดยสมบูรณ์อาจไม่มีทางทำได้ แต่ก็มีวิธีการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลายวิธี เช่น:

ทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังที่แห้งและแตก

ลดน้ำหนัก: ในกรณีที่คุณมีภาวะอ้วน ซึ่งจะมีความเสี่ยงต่อภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบเพิ่มขึ้น

พยายามป้องกันภาวะที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ: เช่นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง โรคน้ำกัดเท้า แผลที่ขา และภาวะบวมน้ำเหลือง

พยายามดูแลแผลบาด ตัด หรือกรีดให้สะอาด: ด้วยการล้างแผลด้วยการเปิดน้ำให้ไหลชะล้างแผล และปิดแผลให้มิดชิดด้วยพลาสเตอร์

ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ: โดยเฉพาะก่อนสัมผัสกับบาดแผลหรือภาวะบนผิวหนัง

หากคุณประสบกับภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบบ่อยครั้งหรือรุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้คุณเข้าพบผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อเพื่อปรึกษาตัวเลือกการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะในระยะยาวเพื่อการป้องกันการติดเชื้อเพิ่มเติมในอนาคต

อาการของภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

อาการของภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและจะทรุดลงอย่างรวดเร็ว และสามารถก่อให้เกิดอาการเพิ่มเติมได้อีกด้วย

อาการบนผิวหนัง

ภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบจะทำให้ผิวหนังที่ติดเชื้อมีอาการ:

  • แดง
  • ร้อน
  • บวม
  • กดเจ็บ
  • เจ็บปวด

อีกทั้งยังอาจมีความเสียหายเกิดขึ้นกับผิวหนัง ซึ่งอาจจะมองเห็นด้วยตาเปล่าไม่ได้ เช่นมีหนองหรือตุ่มหนองเกิดขึ้น

ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นกับส่วนใดของร่างกายก็ได้

โดยตำแหน่งที่มักเกิดภาวะนี้คือขาส่วนล่าง แขนหรือมือ และบางครั้งก็อาจเกิดขึ้นบนใบหน้าโดยเฉพาะรอบดวงตา

ให้คุณไปพบแพทย์ทันทีที่ผิวหนังของคุณเปลี่ยนเป็นสีแดง เจ็บปวด และร้อน

อาการเพิ่มเติม

ภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบสามารถก่อให้เกิดอาการเพิ่มเติมได้ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นก่อนหรือพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงบนผิวหนังของคุณ ดังนี้:

บางครั้งการติดเชื้อก็อาจลามไปยังส่วนอื่นของร่างกาย อย่างเช่นชั้นเนื้อเยื่อลึกลงไป เลือด และกระดูก ซึ่งนับว่ารุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตอย่างมาก

สัญญาณของการติดเชื้อที่ลุกลามลึกลงไปมีดังนี้:

  • มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส
  • หัวใจเต้นเร็วขึ้น หรือหายใจถี่ขึ้น
  • ป่วยหรือไม่สบาย
  • ท้องร่วง
  • วิงเวียน
  • สับสนหรือหมดสติ
  • หนาวสั่น ผิวซีด
  • ไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้า หรือเสียสติสัมปชัญญะไป

ให้คุณเรียกรถพยาบาลหรือไปโรงพยาบาลทันทีที่คุณประสบกับอาการเหล่านี้นอกจากการเปลี่ยนแปลงบนผิวหนังของคุณ

สาเหตุของภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

ภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบมักจะเกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่เข้าสู่เนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวหนัง

การติดเชื้อเกิดขึ้นได้อย่างไร?

แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบมักจะอยู่บนผิวหนังของมนุษย์โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ อยู่แล้ว แต่หากว่าพื้นผิวของผิวหนังเกิดความเสียหาย เชื้อโรคเหล่านี้ก็สามารถเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังจนก่อให้เกิดการติดเชื้อได้

บางครั้งความเสียหายที่ผิวหนังก็อาจจะมีขนาดเล็กมาก ๆ จนแทบมองไม่เห็น เช่น:

  • รอยตัด กรีด หรือบาด
  • ผิวหนังไหม้
  • โดนสัตว์หรือมนุษย์กัด
  • แมลงกัดต่อย
  • แผลกดทับ
  • แผลที่ขา
  • ผิวหนังแห้งและแตก

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบมักจะไม่แพร่กระจายจากคนสู่คนเพราะว่าการติดเชื้อจะเกิดขึ้นใต้ผิวหนัง และมักเกิดมาจากแบคทีเรียบนพื้นผิวหนังเอง

การเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

ทุก ๆ คนสามารถติดเชื้อเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบได้ แต่คุณจะมีความเสี่ยงเพิ่มกว่าปกติหากว่า:

  • คุณมีน้ำหนักตัวมากเกินไป
  • การไหลเวียนโลหิตไปยังขา แขน หรือเท้าของคุณไม่ดี
  • คุณมีระบบภูมิคุ้มกันต่ำจากภาวะสุขภาพอื่น ๆ หรือจากการรักษาเคมี
  • คุณมีภาวะบวมน้ำเหลือง ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้มีของเหลวสะสมใต้ชั้นผิวหนัง
  • คุณไม่ยอมควบคุมเบาหวาน
  • คุณเคยเป็นโรคเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบมาก่อน
  • คุณใช้ยาแบบฉีด

การดูแลสุขภาพต่อโรคภัยที่กล่าวไปข้างต้นเป็นวิธีลดความเสี่ยงต่อภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบที่ดี

การรักษาภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

คุณสามารถรักษาภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะที่บ้าน แต่หากอาการมีความรุนแรงมากก็ควรต้องไปทำการรักษาที่โรงพยาบาล

การรักษาที่บ้าน

ยาปฏิชีวนะ

หากคุณต้องการดูแลรักษาตัวเองที่บ้าน คุณจะได้รับยาปฏิชีวนะแบบเม็ดมาใช้ต่อเนื่องนานหนึ่งสัปดาห์ โดยต้องทานวันละสองถึงสี่ครั้ง

อาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะนานกว่านั้นหากว่าอาการของคุณไม่ดีขึ้นหลังจากใช้ยาหนึ่งอาทิตย์ หรือคุณมีอาการอื่น ๆ ที่ทำให้การรักษาเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบทำได้ยากขึ้น เช่นมีภาวะบวมน้ำเหลือง เป็นต้น

ยาปฏิชีวนะที่มักใช้ในการรักษาภาวะนี้คือยาฟลูโคลซาซิลิน อะโมซิซิลิน คลาริโทรไมซิน และโคมะโมซิคลาฟ ส่วนผลข้างเคียงจากการใช้ยาเหล่านี้คือปวดท้องหรือท้องร่วง

อาการของคุณอาจจะทรุดลงในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังใช้ยา ซึ่งอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองหลังจากนั้น

คุณต้องใช้ยาปฏิชีวนะให้ครบกำหนด ห้ามเว้น ห้ามขาด แม้ว่าอาการของคุณจะดีขึ้นแล้วก็ตาม

การดูแลตนเอง

ขณะที่ทำการพักฟื้นที่บ้าน คุณสามารถดำเนินขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อบรรเทาอาการและช่วยในการฟื้นตัวของคุณได้:

ทานยาพาราเซตตามอลหรืออิบูโพรเฟนเมื่อมีอาการปวดตามร่างกาย

ยกอวัยวะที่มีอาการขึ้นสูง ยกตัวอย่างเช่นหากว่าขาของคุณมีอาการ คุณสามารถนอนหรือนั่งโดยเอาหมอนหนุนขาข้างนั้นขึ้นให้สูงขึ้น

พยายามขยับข้อต่อที่อยู่ใกล้กับบริเวณที่มีอาการบ่อย ๆ เช่นข้อมือหรือข้อเท้า เพื่อไม่ให้อวัยวะยึดตึง

ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ

ถ้าปกติคุณต้องสวมใส่ถุงน่องเพิ่มแรงดันอย่างที่ผู้ป่วยภาวะบวมน้ำเหลืองใช้กัน คุณอาจต้องงดใช้งานอุปกรณ์นั้น ๆ ไปก่อน

ควรขอรับคำแนะนำจากแพทย์เมื่อไร?

ให้คุณติดต่อแพทย์ทันทีที่คุณ:

มีอาการทรุดลงหลังจาก 48 ชั่วโมงของการรักษา

มีอาการที่ไม่ดีขึ้นหลังจากหนึ่งสัปดาห์

เริ่มมีอาการเพิ่มเติม อย่างเช่นมีไข้สูง หรืออาเจียน

การรักษาที่โรงพยาบาล

แพทย์คุณจำต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล คุณจะได้รับยาปฏิชีวนะเข้าร่างกายโดยตรงด้วยการฉีดหรือยดยาเข้ากระแสเลือด

เมื่อคุณฟื้นตัวจากอาการแรกเริ่มแล้ว คุณก็สามารถเริ่มการรักษาด้วยปฏิชีวนะแบบฉีดหรือแบบทานที่บ้านหรือเปลี่ยนเป็นผู้ป่วยนอกแทนการนอนพักที่โรงพยาบาล

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
Cellulitis (เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ)
Cellulitis (เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่