โรคเบาหวาน

สาเหตุ และอาการของโรคเบาหวาน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
Istock 610260794 %281%29

10.3.1 สาเหตุของโรคเบาหวาน

สาเหตุและปัจจัยที่มีผลช่วยส่งเสริมให้เกิดโรคเบาหวานมีหลายสาเหตุด้วยกัน พอสรุปได้ดังนี้

10.3.1.1 ปัจจัยทางพันธุกรรม

กรรมพันธุ์มีส่วนสัมพันธ์กับการเกิดโรคเบาหวานทั้งชนิด T1D และ T2D โดยเฉพาะโรคเบาหวานชนิด T2D ทั้งนี้ได้มีการติดตามผลในฝาแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกัน พบว่าเมื่อฝาแฝดคนหนึ่งเป็นเบาหวานอีกคนหนึ่งก็มีโอกาสเป็นโรคเบาหวาน โดยมีอัตราการเกิดโรคเบาหวานชนิ T1D ร้อยละ 50 เปอร์เซ็นต์ และโรคเบาหวานชนิด T2D ถึงร้อยละ 90 ร้อยเปอร์เซ็นต์

10.3.1.2 ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม

นอกจากปัจจัยทางด้านพันธุกรรมแล้ว ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้ ปัจจัยแวดล้อมที่สำคัญ คือ

1. ความอ้วนและไขมันที่บริโภค ได้มีการศึกษา พบว่า โรคเบาหวานชนิด T2D มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความอ้วนและปริมาณไขมันที่บริโภค แต่สัมพันธ์ผกผันกับปริมาณกากใยอาหารที่ได้รับ และคนอ้วนมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหานได้มากกว่าคนปกติประมาณ 3 เท่า เนื่องจากคนอ้วนมักมีระดับอินซูลินในเลือดสูงแต่จำนวนตัวรับอินซูลิน (insulin receptor) ในเซลล์ไขมันและเซลล์กล้ามเนื้อมีลดลง หรือเป็นความผิดปกติหลักต่อกับตัวรับ (post receptor) เป็นผลให้อินซูลินที่เหลือออกฤทธิ์ไม่ได้ เซลล์จึงต้องทำงานหนกเพื่อผลิตอินซูลินเพิ่มมากขึ้นจนเกิดการเสื่อมสมรรถภาพและในที่สุดไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอ จึงทำให้เกิดโรคเบาหวาน หากคนอ้วนลดน้ำหนักลง จำนวนตัวรับอินซูลินจะเพิ่มขึ้นทำให้อินซูลินออกฤทธิ์ได้ดีดังปกติ (สุนทรี, 2552)

2. การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและขาดการออกกำลังกาย พบว่า คนในชุมชนเมืองมีความชุกของการเป็นโรคเบาหวานมากกว่าคนที่อาศัยอยู่ในชนบทดังแสดงในรูปที่ 10.2 อาจเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตโดยเฉพาะพฤติกรรมการบริโภคอาหาร มีการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ขาดการออกกำลังกายจะทำให้ปฏิกิริยาระหว่างอินซูลินกับหน่วยรับอินซูลินผิดปกต ทำให้มีโอกาสเป็นโรคเบาหวานชนิด T2D มากขึ้น

3. จากเชื้อไวรัส โรคเบาหวานชนิด T1D อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสมาก่อน เช่น ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคคางทูม โรคหัดและโรคหัดเยอรมัน เชื้อไวรัสเหล่านี้จะทำให้ตับอ่อนอักเสบเรื้อรังและทำลายบีตาเซลล์ ทำให้ไม่สามารถผลิตอินซูลินได้

4. เกิดความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น มีการหลั่งของฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโต (growth hormone) กลูคากอน(glucagon) และแคทีโคลามิน (catecholamine) มากผิดปกติ ทำให้มีการสลายไกลโคเจนเป็นกลูโคสเพิ่มมากขึ้น

5. ความเครียด พบว่า การเจ็บป่วยอย่างรุนแรง ทำให้เกิดความเครียดขึ้นได้ จนอาจมีผลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของกลูโคสลดลง ทั้งนี้เนื่องมาจากมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนบางชนิด ทำให้มีผลต่อกระบวนการเผาผลาญสารอาหาร โดยเฉพาะต่อกลูโคส ตลอดจนการหลั่งและการออกฤทธิ์ของอินซูลิน

6. อายุ จากการสำรวจในประเทศไทยปี พ.ศ. 2551 พบว่า มีความชุกของการเกิดโรคเบาหวานมากขึ้น โดยเฉพาะโรคเบาหวานชนิด T2D โดยช่วงอายุ 45-59 ปี พบเป็นโรคเบาหวานร้อยละ 10.1 และเมื่ออายุมากกกว่า 60-69 พบผู้ป่วยโรคเบาหวานร้อยละ 16.7 ในขณะที่ช่วงอายุ 70-79 ปี พบ ผู้ป่วยโรคเบาหวานร้อยละ 15.8 (สำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย, 2551) ซึ่งผลจากอุบัติการณ์ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เพิ่มมากขึ้นตามอายุ มาจากความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาการทางการแพทย์ที่สามารถรักษาให้ผู้ป่วยมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น

7. ผลจากภูมิคุ้มกันต่อต้านตนเอง ได้มีการศึกษา พบว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิด T1D มีออโตแอนติบอดี (auto antibody) หลายตัวทำปฏิกิริยากับแอนติเจน (antigen) ของเซลล์ไอส์เลต (islet of langerhans) ถึงร้อยละ 60-85 ทำให้บีตาเซลล์ของตนเองถูกทำลาย เมื่อเปรียบเทียบกับโรคเบาหวานชนิด T2D พบว่า ร่างกายสร้างสารบางชนิดทำลายบีตาเซลล์ของตนเองเพียงร้อยละ 1 

10.3.2 อาการของโรคเบาหวาน

คนปกติก่อนรับประทานอาหารเช้าจะมีระดับน้ำตาลในเลือด 70-110 มิลลิกรัม หลังรับประทานอาหารแล้ว 2 ชั่วโมง ระดับน้ำตาลจะไม่เกิน 140 มิลลิกรัม ผู้ที่ระดับน้ำตาลสูงไม่มากอาจไม่มีอาการอะไร การวินิจฉัยโรคเบาหวานสามารถทำได้โดยการเจาะเลือด อาการที่พบได้บ่อย

  1. ระยะที่เริ่มเป็นหรือในระยะที่เป็นน้อย มักไม่พบอาการ แต่การตรวจจะพบระดับน้ำตาลในเลือดสูง และเมื่อตรวจปัสสาวะจะพบน้ำตาลในปัสสาวะ
  2. ถ่ายปัสสาวะบ่อยและมีปริมาณปัสสาวะเป็นจำนวนมาก เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินขีดจำกัดของไต ทำให้น้ำตาลถูกขับออกทางปัสสาวะ ในขณะเดียวกันน้ำตาลที่ถูกขับออกมาจะดึงเอาน้ำออกมาด้วย เนื่องจากเกิดออสโมติไดยูเรซิส(osmotic diuresis) ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปัสสาวะบ่อยครั้งและครั้งละมากๆ
  3. กระหายน้ำมากและดื่มน้ำมาก เมื่อผู้ป่วยปัสสาวะบ่อยและมีจำนวนมากจะทำให้เกิดการสูญเสียน้ำไปกับปัสสาวะมาก จึงเกิดการขาดน้ำอย่างรุนแรง ทำให้มีอาการกระหายน้ำมาก ร่างกายจึงต้องดื่มน้ำในปริมาณมากเพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำ
  4. หิวบ่อยและรับประทานอาหารมาก เป็นผลมาจาการที่ร่างกายไม่สามารถนำกลูโคสมาเป็นพลังงานได้ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย ร่างกายต้องการพลังงานชดเชย ดังนั้นจึงหิวบ่อยและรับประทานมาก
  5. น้ำหนักตัวลด เนื่องจากร่างกายนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานไม่ได้ จึงมีการสลายพลังงานจากไขมันและโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาเป็นพลังงานแทนกลูโคส จึงทำให้ผู้ป่วยมีการสูญเสียเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อฝ่อลีบ น้ำหนักตัวลดลง
  6. แผลหายช้า เนื่องจากผู้ป่วยมีอัตราการสร้างโปรตีนลดลง ในขณะที่อัตราการสลายโปรตีนเพิ่มมากขึ้น ทำให้การซ่อมแซมเนื้อเยื่อเกิดขึ้นช้า และอาจมีอาการเนื้อเน่าตามปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า เนื่องจากหลอดเลือดตีบตัน และเกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบประสาท
  7. คันตามผิวหนังหรือมีเชื้อราขึ้นตามผิวหนังได้ง่าย เช่น บริเวณรักแร้ ขาหนีบและอวัยวะสืบพันธุ์ เนื่องจากน้ำปัสสาวะมีกลูโคสมากทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย
  8. ชา หรือปวดแสบปวดร้อนตามปลายมือปลายเท้า เจ็บตามแขนขา หย่อนสมรรถภาพทางเพศ เนื่องจากน้ำตาลสูงนานๆ ทำให้เส้นประสาทเสื่อม เกิดแผลที่เท้าได้ง่าย เพราะไม่รู้สึก
  9. เห็นภาพไม่ชัด ตาพร่ามัวต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะมีการเปลี่ยนแปลงสายตา เช่น สายตาสั้น ต้อกระจก เนื่องจากน้ำตาลในเลือดสูง (พัทธนันท์, 2555)

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จากหนังสือ "พื้นฐานโภชนบำบัด" โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อัจฉรา ดลวิทยาคุณ จากสำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่