กายภาพบำบัด

สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่าง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 75,373 คน

สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่าง

สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่าง

อาการปวดหลังส่วนล่างมักมีสาเหตุมาจากการฉีดขาดหรือการตึงตัวของกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็น โดยทั่วไปมักไม่ใช่โรคที่อันตราย อย่างไรก็ตามหากอาการปวดไม่ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป หรืออาการแย่ลง จะต้องพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

อาการปวดหลังส่วนล่างมักมีสาเหตุมาจากการฉีดขาดหรือการตึงตัวของกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็น (ligament) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นขณะยกของหนัก, การเคลื่อนไหวเปลี่ยนท่าทางทันทีทันใด, การวางท่าทางของหลังที่ไม่ดี, หรือบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา อาการปวดหลังหรือความตึงเคล็ดของกล้ามเนื้อสามารถเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด หรือเกิดขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อเวลาผ่านไปจากการเคลื่อนไหวซ้ำๆ ขณะที่อาการตึงเคล็ดของกล้ามเนื้อเป็นปัญหาที่ไม่ร้ายแรงและมักไม่ทำให้ปวดเป็นระยะเวลานาน แต่อาการปวดเฉียบพลันอาจจะมีอาการรุนแรงมากก็ได้

โดยส่วนมากปัญหาทางกล (mechanical issues) หรือการบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อน เป็นสาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่าง อาการบาดเจ็บนั้นรวมถึงความเสียหายที่เกิดกับหมอนรองกระดูกสันหลัง, การกดเบียดรากเส้นประสาท, การเคลื่อนไหวผิดท่าทางของข้อต่อกระดูกสันหลัง

สำหรับสาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่างที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือ การฉีกขาด หรือการตึงตัวของกล้ามเนื้อ และ/หรือ เส้นเอ็น (ligament)

กล้ามเนื้อฉีกขาดและการตึงและอักเสบของเส้นเอ็น  

การตึงและอักเสบของหลังส่วนล่างหรือกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างมีการฉีกขาดสามารถเกิดขึ้นแบบกะทันหัน หรือค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างช้าๆ จากการเคลื่อนไหวซ้ำๆ

  • กล้ามเนื้อฉีกขาดเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อถูกยืดออกหรือมีการใช้งานมากเกินไป หรือเกิดจากการทำลายกล้ามเนื้อด้วยตัวเอง
  • การตึงและอักเสบเกิดขึ้นเมื่อมีการยืดที่มากเกินไป ทำให้เกิดผลต่อเส้นเอ็น ligament ที่ทำหน้าที่เชื่อมกระดูกกับกระดูกไว้ด้วยกัน

สำหรับในทางปฏิบัติของแพทย์ผู้ทำการรักษา ไม่สำคัญว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเป็นกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็น ligament เพราะว่าอาการและการรักษาของทั้งสองกรณีนี้เหมือนกัน

สาเหตุของกล้ามเนื้อฉีกขาด และการตึงและอักเสบที่พบบ่อย ได้แก่:

  • การยกของหนัก หรือมีการบิดของกระดูกสันหลังขณะยกของ
  • การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างฉับพลัน ซึ่งทำให้เกิดแรงกดปริมาณมากที่หลังส่วนล่าง เช่น การหกล้ม
  • การอยู่ในท่าทางที่ผิดปกติเป็นเวลานาน 
  • บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องมีการบิดตัว หรือเป็นกีฬาที่มีแรงกระแทกสูง

ขณะที่อาการกล้ามเนื้อฉีดขาดและการตึงอักเสบเป็นปัญหาที่ไม่ร้ายแรงและมักไม่ทำให้ปวดเป็นระยะเวลานาน แต่อาการปวดเฉียบพลันอาจจะมีอาการค่อนข้างรุนแรงได้

สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง

อาการปวดที่จะถือว่าเป็นเรื้อรัง หมายถึง มีอาการปวดมากกว่า 3 เดือน และมากเกินกว่ากลไกการรักษาตนเองตามธรรมชาติของร่างกาย อาการปวดเรื้อรังที่หลังส่วนล่างมักเกี่ยวกับปัญหาของหมอนรองกระดูก, ปัญหาของข้อต่อ, และ/หรือ รากประสาทระคายเคือง  สาเหตุหลักนั้นได้แก่:

  • หมอนรองกระดูกที่บริเวณเอวเคลื่อนทับเส้นประสาท (Lumbar herniated disc):  เมื่อมีการเคลื่อนของหมอนรองกระดูกจะทำให้สารคล้ายเจลที่อยู่ตรงกลางของหมอนรองกระดูกสันหลังรั่วผ่านผนังชั้นนอกและไประคายเคืองรากประสาทที่อยู่บริเวณรอบๆ ส่วนของหมอนรองกระดูกสันหลังที่เคลื่อนนั้นจะเต็มไปด้วยสารประเภทโปรตีนซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบเกิดขึ้นเมื่อมันไปถึงรากประสาทแล้ว โดยการอักเสบและการกดบริเวณเส้นประสาทจะทำให้มีอาการปวดรากประสาทเกิดขึ้น ผนังของหมอนรองกระดูกจะมีเส้นใยประสาทอยู่จำนวนมาก หากมีการฉีดขาดของผนังหมอนรองกระดูกจะทำให้มีอาการปวดอย่างรุนแรง
  • โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม (Degenerative disc disease): เมื่อแรกเกิด หมอนรองกระดูกสันหลังของทุกคนจะเต็มไปด้วยน้ำและมีสุขภาพแข็งแรง เมื่ออายุมากขึ้น หมอนรองกระดูกจะสูญเสียน้ำและเกิดการสึกหรอเกิดขึ้น เมื่อหมอนรองกระดูกสูญเสียน้ำทำให้ไม่สามารถทนต่อแรงกระทำได้มากเท่าเดิม ทำให้มีแรงส่งต่อไปที่ผนังของหมอนรองกระดูก ทำให้เกิดการฉีดขาดและทำให้มีอาการปวดและอ่อนแอ สุดท้ายแล้วจะนำไปสู่การเคลื่อนของหมอนรองกระดูก หมอนรองกระดูกสามารถเกิดการยุบสลายตัวและเกิดการตีบแคบได้
  • ข้อต่อกระดูกสันหลังทำงานผิดปกติ (Facet joint dysfunction): ข้อต่อกระดูกสันหลังหรือข้อฟาเซ็ทจะมีอยู่สองข้อที่บริเวณด้านหลังของหมอนรองกระดูกสันหลังที่ส่วนของจุดหมุน (motion segment) ของกระดูกสันหลังส่วนเอว ข้อต่อนี้ประกอบด้วยกระดูกอ่อนและล้อมรอบด้วยเส้นเอ็น ligament ซึ่งปกคลุมไปด้วยเส้นประสาท ข้อต่อนี้สามารถมีอาการปวดเกิดขึ้นได้ที่ตัวมันเอง หรือปวดร่วมกับการปวดหมอนรองกระดูกสันหลังอื่น
  • โรคของข้อกระดูกเชิงกราน (Sacroiliac joint dysfunction): ข้อต่อ sacroiliac joint เป็นข้อต่อที่เชื่อมระหว่างกระดูกใต้กระเบนเหน็บ (sacrum) กับแต่ละข้างของกระดูกเชิงกราน ข้อต่อนี้เป็นข้อต่อที่แข็งแรง มีการเคลื่อนไหวน้อย โดยทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกและแรงเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างร่างกายส่วนบนและร่างกายส่วนล่าง ข้อต่อ sacroiliac joint สามารถมีการปวดเกิดขึ้นได้ถ้ามีการอักเสบ (sacroiliitis) หรือเมื่อมีการเคลื่อนไหวของข้อชนิดนี้มากหรือน้อยเกินไป
  • โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (Spinal stenosis): ภาวะนี้เป็นสาเหตุของอาการปวดที่เกิดขึ้นจากการตีบแคบของโพรงกระดูกสันหลังซึ่งเป็นที่อยู่ของรากประสาท (nerve root) จำนวนมาก การตีบแคบอาจเกิดขึ้นที่ระดับใดระดับหนึ่ง (single level) หรือหลายระดับ (multiple level) ของหลังส่วนล่าง
  • โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis): โรคนี้เกิดขึ้นเมื่อกระดูกสันหลังข้อหนึ่งเคลื่อนที่ไปบนกระดูกสันหลังอีกข้อหนึ่ง โรคนี้มีอยู่ 5 ชนิดย่อยด้วยกัน อาการปวดจะเกิดขึ้นจากการสูญเสียความมั่นคงของเส้นประสาท (ทำให้มีการปวดที่หลัง) หรือเกิดจากแรงกดทับที่เส้นประสาท (ทำให้มีการปวดที่ขา)
  • โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis): โรคข้อเสื่อมเป็นโรคที่เกิดขึ้นจากการสึกหรอของหมอนรองกระดูกสันหลังและข้อต่อกระดูกสันหลัง เป็นสาเหตุของการปวด การอักเสบ การสูบเสียความมั่นคง และการตีบแคบ ในระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน และสามารถเกิดขึ้นที่ระดับใดระดับหนึ่งหรือหลายระดับของกระดูกสันหลังส่วนล่าง โรคข้อกระดูกสันหลังเสื่อมมีความสัมพันธ์กับอายุที่เพิ่มขึ้นและค่อยๆ เป็นมากขึ้นอย่างช้าๆ บางครั้งอาจเรียกโรคนี้ในชื่ออื่นคือ spondylosis หรือ degenerative joint disease
  • ความพิการผิดรูป (deformity): ความโค้งของกระดูกสันหลังที่มาจากกระดูกสันหลังคด (scoliosis) หรือ หลังโก่ง (kyphosis) ถือว่ามีการผิดรูปเกิดขึ้น ความผิดรูปอาจมีความสัมพันธ์กับอาการปวดหลังส่วนล่างหากโรคนี้นำไปสู่การสลายตัวของหมอนรองกระดูกสันหลัง, ข้อต่อกระดูกสันหลัง (facet joints), ข้อ sacroiliac joints หรือทำให้เกิดการตีบแคบ
  • การบาดเจ็บ (Trauma): การหักเฉียบพลันหรือการเคลื่อนที่ของกระดูกสันหลังทำให้เกิดอาการปวดได้ อาการปวดหลังส่วนล่างจะเกิดขึ้นหลังจากมีการบาดเจ็บ เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์ หรือการหกล้ม ซึ่งต้องได้รับการตรวจรักษาโดยแพทย์ 
  • การหักที่เกิดจากแรงกดทับ (compression fracture): การหักที่เกิดขึ้นที่กระดูกสันหลังรูปร่างทรงกระบอก จะทำให้มีอาการปวดเฉียบพลัน การหักชนิดนี้มีสาเหตุหลักมาจากการอ่อนแอของกระดูก เช่น osteoporosis' target='_blank'>โรคกระดูกพรุน (osteoporosis) โดยพบมากในผู้สูงอายุ

สิ่งสำคัญที่ต้องทราบก็คือการเป็นโรคใดโรคหนึ่ง หรือหลายโรคดังกล่าวข้างต้น อาจไม่ใช่สาเหตุของอาการปวดก็ได้ ตัวอย่างเช่น โรคข้อเสื่อม (osteoarthritis) หรือ โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม (Degenerative disc disease) จะถูกตรวจพบจากการถ่ายภาพทางการแพทย์ (imaging study) โดยที่ผู้ป่วยไม่มีอาการปวดใดๆ เลย

สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่างที่พบน้อย

สาเหตุเหล่านี้พบได้น้อย โดยอาการปวดหลังส่วนล่างอาจเกิดจาก:

  • การติดเชื้อ (infection): หรือเรียกอีกอย่างว่าโรคกระดูกอักเสบ (osteomyelitis) กระดูกสันหลังติดเชื้อพบได้น้อย แต่ทำให้เกิดการปวดรุนแรงและถึงแก่ชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษา การติดเชื้อที่กระดูกนี้อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัด, การฉีดยา, หรือการแพร่กระจายของเชื้อจากที่อื่นผ่านเลือด ผู้ป่วยที่มีปัญหาภูมิคุ้มกันต่ำ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง จะมีโอกาสที่จะติดเชื้อที่กระดูกสันหลังมากกว่าคนทั่วไป
  • เนื้องอก (tumor): เนื้องอกที่เกิดขึ้นที่กระดูกสันหลังส่วนใหญ่แล้วมีต้นกำเนิดจากบริเวณอื่นของร่างกายแล้วแพร่กระจายมาที่กระดูกสันหลัง โดยสาเหตุของก้อนเนื้องอกที่กระดูกสันหลังที่พบบ่อยมีจุดกำเนิดจากมะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งที่ไต มะเร็งต่อมไทรอยด์ หรือมะเร็งปอด หากมีอาการปวดหลังเกิดขึ้นใหม่ในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคมะเร็งอยู่แล้ว กรณีนี้ต้องเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมว่ามีการแพร่กระจายของมะเร็งมาที่กระดูกสันหลังหรือไม่
  • โรคภูมิต้านทานตนเอง หรือภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune disease): อาการปวดหลังอาจเป็นอาการที่สัมพันธ์กับโรคภูมิต้านทานตนเองได้ เช่น  โรคกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด (ankylosing spondylitis), โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis), โรคลูปัส (lupus) โรค crohn’s disease, โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังทั่วตัว (fibromyalgia), และโรคอื่นๆ

โรคทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นโรคที่เป็นสาเหตุของอาการปวดหลังที่พบบ่อย อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายโรคที่เป็นสาเหตุของอาการปวดหลัง ดังนั้นการค้นหาวิธีการรักษาอาการปวดหลังส่วนล่างที่เหมาะสมจะขึ้นกับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ซึ่งจะพิจารณาจากโรคร่วมของผู้ป่วยด้วย

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่