กายภาพบำบัด

สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่าง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่าง

สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่าง

อาการปวดหลังส่วนล่างมักมีสาเหตุมาจากการฉีดขาดหรือการตึงตัวของกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็น โดยทั่วไปมักไม่ใช่โรคที่อันตราย อย่างไรก็ตามหากอาการปวดไม่ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป หรืออาการแย่ลง จะต้องพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

อาการปวดหลังส่วนล่างมักมีสาเหตุมาจากการฉีดขาดหรือการตึงตัวของกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็น (ligament) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นขณะยกของหนัก, การเคลื่อนไหวเปลี่ยนท่าทางทันทีทันใด, การวางท่าทางของหลังที่ไม่ดี, หรือบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา อาการปวดหลังหรือความตึงเคล็ดของกล้ามเนื้อสามารถเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด หรือเกิดขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อเวลาผ่านไปจากการเคลื่อนไหวซ้ำๆ ขณะที่อาการตึงเคล็ดของกล้ามเนื้อเป็นปัญหาที่ไม่ร้ายแรงและมักไม่ทำให้ปวดเป็นระยะเวลานาน แต่อาการปวดเฉียบพลันอาจจะมีอาการรุนแรงมากก็ได้

โดยส่วนมากปัญหาทางกล (mechanical issues) หรือการบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อน เป็นสาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่าง อาการบาดเจ็บนั้นรวมถึงความเสียหายที่เกิดกับหมอนรองกระดูกสันหลัง, การกดเบียดรากเส้นประสาท, การเคลื่อนไหวผิดท่าทางของข้อต่อกระดูกสันหลัง

สำหรับสาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่างที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือ การฉีกขาด หรือการตึงตัวของกล้ามเนื้อ และ/หรือ เส้นเอ็น (ligament)

กล้ามเนื้อฉีกขาดและการตึงและอักเสบของเส้นเอ็น  

การตึงและอักเสบของหลังส่วนล่างหรือกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างมีการฉีกขาดสามารถเกิดขึ้นแบบกะทันหัน หรือค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างช้าๆ จากการเคลื่อนไหวซ้ำๆ

  • กล้ามเนื้อฉีกขาดเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อถูกยืดออกหรือมีการใช้งานมากเกินไป หรือเกิดจากการทำลายกล้ามเนื้อด้วยตัวเอง
  • การตึงและอักเสบเกิดขึ้นเมื่อมีการยืดที่มากเกินไป ทำให้เกิดผลต่อเส้นเอ็น ligament ที่ทำหน้าที่เชื่อมกระดูกกับกระดูกไว้ด้วยกัน

สำหรับในทางปฏิบัติของแพทย์ผู้ทำการรักษา ไม่สำคัญว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเป็นกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็น ligament เพราะว่าอาการและการรักษาของทั้งสองกรณีนี้เหมือนกัน

สาเหตุของกล้ามเนื้อฉีกขาด และการตึงและอักเสบที่พบบ่อย ได้แก่:

  • การยกของหนัก หรือมีการบิดของกระดูกสันหลังขณะยกของ
  • การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างฉับพลัน ซึ่งทำให้เกิดแรงกดปริมาณมากที่หลังส่วนล่าง เช่น การหกล้ม
  • การอยู่ในท่าทางที่ผิดปกติเป็นเวลานาน 
  • บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องมีการบิดตัว หรือเป็นกีฬาที่มีแรงกระแทกสูง

ขณะที่อาการกล้ามเนื้อฉีดขาดและการตึงอักเสบเป็นปัญหาที่ไม่ร้ายแรงและมักไม่ทำให้ปวดเป็นระยะเวลานาน แต่อาการปวดเฉียบพลันอาจจะมีอาการค่อนข้างรุนแรงได้

สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง

อาการปวดที่จะถือว่าเป็นเรื้อรัง หมายถึง มีอาการปวดมากกว่า 3 เดือน และมากเกินกว่ากลไกการรักษาตนเองตามธรรมชาติของร่างกาย อาการปวดเรื้อรังที่หลังส่วนล่างมักเกี่ยวกับปัญหาของหมอนรองกระดูก, ปัญหาของข้อต่อ, และ/หรือ รากประสาทระคายเคือง  สาเหตุหลักนั้นได้แก่:

  • หมอนรองกระดูกที่บริเวณเอวเคลื่อนทับเส้นประสาท (Lumbar herniated disc):  เมื่อมีการเคลื่อนของหมอนรองกระดูกจะทำให้สารคล้ายเจลที่อยู่ตรงกลางของหมอนรองกระดูกสันหลังรั่วผ่านผนังชั้นนอกและไประคายเคืองรากประสาทที่อยู่บริเวณรอบๆ ส่วนของหมอนรองกระดูกสันหลังที่เคลื่อนนั้นจะเต็มไปด้วยสารประเภทโปรตีนซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบเกิดขึ้นเมื่อมันไปถึงรากประสาทแล้ว โดยการอักเสบและการกดบริเวณเส้นประสาทจะทำให้มีอาการปวดรากประสาทเกิดขึ้น ผนังของหมอนรองกระดูกจะมีเส้นใยประสาทอยู่จำนวนมาก หากมีการฉีดขาดของผนังหมอนรองกระดูกจะทำให้มีอาการปวดอย่างรุนแรง
  • โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม (Degenerative disc disease): เมื่อแรกเกิด หมอนรองกระดูกสันหลังของทุกคนจะเต็มไปด้วยน้ำและมีสุขภาพแข็งแรง เมื่ออายุมากขึ้น หมอนรองกระดูกจะสูญเสียน้ำและเกิดการสึกหรอเกิดขึ้น เมื่อหมอนรองกระดูกสูญเสียน้ำทำให้ไม่สามารถทนต่อแรงกระทำได้มากเท่าเดิม ทำให้มีแรงส่งต่อไปที่ผนังของหมอนรองกระดูก ทำให้เกิดการฉีดขาดและทำให้มีอาการปวดและอ่อนแอ สุดท้ายแล้วจะนำไปสู่การเคลื่อนของหมอนรองกระดูก หมอนรองกระดูกสามารถเกิดการยุบสลายตัวและเกิดการตีบแคบได้
  • ข้อต่อกระดูกสันหลังทำงานผิดปกติ (Facet joint dysfunction): ข้อต่อกระดูกสันหลังหรือข้อฟาเซ็ทจะมีอยู่สองข้อที่บริเวณด้านหลังของหมอนรองกระดูกสันหลังที่ส่วนของจุดหมุน (motion segment) ของกระดูกสันหลังส่วนเอว ข้อต่อนี้ประกอบด้วยกระดูกอ่อนและล้อมรอบด้วยเส้นเอ็น ligament ซึ่งปกคลุมไปด้วยเส้นประสาท ข้อต่อนี้สามารถมีอาการปวดเกิดขึ้นได้ที่ตัวมันเอง หรือปวดร่วมกับการปวดหมอนรองกระดูกสันหลังอื่น
  • โรคของข้อกระดูกเชิงกราน (Sacroiliac joint dysfunction): ข้อต่อ sacroiliac joint เป็นข้อต่อที่เชื่อมระหว่างกระดูกใต้กระเบนเหน็บ (sacrum) กับแต่ละข้างของกระดูกเชิงกราน ข้อต่อนี้เป็นข้อต่อที่แข็งแรง มีการเคลื่อนไหวน้อย โดยทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกและแรงเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างร่างกายส่วนบนและร่างกายส่วนล่าง ข้อต่อ sacroiliac joint สามารถมีการปวดเกิดขึ้นได้ถ้ามีการอักเสบ (sacroiliitis) หรือเมื่อมีการเคลื่อนไหวของข้อชนิดนี้มากหรือน้อยเกินไป
  • โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (Spinal stenosis): ภาวะนี้เป็นสาเหตุของอาการปวดที่เกิดขึ้นจากการตีบแคบของโพรงกระดูกสันหลังซึ่งเป็นที่อยู่ของรากประสาท (nerve root) จำนวนมาก การตีบแคบอาจเกิดขึ้นที่ระดับใดระดับหนึ่ง (single level) หรือหลายระดับ (multiple level) ของหลังส่วนล่าง
  • โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis): โรคนี้เกิดขึ้นเมื่อกระดูกสันหลังข้อหนึ่งเคลื่อนที่ไปบนกระดูกสันหลังอีกข้อหนึ่ง โรคนี้มีอยู่ 5 ชนิดย่อยด้วยกัน อาการปวดจะเกิดขึ้นจากการสูญเสียความมั่นคงของเส้นประสาท (ทำให้มีการปวดที่หลัง) หรือเกิดจากแรงกดทับที่เส้นประสาท (ทำให้มีการปวดที่ขา)
  • โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis): โรคข้อเสื่อมเป็นโรคที่เกิดขึ้นจากการสึกหรอของหมอนรองกระดูกสันหลังและข้อต่อกระดูกสันหลัง เป็นสาเหตุของการปวด การอักเสบ การสูบเสียความมั่นคง และการตีบแคบ ในระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน และสามารถเกิดขึ้นที่ระดับใดระดับหนึ่งหรือหลายระดับของกระดูกสันหลังส่วนล่าง โรคข้อกระดูกสันหลังเสื่อมมีความสัมพันธ์กับอายุที่เพิ่มขึ้นและค่อยๆ เป็นมากขึ้นอย่างช้าๆ บางครั้งอาจเรียกโรคนี้ในชื่ออื่นคือ spondylosis หรือ degenerative joint disease
  • ความพิการผิดรูป (deformity): ความโค้งของกระดูกสันหลังที่มาจากกระดูกสันหลังคด (scoliosis) หรือ หลังโก่ง (kyphosis) ถือว่ามีการผิดรูปเกิดขึ้น ความผิดรูปอาจมีความสัมพันธ์กับอาการปวดหลังส่วนล่างหากโรคนี้นำไปสู่การสลายตัวของหมอนรองกระดูกสันหลัง, ข้อต่อกระดูกสันหลัง (facet joints), ข้อ sacroiliac joints หรือทำให้เกิดการตีบแคบ
  • การบาดเจ็บ (Trauma): การหักเฉียบพลันหรือการเคลื่อนที่ของกระดูกสันหลังทำให้เกิดอาการปวดได้ อาการปวดหลังส่วนล่างจะเกิดขึ้นหลังจากมีการบาดเจ็บ เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์ หรือการหกล้ม ซึ่งต้องได้รับการตรวจรักษาโดยแพทย์ 
  • การหักที่เกิดจากแรงกดทับ (compression fracture): การหักที่เกิดขึ้นที่กระดูกสันหลังรูปร่างทรงกระบอก จะทำให้มีอาการปวดเฉียบพลัน การหักชนิดนี้มีสาเหตุหลักมาจากการอ่อนแอของกระดูก เช่น โรคกระดูกพรุน (osteoporosis) โดยพบมากในผู้สูงอายุ

สิ่งสำคัญที่ต้องทราบก็คือการเป็นโรคใดโรคหนึ่ง หรือหลายโรคดังกล่าวข้างต้น อาจไม่ใช่สาเหตุของอาการปวดก็ได้ ตัวอย่างเช่น โรคข้อเสื่อม (osteoarthritis) หรือ โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม (Degenerative disc disease) จะถูกตรวจพบจากการถ่ายภาพทางการแพทย์ (imaging study) โดยที่ผู้ป่วยไม่มีอาการปวดใดๆ เลย

สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่างที่พบน้อย

สาเหตุเหล่านี้พบได้น้อย โดยอาการปวดหลังส่วนล่างอาจเกิดจาก:

  • การติดเชื้อ (infection): หรือเรียกอีกอย่างว่าโรคกระดูกอักเสบ (osteomyelitis) กระดูกสันหลังติดเชื้อพบได้น้อย แต่ทำให้เกิดการปวดรุนแรงและถึงแก่ชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษา การติดเชื้อที่กระดูกนี้อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัด, การฉีดยา, หรือการแพร่กระจายของเชื้อจากที่อื่นผ่านเลือด ผู้ป่วยที่มีปัญหาภูมิคุ้มกันต่ำ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง จะมีโอกาสที่จะติดเชื้อที่กระดูกสันหลังมากกว่าคนทั่วไป
  • เนื้องอก (tumor): เนื้องอกที่เกิดขึ้นที่กระดูกสันหลังส่วนใหญ่แล้วมีต้นกำเนิดจากบริเวณอื่นของร่างกายแล้วแพร่กระจายมาที่กระดูกสันหลัง โดยสาเหตุของก้อนเนื้องอกที่กระดูกสันหลังที่พบบ่อยมีจุดกำเนิดจากมะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งที่ไต มะเร็งต่อมไทรอยด์ หรือมะเร็งปอด หากมีอาการปวดหลังเกิดขึ้นใหม่ในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคมะเร็งอยู่แล้ว กรณีนี้ต้องเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมว่ามีการแพร่กระจายของมะเร็งมาที่กระดูกสันหลังหรือไม่
  • โรคภูมิต้านทานตนเอง หรือภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune disease): อาการปวดหลังอาจเป็นอาการที่สัมพันธ์กับโรคภูมิต้านทานตนเองได้ เช่น  โรคกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด (ankylosing spondylitis), โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis), โรคลูปัส (lupus) โรค crohn’s disease, โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังทั่วตัว (fibromyalgia), และโรคอื่นๆ

โรคทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นโรคที่เป็นสาเหตุของอาการปวดหลังที่พบบ่อย อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายโรคที่เป็นสาเหตุของอาการปวดหลัง ดังนั้นการค้นหาวิธีการรักษาอาการปวดหลังส่วนล่างที่เหมาะสมจะขึ้นกับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ซึ่งจะพิจารณาจากโรคร่วมของผู้ป่วยด้วย

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่