ความรู้สุขภาพ

สาเหตุของภาวะบวมน้ำเหลือง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 7, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
สาเหตุของภาวะบวมน้ำเหลือง

ภาวะบวมน้ำเหลืองมีอยู่ 2 ชนิด คือ ภาวะบวมน้ำเหลืองปฐมภูมิ (primary lymphoedema) และภาวะบวมน้ำเหลืองทุติยภูมิ (secondary lymphoedema) ซึ่งมีสาเหตุของการเกิดแตกต่างกัน

สาเหตุของภาวะบวมน้ำเหลืองปฐมภูมิ และภาวะบวมน้ำเหลืองทุติยภูมิ มีรายละเอียดดังนี้

ภาวะบวมน้ำเหลืองปฐมภูมิ (Primary lymphoedema)

ภาวะบวมน้ำเหลืองปฐมภูมิ มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลง (การกลายพันธุ์) ของยีนที่ควบคุมการพัฒนาระบบน้ำเหลืองในร่างกาย (ระบบน้ำเหลืองคือระบบที่ประกอบไปด้วยท่อและต่อมน้ำเหลืองที่กระจายอยู่ทั่วร่างกาย มีหน้าที่ช่วยต่อสู้กับการติดเชื้อและช่วยกำจัดของเหลวส่วนเกินออกจากร่างกาย)

ความผิดปกติของยีนจะทำให้ระบบน้ำเหลืองบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการระบายของเหลวไม่พัฒนาอย่างที่ควรจะเป็น หรือไม่ทำงานตามปกติอย่างที่ควร

ภาวะบวมน้ำเหลืองปฐมภูมิ มักพบในบุคคลในครอบครัวเดียวกัน แต่ไม่ใช่เด็กที่เกิดจากผู้ที่มีภาวะบวมน้ำเหลืองทุกคนจะต้องเป็นภาวะบวมน้ำเหลือง 

ภาวะบวมน้ำเหลืองทุติยภูมิ (secondary lymphoedema)

ภาวะบวมน้ำเหลืองทุติยภูมิจะเกิดขึ้นในคนที่มีระบบน้ำเหลืองเป็นปกติดีอยู่ก่อน

สาเหตุของภาวะบวมน้ำเหลืองทุติยภูมิมีหลายสาเหตุ สาเหตุบางส่วนที่พบได้บ่อย มีดังนี้:

การผ่าตัดมะเร็ง

เซลล์มะเร็งสามารถแพร่ไปบริเวณต่างๆ ของร่างกายรวมถึงระบบน้ำเหลือง ดังนั้นในการรักษามะเร็งด้วยการผ่าตัด อาจมีการตัดส่วนของระบบน้ำเหลืองบริเวณนั้นออกไปด้วย เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีเซลล์มะเร็งอยู่

อย่างไรก็ตามแพทย์ผู้ผ่าตัดจะพยายามจำกัดการทำลายระบบน้ำเหลืองให้มากที่สุด แต่ก็ไม่สามารถทำได้เสมอไป

จะพบภาวะบวมน้ำเหลืองได้บ่อยจากการรักษามะเร็ง:

  • มะเร็งเต้านม
  • มะเร็งผิวหนังเมลาโนมา (โรคมะเร็งผิวหนังที่เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีของผิวหนังที่ชื่อว่า melanocyte)
  • มะเร็งนรีเวช เช่น มะเร็งปากมดลูก และ มะเร็งอวัยวะเพศหญิง
  • มะเร็งของระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก หรือ มะเร็งอวัยวะเพศชาย

การฉายรังสี (radiotherapy)

การฉายรังสี คือการใช้รังสีพลังงานสูงฉายเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งภายในร่างกาย แต่รังสีนี้สามารถทำลายเซลล์ปกติของร่างกายได้ด้วย

ถ้ามีความจำเป็นต้องฉายรังสีเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งในระบบน้ำเหลือง จะทำให้มีความเสี่ยงที่ระบบน้ำเหลืองจะเสียหายถาวรและไม่สามารถกำจัดของเหลวออกจากร่างกายได้อย่างเหมาะสม

การติดเชื้อ

ในผู้ป่วยบางราย การติดเชื้อสามารถเป็นสาเหตุของภาวะบวมน้ำเหลืองได้

การติดเชื้อของผิวหนังและเนื้อเยื่ออย่างเฉียบพลัน (cellulitis) คือการติดเชื้อแบคทีเรียที่เกิดขึ้นที่ผิวหนัง และเป็นสาเหตุของภาวะบวมน้ำเหลืองได้ การติดเชื้ออย่างรุนแรงจะทำให้เนื้อเยื่อรอบๆ ระบบน้ำเหลืองได้รับความเสียหาย และทำให้เกิดแผลเป็นขึ้นได้

การติดเชื้ออื่นๆ ที่พบได้และเป็นสาเหตุของภาวะบวมน้ำเหลืองคือการติดเชื้อพยาธิ ได้แก่ โรคเท้าช้าง ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะบวมน้ำเหลืองที่พบได้บ่อยทั่วโลก

การอักเสบ

สภาวะที่ทำให้เนื้อเยื่อภายในร่างกายมีการอักเสบ คือมีอาการบวมและแดง อาจเป็นสาเหตุให้เกิดความเสียหายของระบบน้ำเหลืองถาวร สภาวะทางการแพทย์ที่เป็นสาเหตุของภาวะบวมน้ำเหลือง ได้แก่:

  • โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis): เป็นโรคที่ผู้ป่วยจะมีอาการปวดและบวมที่ข้อ
  • ผื่นผิวหนังอักเสบ (eczema): ผิวหนังจะมีอาการคัน แดง แห้ง และผิวหนังแตก

โรคที่เกี่ยวข้องกับเส้นเลือดดำ (Venous diseases)

โรคที่เกี่ยวข้องกับการไหลเวียนของเลือดที่หลอดเลือดดำสามารถทำให้เกิดภาวะบวมน้ำเหลืองได้ในบางราย ความผิดปกติของเส้นเลือดดำ หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเส้นเลือดดำ จะทำให้ของเหลวในเลือดรั่วออกจากหลอดเลือดเข้าสู่ที่ว่างของเนื้อเยื่อรอบๆ ซึ่งมากเกินกว่ากำลังของระบบน้ำเหลืองในการกำจัดของเหลวส่วนเกินนี้

โรคที่เกี่ยวข้องกับเส้นเลือดดำบางโรคที่ทำให้เกิดภาวะบวมน้ำเหลือง ได้แก่:

  • โรคลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดดำส่วนลึก (Deep vein thrombosis: DVT): คือโรคที่มีการอุดตันของเลือดที่เส้นเลือดดำส่วนลึกของร่างกาย
  • เส้นเลือดขอด (varicose veins): คือมีการบวมและขยายของเส้นเลือดดำ ซึ่งการระบายของเลือดในเส้นเลือดดำจะแย่กว่าปกติ  ทำให้เกิดแรงดันสูงในเส้นเลือดดำ และดันน้ำออกจากเส้นเลือดเข้าสู่เนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆ



อ้วน

ในคนที่อ้วน โดยเฉพาะคนที่อ้วนอย่างรุนแรง จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะบวมน้ำเหลือง แต่ยังไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น แต่คาดว่าอาจเกิดขึ้นจากไขมันส่วนเกินส่งผลต่อระบบท่อน้ำเหลืองไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทำให้ลดการระบายของเหลวผ่านท่อเหล่านั้น

ในกรณีนี้ การลดน้ำหนักคือสิ่งสำคัญที่สุดในการรักษา แม้เพียงเริ่มต้นการลดน้ำหนัก ก็จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน

อุบัติเหตุและการบาดเจ็บ

มีผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เกิดภาวะบวมน้ำเหลืองจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นต่อระบบน้ำเหลือง ตัวอย่างเช่น อาจเกิดภาวะบวมน้ำเหลืองขึ้นหลังการสูญเสียเนื้อเยื่ออ่อนเป็นบริเวณกว้าง หรือมีการฟกช้ำของเนื้อเยื่อ

การขาดการเคลื่อนไหวร่างกาย

การเคลื่อนไหวร่างกายและการออกกำลังกายจะช่วยระบายน้ำเหลืองในร่างกาย เพราะกล้ามเนื้อรอบๆ ท่อน้ำเหลืองจะช่วยออกแรงส่งน้ำเหลืองผ่านท่อเพื่อระบายน้ำเหลืองได้ ดังนั้นหากขาดการเคลื่อนไหวร่างกายจะทำให้เกิดภาวะบวมน้ำเหลืองขึ้นได้ เนื่องจากน้ำเหลืองไม่สามารถเคลื่อนที่ในระบบน้ำเหลืองได้ดีพอ ทำให้เกิดการคั่งและบวมขึ้น

ตัวอย่างเช่น ในผู้ที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายเป็นเวลานาน เช่นได้รับการผ่าตัดหรือป่วยเป็นโรคที่ต้องพักฟื้นเป็นเวลานาน จะทำให้เสี่ยงต่อภาวะบวมน้ำเหลือง 

การวินิจฉัย

ถ้าคุณกำลังได้รับการรักษาโรคมะเร็งและมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะบวมน้ำเหลือง คุณจะได้รับการติดตามจากแพทย์ถึงการเกิดภาวะดังกล่าว หรือถ้าหากคุณมีอาการบวมเกิดขึ้น ให้ไปพบแพทย์

ส่วนใหญ่แล้ว แพทย์สามารถวินิจฉัยภาวะบวมน้ำเหลืองได้จาก:

  • การซักประวัติเกี่ยวกับอาการและประวัติทางการแพทย์
  • ตรวจร่างกายตามส่วนต่างๆ ที่มีอาการบวม เพื่อวัดขนาดการบวมที่เกิดขึ้น

การตรวจเพิ่มเติม

แม้ว่าจะไม่จำเป็นในผู้ป่วยส่วนใหญ่ แต่การตรวจเพิ่มเติมอาจจำเป็นในบางครั้ง เพื่อใช้ในการประเมินและติดตามอาการของคุณ โดยการตรวจเพิ่มเติมมีดังนี้

การวัดปริมาตรของแขนขา

ในบางกรณี แพทย์จะทำการคำนวณปริมาตรของแขนขาที่เกิดอาการ ดังนี้

  • ใช้เทปเพื่อวัดเส้นรอบวงที่บริเวณแขนขา เพื่อคำนวณเป็นปริมาตร
  • ทดสอบการแทนที่น้ำ: นำแขนขาที่มีอาการจุ่มลงในแทงก์น้ำ และวัดปริมาณน้ำที่ถูกแทนที่ และนำไปคำนวณเป็นปริมาตรแขนขา
  • Perometry: เป็นการใช้แสงอินฟราเรดวัดเค้าโครงของบริเวณแขนขาที่มีอาการ และคำนวณออกมาเป็นปริมาตร

การวัดองค์ประกอบของร่างกายจากความต้านทานไฟฟ้า (Bioimpedance testing)

ระหว่างการวัดองค์ประกอบของร่างกายจากความต้านทานไฟฟ้า คุณจะได้รับการวางขั้วไฟฟ้า (แผ่นโลหะขนาดเล็ก) ที่บริเวณต่างๆ ของร่างกาย ขั้วไฟฟ้าจะปล่อยประจุไฟฟ้าปริมาณเล็กน้อยและไม่เจ็บปวด ซึ่งสามารถวัดโดยอุปกรณ์ที่ถืออยู่ในมือผู้ตรวจ การเปลี่ยนแปลงความแรงของกระแสไฟฟ้าสามารถบ่งบอกถึงการมีของเหลวในเนื้อเยื่อของคุณ

การถ่ายภาพทางการแพทย์ (Imaging tests)

การถ่ายภาพทางการแพทย์อาจถูกใช้เพื่อช่วยวินิจฉัยและติดตามอาการของภาวะบวมน้ำเหลือง มีรายละเอียดดังนี้:

  • Lymphoscintigraphy: การตรวจนี้คุณจะได้รับการฉีดสีกัมมันตภาพรังสี (radioactive dye) ซึ่งจะช่วยให้ติดตามได้ผ่านการใช้เครื่องสแกนชนิดพิเศษ โดยจะมองเห็นการเคลื่อนที่ของสีไปที่บริเวณต่างๆ ของระบบน้ำเหลือง และช่วยบอกได้ว่าบริเวณไหนบ้างที่มีการอุดตันของทางเดินน้ำเหลือง
  • การถ่ายภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (magnetic resonance imaging (MRI) scan): การถ่ายภาพนี้จะใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าช่วยในการถ่ายภาพ เพื่อแสดงรายละเอียดของสิ่งที่อยู่ภายในร่างกายคุณ
  • การอัลตราซาวด์: เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อสร้างภาพของสิ่งที่อยู่ภายในร่างกาย
  • การใช้เครื่องเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ (computerised tomography (CT) scan): เป็นการใช้รังสีเอกซ์ร่วมกับคอมพิวเตอร์เพื่อสร้างรายละเอียดภาพของต่อมน้ำเหลือง

การตรวจสแกนต่างๆ ข้างต้นจะช่วยให้เห็นภาพของบริเวณที่เกิดภาวะบวมน้ำเหลืองอย่างชัดเจน

https://www.nhsinform.scot/illnesses-and-conditions/blood-and-lymph/lymphoedema#causes

https://www.nhsinform.scot/illnesses-and-conditions/blood-and-lymph/lymphoedema#diagnosis

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่