Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องอืด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,490,036 คน

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องอืด

อาการท้องอืดนั้นเกิดจากการที่มีอากาศหรือแก๊ซในระบบทางเดินอาหาร คนส่วนใหญ่ที่มีอาการท้องอืดนั้นมักจะรู้สึกแน่นท้อง หรือท้องบวมขึ้น และอาจมีอาการปวดได้ในบางคน อาการท้องอืดมักเกิดร่วมกัน

  • อาการปวด
  • มีแก๊ซมาก
  • เรอบ่อย
  • ท้องร้อง

ท้องอืดอาจส่งผลต่อความสามารถในการทำงานและเข้าร่วมกิจกรรมในสังคมได้ งานวิจัยหนึ่งพบว่าผู้ที่มีอาการท้องอืดนั้นมีการใช้วันลาป่วย ไปพบแพทย์ และทานยามากกว่าคนอื่น และท้องอืดนั้นก็เป็นอาการที่พบได้ทั่วไปทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

ทำไมคุณถึงรู้สึกท้องอืด

1.แก๊ซและอากาศ

แก๊ซนั้นเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้เกิดอาการท้องอืดโดยเฉพาะหลังจากกินอาหาร แก๊ซจะมีการสะสมในทางเดินอาหารจากการที่อาหารที่ไม่ย่อยนั้นถูกย่อย หรือเวลาที่เรากลืนอากาศเข้าไป ทุกคนมีการกลืนอากาศเข้าไปเวลาที่กินข้าวหรือดื่มน้ำ แต่บางคนอาจจะมีการกลืนอากาศมากกว่าปกติ โดยเฉพาะหากพวกเขา

  • กินหรืออิ่มเร็วเกินไป
  • เคี้ยวหมากฝรั่ง
  • สูบบุหรี่
  • ใส่ฟันปลอมที่หลวม
  • การเรอและการผายลมนั้นเป็น 2 วิธีที่อากาศที่ถูกกลืนเข้าไปนั้นจะออกจากร่างกายได้ การที่กระเพาะอาหารบีบไล่อาหารได้ช้ากว่าปกตินั้นก็จะทำให้เกิดการสะสมแก๊ซและท้องอืดได้เช่นกัน

2.สาเหตุทางการแพทย์

  • สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดท้องอืดอาจเกิดจากภาวะทางการแพทย์เช่น
  • โรคลำไส้แปรปรวน
  • โรคลำไส้อักเสบเช่น ulcerative colitis หรือ Crohn’s disease
  • โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารอื่นๆ
  • อาการแสบร้อนกลางหน้าออก
  • อาการแพ้อาหาร
  • น้ำหนักเพิ่ม
  • ฮอร์โมนแปรปรวน (โดยเฉพาะในผู้หญิง)
  • การติดเชื้อปรสิตในลำไส้
  • โรคเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเช่น anorexia nervosa หรือ bulimia nervosa
  • ปัจจัยทางจิตเวช เช่นความเครียด ความวิตกกังวล ความเศร้าและอื่นๆ
  • ยาบางชนิด

3.ภาวะต่อไปนี้สามารถทำให้เกิดแก๊ซและท้องอืดได้เช่น

  • การที่มีแบคทีเรียภายในทางเดินอาหารมากเกินไปหรือน้อยเกินไป
  • มีการสะสมของแก๊ซ
  • มีการเปลี่ยนแปลงการบีบตัวของทางเดินอาหาร
  • แก๊ซไม่สามารถเคลื่อนที่ออกได้
  • การตอบสนองของระบบประสาทในช่องท้องืที่ผิดปกติ
  • มีความไวในช่องท้องมากกว่าปกติ (เช่นรู้สึกท้องอืดแม้ว่าร่างกายจะปกติหรือมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย)
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการดูดซึมอาหารและคาร์โบไฮเดรต
  • ท้องอืด

4.สาเหตุที่รุนแรง

อาการท้องอืดนั้นอาจจะเป็ฯอาการของภาวะที่รุนแรงได้ เช่น

  • การมีสารน้ำสะสมในช่องท้อง ที่เกิดจากโรคมะเร็ง (เช่นมะเร็งรังไข่) โรคตับ ไต่วาย หรือโรคหัวใจวาย
  • โรคเซลิแอคหรือการแพ้กลูเตน
  • ตับอ่อนผลิตเอนไซม์ได้ไม่เพียงพอซึ่งทำให้การย่อยอาหารทำได้ลดลง
  • ระบบทางเดินอาหารมีแผลทะลุซึ่งทำให้แก๊ซ แบคทีเรีย และสารอื่นๆ รั่วเข้าไปในช่องท้อง

การรักษาเพื่อป้องกันหรือบรรเทาอาการท้องอืด

1.การเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต

ในผู้ป่วยหลายรายสามารถบรรเทาหรือป้องกันการเกิดอาการท้องอืดได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงวิธีการใช้ชีวิตเช่นการลดน้ำหนักหากมีน้ำหนักเกิน

2.คุณสามารถลดการกลืนอากาศได้ด้วยการ

  • หลีกเลี่ยงการเคี้ยวหมากฝรั่ง การเคี้ยวหมากฝรั่งจะทำให้คุณกลืนอากาศส่วนเกินเข้าไปซึ่งทำให้ท้องอืดได้
  • จำกัดการดื่มน้ำอัดลม
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ซ เช่นผักในตระกูลกะหล่ำปลี และถั่วตากแห้ง
  • กินอาหารให้ช้าและหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำด้วยหลอด
  • ใช้ผลิตภัณฑ์จากนมชนิดที่ไม่มีน้ำตาลแลคโตส (หากคุณไวต่อน้ำตาลแลคโตส)
  • การรับประทานจุลินทรีย์ probiotic นั้นอาจจะช่วยเพิ่มปริมาณแบคทีเรียที่ดีในทางเดินอาหารได้ ผลจากงานวิจัยนั้นยังไม่สามารถสรุปประสิทธิภาพของการรับประทานจุลินทรีย์เหล่านี้ได้แน่ชัด งานวิจัยหนึ่งพบว่าจุลินทรีย์มีประสิทธิภาพปานกลาง โดยผู้ใช้ประมาณ 70% รู้สึกว่าได้ผลในการบรรเทาอาการท้องอืด คุณสามารถพบจุลินทรีย์เหล่านี้ได้ในโยเกิร์ตแบบกรีก

3.การนวด

การนวดท้องนั้นอาจจะช่วยลดอาการท้องอืดได้ งานวิจัยหนึ่งทำการศึกษาผลของการนวดท้องในผู้ป่วยที่มีน้ำในท้อง วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 3 วันและพบว่าการนวดนั้นจะช่วยทำให้อาการซึมเศร้า วิตกกังวล และความรู้สึกเกี่ยวกับอาการท้องอืดดีขึ้น

4.การใช้ยา

ควรปรึกษาแพทย์หากคุณลองเปลี่ยนการใช้ชีวิตและอาหารที่รับประทานแล้วยังคงมีอาการท้องอืด หากพบว่าเกิดจากสาเหตุทางการแพทย์ อาจจะต้องมีการใช้ยาในการรักษา การรักษานั้นอาจจะประกอบด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ การใช้ยาลดการบีบตัว หรือยาต้านเศร้าขึ้นกับภาวะของคุณ

เมื่อไหร่ที่ต้องไปพบแพทย์

คุณควรไปพบแพทย์หากมีอาการท้องอืดร่วมกันอาการต่อไปนี้

  • ท้องอืดรุนแรงหรือเรื้อรัง
  • อุจจาระมีเลือดปนหรืออุจจาระสีดำ
  • มีไข้สูง
  • ท้องเสีย
  • อาการแสบร้อนกลางหน้าอกรุนแรงขึ้น
  • อาเจียน
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป