สุขภาพตา

7 สาเหตุที่ทำให้น้ำตาไหลมากผิดปกติ

น้ำตาไหลมากเกินไปเกิดจากอะไรบ้าง
เผยแพร่ครั้งแรก 4 มี.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 9 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
7 สาเหตุที่ทำให้น้ำตาไหลมากผิดปกติ

โดยปกติแล้ว ดวงตาของทุกคนจะมีต่อมน้ำตาคอยหล่อเลี้ยงเพื่อไม่ให้เยื่อปุตาแห้ง รวมถึงช่วยชะล้างฝุ่นละอองที่จะเข้ามาทำให้ดวงตาของเราระคายเคือง แต่หากดวงตามีน้ำตามากเกินไป นั่นก็อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าดวงตาของคุณกำลังเกิดความผิดปกติบางอย่าง บางคนอาจพบว่าตนเองเกิดน้ำตาไหลออกมาระหว่างนอน หรือมีน้ำตาไหลออกมาข้างเดียว หรือน้ำตาไหลออกมาพร้อมกับความรู้สึกระคายเคืองตาด้วย ซึ่งวันนี้เราจะมาแจกแจงดูสาเหตุที่เป็นไปได้กันว่า ทำไมน้ำตาถึงไหลออกมามากผิดปกติได้ 

1. ภูมิแพ้

ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้หรือเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วมักจะเผชิญปัญหาน้ำตาไหลออกมามากเกินไป ซึ่งสาเหตุจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่ามีอาการแพ้อะไร แล้วมีสิ่งกระตุ้นอะไรที่ทำให้เกิดอาการแพ้จนน้ำตาไหลออกมาบ้าง เช่น 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจตา รักษาโรคตาวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 427 บาท ลดสูงสุด 1950 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 17
  • การสัมผัสเกสรดอกไม้ 
  • การสัมผัสสะเก็ดผิวหรือขนของสัตว์เลี้ยง 
  • ตัวไรฝุ่น ซึ่งพบได้ตามพรม ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนหนุน
  • ฝุ่นควัน

ซึ่งอาการภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นกับดวงตา มักจะอยู่ในรูปของดวงตาที่เปลี่ยนเป็นสีแดง เกิดอาการคันตามผิวหนัง และทำให้น้ำตาไหล แต่อย่างไรก็ตาม คุณสามารถบรรเทาอาการดังกล่าวได้โดยใช้ยาหยอดตา หรือยาต้านฮีสทามีน (Antihistamine) แต่หากอาการยังไม่ดีขึ้น ให้คุณไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการเพิ่มเติมและจ่ายยารักษาให้อาการดีขึ้นต่อไป

2. โรคตาแดง

หากดวงตาของคุณเปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือสีแดงขึ้นมา รวมทั้งมีอาการน้ำตาไหลออกมามากกว่าปกติ นั่นอาจเพราะคุณกำลังจะเป็นโรคตาแดง (Conjunctivitis) ซึ่งเป็นการอักเสบประเภทหนึ่งของดวงตา นอกจากนี้ คุณอาจมีอาการมองเห็นภาพไม่ชัด มีเมือกในดวงตา และด้านในดวงตามีสีแดง ส่วนการรักษานั้น จะขึ้นอยู่กับว่าตัวการของโรคเกิดจากอะไรกันแน่ เช่น เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือโรคภูมิแพ้ ส่วนวิธีป้องกันที่สามารถทำได้ง่ายๆ คือ ไม่ขยี้ตาและอย่าเอามือสัมผัสตาบ่อยๆ หมั่นล้างมืออยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของเครื่องใช้ที่ต้องสัมผัสกับใบหน้าร่วมกับผู้อื่น

3. ท่อน้ำตาอุดตัน

ภาวะท่อน้ำตาอุดตันสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้คนทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่ทารกไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ซึ่งเมื่อท่อน้ำตาเกิดการอุดตัน น้ำตาที่อยู่ภายในก็จะไม่สามารถระบายออกไปยังถุงน้ำตาข้างจมูกได้ จนทำให้ดวงตาของคุณชุ่มไปด้วยน้ำตาจนมีน้ำตาไหลออกมาตลอดเวลาและเกิดความระคายเคืองขึ้น รวมถึงเกิดการติดเชื้อที่บริเวณตาด้วย นอกจากนี้ คุณอาจพบว่ามีเมือกในดวงตา รู้สึกมองเห็นภาพไม่ชัด และมีเลือดปนออกมากับน้ำตา ภาวะนี้ไม่สามารถรักษาได้ด้วยตนเอง แต่คุณจะต้องไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการและตรวจการระบายน้ำตาว่ามีความผิดปกติอย่างไร

4. ตาแห้ง

หากดวงตาของคุณเกิดความระคายเคือง ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายจะตอบสนองโดยผลิตน้ำตาออกมามากเกินไป ทำให้คุณอาจรู้สึกเจ็บปวดที่ตา รวมทั้งมีอาการแสบร้อน ตาแดง และมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น หากอาการไม่ได้รุนแรงมาก การใช้น้ำตาเทียมก็สามารถช่วยบรรเทาอาการได้ แต่หากอาการไม่ดีขึ้นก็ควรไปพบแพทย์ เพื่อให้มีการจ่ายยาที่ช่วยบรรเทาอาการอักเสบ หรือช่วยในการผลิตน้ำตาให้ออกมาหล่อเลี้ยงดวงตาได้อย่างเพียงพอ

5. หนังตาผิดปกติ

หากหนังตาของคุณเกิดความหย่อนคล้อยหรือม้วนออก ความผิดปกติเหล่านี้ก็สามารถเป็นที่มาของอาการน้ำตาไหลมากเกินไปได้เช่นกัน แต่หากเป็นอาการหนังตาม้วนเข้าด้านใน ก็จะทำให้ดวงตาระคายเคือง หรืออาจมีปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น ตาแดง มีเมือกในตา ตาแห้ง และตามีความไวต่อแสง ซึ่งนอกเหนือจากการรักษาโดยการหยอดน้ำตาเทียมแล้ว ผู้ป่วยส่วนมากจำเป็นจะต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อแก้หนังตาด้วย หรือผู้ป่วยสามารถใช้วิธีฉีดโบท็อกซ์ หรือใช้เทปสำหรับผิวหนังเพื่อป้องกันไม่ให้หนังตาม้วนเข้าด้านในได้

6. มีตุ่มที่หนังตา

หากคุณสังเกตว่ามีตุ่มขนาดใหญ่ที่หนังตา ไม่แน่ว่าคุณอาจกำลังเป็นโรคตากุ้งยิง (Hordeolum) หรือโรคตากุ้งยิงชนิดไม่เจ็บ (Chalazion) สำหรับวิธีการรักษาคือ ให้นำผ้าขนหนูชุบน้ำร้อน และนำมาประคบที่ดวงตาประมาณ 10-15 นาที โดยให้ทำวันละ 3-5 ครั้ง แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการต่อไป และมีการจ่ายยาปฏิชีวนะหรือยาสเตียรอยด์ (Steroid) ที่จะช่วยลดอาการบวมให้ได้

7. กระจกตามีปัญหา

กระจกตาของคนเราสามารถบาดเจ็บได้ตั้งแต่ถลอกเพียงเล็กน้อย ไปจนถึงการเกิดแผลเปื่อย ซึ่งเมื่อกระจกตาเกิดการอักเสบ (Keratitis) ก็จะส่งผลข้างเคียงทำให้เกิดน้ำตาไหลออกมามากเกินไป สำหรับวิธีบรรเทาอาการคือ ให้คุณล้างดวงตาโดยใช้น้ำเกลือและกระพริบตาหลายๆ ครั้ง เพื่อให้น้ำเกลือช่วยชะล้างสิ่งสกปรกและสิ่งแปลกปลอมออกไป หลังจากนั้นคุณควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจกระจกตาอีกครั้ง และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อขึ้น เพราะอาการกระจกตาอักเสบหากมีการรักษาที่ล่าช้าเกินไป ก็อาจเป็นอันตรายถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นได้

จากปัญหาทั้ง 7 อย่างที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าอาการน้ำตาไหลมากเกินไปไม่ใช่ปัญหาที่คุณจะนิ่งนอนใจได้ และไม่ได้เป็นเพียงอาการที่เกิดจากฝุ่นละอองเข้าตาหรือการร้องไห้เท่านั้น แต่อาการนี้สามารถเป็นสัญญาณบอกถึงการเกิดโรคหรือภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงบางอย่างเกี่ยวกับตาได้ด้วย ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย หากคุณรู้สึกว่าน้ำตาไหลมากผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาต้นเหตุของอาการทันที


1 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม