Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพ

“โรคแมวข่วน” ภัยเงียบที่แฝงมากับเจ้าเหมียว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,182,915 คน

“โรคแมวข่วน” ภัยเงียบที่แฝงมากับเจ้าเหมียว

คนที่เลี้ยงแมวบางคนน่าจะคุ้นชินกับการถูกเจ้าเหมียวข่วนหรือกัด แต่นอกจากมันจะทำให้เกิดรอยแผลบนผิวของคุณแล้ว คุณรู้ไหมว่า การถูกแมวข่วน กัด หรือแม้แต่เลียก็สามารถทำให้คุณเป็นโรคแมวข่วนได้  (Cat-Scratch Disease หรือ Cat-Scratch Fever) แม้ว่ามันจะเกิดขึ้นไม่บ่อยสักเท่าไรนัก แต่คุณควรทำความรู้จักไว้เพื่อที่จะได้อยู่ห่างไกลจากโรคดังกล่าว

สาเหตุ

สาเหตุของการเกิดโรคแมวข่วนคือ แบคทีเรียที่มีชื่อว่า Bartonella Henselae ซึ่งแมวและลูกแมวประมาณ 40% มีแบคทีเรียชนิดนี้ในปากหรือใต้กรงเล็บ โดยได้รับจากการข่วนหรือกัดบริเวณที่มีหมัด หรือจากการต่อสู้กับแมวตัวอื่นๆ ที่มีเชื้อ อย่างไรก็ตาม แมวส่วนมากไม่แสดงอาการเมื่อพวกมันติดเชื้อ แต่ในกรณีที่ร้ายแรง พวกมันก็อาจมีปัญหากับการหายใจ หรือติดเชื้อในปาก ดวงตา หรือทางเดินปัสสาวะ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

หากแมวที่มีแบคทีเรีย Bartonella Henselae กัดหรือข่วนแรงจนกระทั่งเป็นรอยที่ผิว แบคทีเรียก็จะเข้าไปในร่างกาย นอกจากนี้คุณก็สามารถได้รับเชื้อหากแมวเลียแผลเปื่อย บาดแผล หรือสะเก็ดแผลที่ร่างกายของคุณ ซึ่งเด็กมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคแมวข่วนมากกว่าผู้ชาย

อาการ

ทุกคนที่ถูกแมวเลียหรือข่วนไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์ หากคุณติดเชื้อ คุณก็จะมีอาการที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทันที โดยมากแล้วอาการจะปรากฏหลังจากที่คุณถูกแมวกัดหรือข่วน อย่างไรก็ดี สัญญาณแรกที่มักเกิดขึ้นคือ ตุ่มสีแดง แผลเปื่อย หรือตุ่มบริเวณรอยข่วนหรือรอยกัด ซึ่งมันอาจไม่ทำให้คุณรู้สึกเจ็บ แต่มักมีสะเก็ด และหนองอยู่ภายใน หลังจากนั้นภายใน 2 สัปดาห์ และแม้แต่หลังจากที่ตุ่มหายดี คุณสามารถมีอาการดังนี้

  • เป็นไข้
  • ปวดศีรษะ
  • รู้สึกเหนื่อยมาก
  • เบื่ออาหาร
  • ต่อมน้ำเหลืองบวม ซึ่งมักอยู่ใกล้กับบริเวณที่ติดเชื้อ ตัวอย่างเช่น หากแมวกัดแขน ต่อมตรงรักแร้สามารถบวมหรือมีหนอง

ในกรณีที่หายาก โรคแมวข่วนสามารถส่งผลร้ายแรงต่อกระดูก ข้อต่อ ดวงตา สมอง หัวใจ หรืออวัยวะอื่นๆ ซึ่งมีแนวโน้มเกิดขึ้นในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี หรือคนที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

การวินิจฉัย

ถ้าคุณบอกแพทย์ว่าคุณถูกแมวข่วนหรือกัด เขาก็อาจวินิจฉัยจากการดูอาการ หรือไม่ก็อาจใช้วิธีตรวจเลือด ซึ่งแพทย์จะนำตัวอย่างเนื้อเยื่อจากต่อมน้ำเหลืองไปตรวจ

การรักษา

สำหรับคนที่มีสุขภาพดี โรคแมวข่วนมีแนวโน้มหายไปเองโดยไม่ต้องรักษา แต่ก่อนที่จะไปถึงขั้นนั้น คุณสามารถทานยาต้านการอักเสบอย่างไอบูโพรเฟน หรือนาพรอกเซนโซเดียมเพื่อบรรเทาอาการบวมและปวด นอกจากนี้การประคบร้อนก็สามารถช่วยให้อาการดีขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้แพทย์อาจใช้เข็มเจาะตุ่มเพื่อให้หนองไหลออกมา หากคุณมีปัญหากับระบบภูมิคุ้มกัน หรืออาการไม่หายไปภายใน 2 เดือน แพทย์มีแนวโน้มที่จะจ่ายยาปฏิชีวนะ ซึ่งมันช่วยป้องกันไม่ให้การติดเชื้อแพร่ไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายอย่างตับหรือกระดูก คุณอาจต้องทานยาชนิดนี้หลายเดือน

การป้องกัน

  • ระวังเมื่อจับหรือลูบแมวพเนจร เพราะมันใช้เวลานอกบ้าน ทำให้มีโอกาสสัมผัสกับหมัดและมีโอกาสเป็นโรคแมวข่วนมากกว่าปกติ
  • หลีกเลี่ยงการเล่นแบบรุนแรงกับแมว เพราะมันจะยิ่งเพิ่มโอกาสในการถูกข่วนหรือกัด
  • ตัดเล็บให้แมว และใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันหมัด
  • ล้างมือด้วยสบู่และน้ำหลังจากลูบหรือเล่นกับแมว หากคุณถูกแมวกัดหรือข่วน ให้คุณล้างบริเวณที่ถูกกระทำทันทีด้วยสบู่และน้ำ ในกรณีที่คุณถูกแมวเลียแผลเปื่อย แผลตกสะเก็ด หรือบาดแผลทั่วไป ให้คุณทำเช่นนี้ด้วย
  • หากคุณมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และอยากเลี้ยงแมว ให้คุณเลี้ยงแมวที่มีอายุอย่างน้อย 1 ปี เพราะลูกแมวมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคแมวข่วน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโรคแมวข่วนจะพบได้ไม่บ่อย แต่มันก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้นกับคนที่เลี้ยงแมว การเข้าใจที่มาของโรคและรู้วิธีป้องกันก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงได้ค่ะ

ที่มา: https://www.webmd.com/skin-pro...


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป