เมื่อแมวเหมียวที่บ้านมีอาการหอบและหายใจลำบาก

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 19, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 876,146 คน

การที่เจ้าเหมียวที่บ้านมีอาการอาการหอบหรือหายใจลำบากนั้นถือว่าไม่ปกติเลยในแมว อาการหอบของเจ้าเหมียวนั้นที่เราจะสังเกตได้ ก็คือ น้องเหมียวจะยืน หรือ หมอบ และ พยายามยืดหัวและคอเพื่อหายใจ (ไม่สามารถนอนหลับได้)

สาเหตุที่ทำให้เจ้าเหมียวหายใจลำบากมีมากมาย แต่ในบทความนี้ จะกล่าวถึง การมีของเหลวอยู่ในช่องอก (hydrothorax) และ การที่หัวใจน้องเหมียวโตขึ้น จากโรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม (cardiomyopathy) เป็นหลัก ส่วนโรคที่ทำให้เจ้าเหมียวหายใจลำบากอื่นๆ เช่น โรคหอบหืด และ โรคพยาธิหนอนหัวใจ เป็นต้น แต่ จะมีผลกับตัวปอดโดยตรง

อาการที่จะพบ

  • พยายามหายใจ (หายใจไว และ มีเสียงขณะหายใจ)
  • ยืน หรือ หมอบ โดยจะวางศอกห่างจากลำตัว และมีการยืดหัวและคอขึ้น
  • ความอยากอาหารลดลง
  • ซึม ไม่ค่อยเคลื่อนตัวไปไหน
  • ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด
  • มีอาการไอบ้างในบางตัว
  • สีเหงือกเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือม่วง

สาเหตุ

มีการสะสมของของเหลวในช่องอก (hydrothorax) ซึ่งช่องอกที่หมายถึง คือ ช่องว่างระหว่างปอดกับซี่โครง ซึ่งสาเหตุหลักที่มักพบ ได้แก่

1. โรคช่องท้องอักเสบจากเชื้อไวรัส หรือ Feline Infectious Peritonitis (FIP) >> เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ร่างกายไม่สามารถขับเอาเชื้อออกได้ และเป็นสาเหตุที่ทำให้มีการสะสมของของเหลวในช่องอก และ ในช่องท้อง

2. การขาดของท่อน้ำเหลืองบริเวณปอด (Thoracic duct) >> ระบบท่อน้ำเหลืองมีหน้าที่เก็บสะสมของเหลวที่มีมากเกินไปทั่วร่างกาย และ ช่วยในการดูดซึมไขมันในลำไส้ ของเหลวเหล่านี้จะกลับสู่ระบบไหลเวียนหลัก ที่บริเวณปอด แล้วจะเข้าสู่หลอดเลือดดำใหญ่ใกล้ๆกับหัวใจ ถ้าตัวท่อน้ำเหลืองบริเวณปอดมีการขาด ของเหลวในท่อก็จะไหลเข้าสู่ช่องอก (เรียกว่า chylothorax) ซึ่งจะทำให้เจ้าเหมียวหายใจลำบาก สาเหตุหลักที่ทำให้ท่อขาด คือ อุบัติเหตุ

3. โรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม (Cardiomyopathy) >> ทำให้หัวใจเจ้าเหมียวโตขึ้น นำไปสู่ภาวะหัวใจวายได้ และจะส่งผลให้การบีบตัวของหัวใจมีปัญหา ส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้ไม่ดี จึงมีการสะสมของของเหลวที่ช่องอกและในปอดได้

การดูแลเบื้องต้น

เมื่อเจ้าเหมียวมีอาการหายใจลำบาก ควรรีบพาไปหาสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุดค่ะ แต่ต้องระวังมากๆในขณะเคลื่อนย้าย ดังนี้

1. การจับเจ้าเหมียวควรทำด้วยความนุ่มนวล ไม่สร้างความเครียดให้น้องแมว

2. การขนย้ายน้องแมวควรนำใส่กรงหรือกล่องที่มีรูให้อากาศถ่ายเท สามารถหายใจได้สะดวกค่ะ

การดูแลของสัตวแพทย์

การวินิจฉัยโรค

ถ้าเจ้าเหมียวมีความเครียด หรือ หายใจลำบากมาก สัตวแพทย์จะให้เจ้าเหมียวได้รับออกซิเจน และรอจนกว่าจะสงบ แล้วนำมาตรวจร่างกายภายนอกอย่างละเอียด ตรวจฟังเสียงการทำงานของหัวใจและปอด และทำการ x-ray ช่องอกของเจ้าเหมียว

ถ้าตรวจพบว่า มีการสะสมของของเหลวในช่องอก สัตวแพทย์จะทำการเจาะนำของเหลวนั้นไปตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฎิบัติการ และเจาะตรวจเลือด และถ้าสาเหตุมาจากหัวใจ เจ้าเหมียวควรจะได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อวิเคราะห์การทำงานของหัวใจด้วย

การรักษา

การรักษาจะเน้นไปที่การนำของเหลวออกจากช่องอก และ ป้องกันไม่ให้ของเหลวเพิ่มปริมาณกลับมาอีก ซึ่งจะช่วยให้เจ้าเหมียวหายใจได้ดีขึ้น การนำของเหลวออกจากช่องอก ทำได้โดยการเจาะดูดน้ำออกมา และเอาออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อเอาของเหลวออกแล้ว การตอบสนองของเจ้าเหมียวจะค่อนข้างดี แต่ ในส่วนของการป้องกันไม่ให้ของเหลวกลับมาสะสมอีกเป็นเรื่องยาก เพราะขึ้นอยู่กับว่าสาเหตุของการเกิดการสะสมมาจากอะไร

1. โรคช่องท้องอักเสบจากเชื้อไวรัส หรือ Feline Infectious Peritonitis (FIP) >>เมื่อเจ้าเหมียวเป็นโรคนี้ บอกได้เลยว่าไม่มีทางรักษา เพราะโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส การให้ยากลุ่มสเตรียรอย จะช่วยได้ในระยะเวลาสั้นๆ แต่ในท้ายที่สุดแมวก็จะเสียชีวิต

2. การขาดของท่อน้ำเหลืองบริเวณปอด (Thoracic duct) >> ในกรณีนี้ไม่ได้รักษาได้บ่อยนัก การประสบความสำเร็จในการรักษา ต้องใช้การรักษาทางยาและการผ่าตัดร่วมกัน

3. โรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม (Cardiomyopathy) >> เจ้าเหมียวจะได้รับในกลุ่มยาขับน้ำ และ ยาในกลุ่มที่ช่วยในการบีบตัวของหัวใจ

หัวใจหลักในการรักษา คือ เจ้าเหมียวรู้สึกดีขึ้น จนกลับมาทานอาหาร ทานน้ำได้ด้วยตัวเอง ในช่วงการรักษา เจ้าเหมียวอาจจะต้องพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล ได้รับสารน้ำเข้าเส้นเลือด ได้รับการฉีดยา และได้รักออกซิเจน จนกว่าจะดีขึ้น

สาเหตุอื่นๆ เช่น

อุบัติเหตุ, มะเร็ง, ไส้เลื่อนกระบังลม (มีอวัยวะในช่องท้องเข้าไปอยู่ในส่วนของช่องอก เลือดออกในช่องอก (hemothorax) หรือ การติดเชื้อในช่องอก จนมีหนองในช่องอก

การป้องกัน

ในแมวที่พบว่า เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม อาจจะเพราะ ขาดสารอาหารทอรีน (taurine) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นในแมว เพราะช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ในอาหารแมวกระป๋องหรือเม็ดปกติจะมีการใส่สารทอรีนเข้าไปแล้ว แต่ถ้าเจ้าของให้รับประทานอาหารทำเอง หรือ ปลากระป๋องของมนุษย์ เจ้าเหมียวจะเสี่ยงต่อการขาดสารอาหารได้

ปัจจุบัน มีการผลิตวัคซีนสำหรับโรคช่องท้องอักเสบจากเชื้อไวรัส (FIP) แต่ยังมีการโต้แย้งกันอยู่เรื่องประสิทธิภาพการป้องกันโรคของวัคซีน เจ้าของควรจะปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องการทำวัคซีนอีกที

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ (1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม