Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

อาการน้ำลายไหลมากผิดปกติในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,311,206 คน

อาการน้ำลายไหลมากผิดปกติในแมว

อาการน้ำลายไหลมาผิดปกติในแมว มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษหลายอย่าง ได้แก่ ptyalism หรือ hypersalivation เรียนรู้เกี่ยวกับสาเหตุ อาการ และการรักษาได้จากบทความนี้

อาการน้ำลายไหลมากผิดปกติในแมว

ต่อมน้ำลายจะสร้างและหลั่งน้ำลายอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ช่องปาก การผลิตน้ำลายเพิ่มขึ้นจากการกระตุ้นสมองส่วน salivary nuclei ที่อยู่ในก้านสมอง ptyalism เป็นลักษณะผิดปกติทางร่างกายที่มีการไหลของน้ำลายมากกว่าปกติ หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า hypersalivation การกระตุ้นจากการรับรสและการรับสัมผัสโดยปากและลิ้นทำให้การสร้างน้ำลายเพิ่มมากขึ้น ศูนย์รับประสาทส่วนบนของระบบประสาทส่วนกลางสามารถกระตุ้นหรือยับยั้งสมองส่วน salivary nuclei ที่เกี่ยวข้องกับการหลั่งน้ำลาย และรอยโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทส่วนกลางหรือช่องปากก็สามารถทำให้การหลั่งน้ำลายมากเกินปกติได้เช่นกัน โรคที่เกี่ยวข้องกับคอหอย หลอดอาหาร และกระเพาะอาหารสามารถกระตุ้นให้มีการหลั่งน้ำลายเพิ่มผิดปกติ การได้รับสารพิษ สารที่มีฤทธิ์กัดกร่อน หรือวัตถุแปลกปลอมผ่านการกินสามารถทำให้เกิดการหลั่งน้ำลายมากผิดปกติได้ ในทางกลับสัตว์บางชนิดมีการผลิตน้ำลายในปริมาณปกติ แต่ความผิดปกติด้านกายภาพทำให้มีน้ำลายไหลออกจากปาก หรือเป็นผลกระทบจากความผิดปกติในการกลืน ลักษณะของ pseudoptyalism (pseudo แปลว่าเทียม) คือการปล่อยน้ำลายที่สะสมเป็นปริมาณมากอยู่ในช่องปากออกมา ทำให้มีลักษณะภายนอกเหมือนกับมีการผลิตน้ำลายมากผิดปกติ แต่แท้จริงแล้วมีการผลิตในปริมาณปกติ

ในแมวอายุน้อยมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาน้ำลายไหลมากผิดปกติที่เป็นปัญหาโดยกำเนิด เช่น ความผิดปกติของหลอดเลือดจากตับที่ต่อเข้าสู่ระบบเลือดของร่างกายโดยตรงโดยไม่ผ่านตับ (portosystemic shunt) ในภาวะปกติหลอดเลือด portal vein เข้าสู่ตับเพื่อนำของเสียและสารพิษต่าง ๆ ในเลือดไปทำลายที่ตับ เมื่อมีหลอดเลือดที่ทำให้เกิดทางลัดของเลือดไปเข้าสู่หลอดเลือดอื่นก่อนจะเข้าสู่ตับ ทำให้เลือดบางส่วนไม่ไหลผ่านตับแต่กลับเข้าสู่ร่างกายโดยตรง

การขยายใหย่ของหลอดอาหารเป็นโรคทางพันธุกรรมที่พบได้ในแมววิเชียรมาศ (Siamese cats)

อาการที่พบ

  • สูญเสียความอยากอาหาร มักพบในแมวที่มีรอยโรคในช่องปาก โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร และโรคที่ทำให้เกิดปัญหาทั่วระบบในร่างกาย
  • พฤติกรรมการกินเปลี่ยนแปลง แมวที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคในช่องปาก หรือการทำงานของเส้นประสาทสมองผิดปกติ อาจปฏิเสธการกินอาหาร ไม่เคี้ยวอาหาร วางศีรษะในตำแหน่งที่ผิดปกติขณะกินอาหารหรือทำอาหารหล่นจากปากบ่อย
  • พฤติกรรมอื่นที่เปลี่ยนแปลง ขี้หงุดหงิด ก้าวร้าว และปลีกตัว เป็นพฤติกรรมทั่วไปที่พบโดยเฉพาะในแมวที่เกิดภาวะความเจ็บปวดในร่างกาย
  • กลืนลำบาก
  • ขย้อนอาหาร ในแมวที่มีโรคเกี่ยวกับหลอดอาหาร
  • อาเจียน มักเป็นอาการข้างเคียงจากโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร หรือโรคที่ทำให้เกิดปัญหาทั่วระบบในร่างกาย
  • ใช้อุ้งเท้าเขี่ยบริเวณหน้าหรือปาก ในแมวที่เจ็บปาก
  • อาการทางระบบประสาท ในแมวที่ได้รับยาหรือสารพิษ และแมวที่มีปัญหาโรคระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการทำงานผิดปกติของตับจากการได้รับอาหารที่มีโปรตีนสูง

สาเหตุ

  • ลักษณะของริมฝีปากที่ผิดปกติ
  • โรคเกี่ยวกับช่องปากและคอหอย
    • วัตถุแปลกปลอม (เช่น การกินวัตถุแปลกปลอมที่เป็นแท่ง เช่น เข็มเย็บผ้า)
    • เนื้องอก
    • ก้อนหนอง
    • เหงือกอักเสบหรือปากอักเสบ อาจมีสาเหตุมาจากโรคปริทันต์
    • โรคลูคีเมียในแมว
    • โรคไวรัสในทางเดินหายใจส่วนบน
    • โรคที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันที่ทำลายร่างกาย
    • โรคไต
    • การกินสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อนหรือสารพิษจากพืช
    • ผลกระทบจากการทำการรักษาด้วยการฉายรังสีในช่องปาก
    • แผลไฟไหม้ (เช่น จากกัดสายไฟ)
    • ความผิดปกติของเส้นประสาทคอหอย
  • โรคเกี่ยวกับต่อมผลิตน้ำลาย
    • วัตถุแปลกปลอม
    • เนื้องอก
    • ต่อมสร้างน้ำลายอักเสบ
    • การแบ่งตัวผิดปกติของเซลล์ในต่อมน้ำลาย
    • ต่อมน้ำลายบางส่วนเกิดการตาย ซึ่งเกิดจากการขาดเลือดมาเลี้ยง
    • ถุงน้ำในต่อมน้ำลาย
  • ความผิดปกติเกี่ยวกับหลอดอาหารและทางเดินอาหาร
    • วัตถุแปลกปลอมในหลอดอาหาร
    • เนื้องอกในหลอดอาหาร
    • หลอดอาหารอักเสบ อาจเป็นผลข้างเคียงจากการกินสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อนหรือสารพิษจากพืช
    • กรดไหลย้อน
    • ภาวะกระเพาะโป่งพองเข้าไปดันในช่องอก (hiatal hernia)
    • หลอดอาหารขยายขนาดผิดปกติ
    • ท้องอืด
    • แผลหลุมในกระเพาะอาหาร
  • ความผิดปกติที่เกี่ยวกับเมตาบอลิสม
    • ปัญหาโรคระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการทำงานผิดปกติของตับ เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดจากตับที่ต่อเข้าสู่ระบบเลือดใหญ่ของร่างกายโดยตรง (portosystemic shunt) ที่เป็นโดยกำเนิดหรือเกิดขึ้นในภายหลัง ทำให้ตับไม่สามารถทำลายสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสมองออกจากระแสเลือดได้หมด
    • อุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ หรือเป็นไข้
    • ภาวะที่มียูเรียในกระแสเลือดจากการทำงานของไตที่ล้มเหลว
  • ความผิดปกติที่เกี่ยวกับระบบประสาท
    • โรคพิษสุนัขบ้า (rabies)
    • บาดทะยัก (tetanus)
    • Botulism
    • โรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท (dysautonomia)
    • ความผิดปกติของระบบประสาทที่ทำให้กินไม่ได้หรือกลืนลำบาก
    • ความผิดปกติของระบบประสาทที่ทำให้เส้นประสาทบริเวณใบหน้าเป็นอัมพาตหรือกรามค้าง
    • ความผิดปกติของระบบประสาทที่ทำให้เกิดอาการชัก
    • การคลื่นเหียนที่เกี่ยวกับระบบรักษาสมดุลของร่างกาย (vestibular disease)
  • ยาและสารพิษ
    • สารพิษที่มีฤทธิ์กัดกร่อน (เช่น สารทำความสะอาดที่ใช้ภายในบ้าน และพืชบางชนิด)
    • สารที่มีรสขมหรือฝาด (แมวมักจะตอบสนองด้วยอาหารน้ำลายไหล)
    • ยาหรือสารที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างน้ำลายมาก
    • พิษจากสัตว์ (เช่น แมงมุมแม่หม้ายดำ ตัวกีลา และแมงป่องอเมริกัน
    • สารคัดหลั่งจากคางคกหรืออึ่งอ่าง
    • การกินพืบบางชนิดอาจทำให้น้ำลายไหลมาก (เช่น ต้นคริสต์มาส สาวน้อยประแป้ง)

การวินิจฉัย

สาเหตุของอาการน้ำลายไหลมากผิดปกติมีหลากหลาย เจ้าของจำเป็นจะต้องแจ้งประวัติสุขภาพของแมวอย่างละเอียด รวมไปถึงประวัติการทำวัคซีน ยาที่กำลังใช้อยู่ ความเป็นไปได้ที่จะได้รับสารพิษ ประวัติอาการ และเหตุการณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับอาการที่เกิดขึ้น สัตวแพทย์จะต้องทำการแยกวินิจฉัยระหว่างอาการน้ำลายไหลมากผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับภาวะกลืนลำบาก จากอาการน้ำลายไหลมากผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับอาการคลื่นเหียน โดยมองหาอาการต่าง ๆ เช่น ซึม การใช้เท้าเขี่ยบริเวณปาก และการขย้อน สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายและระบบประสาทของแมวอย่างละเอียด โดยจะเน้นตรวจบริเวณช่องปากและคอ อุปกรณ์ที่ช่วยในการวินิจฉัย ได้แก่ การถ่ายภาพฉายรังสีและการทำอัลตราซาวด์ เพื่อประเมินว่ามีปัญหาเกี่ยวกับตับหรืออวัยวะภายในอื่น ๆ หรือไม่ หากสงสัยโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน สัตวแพทย์อาจทำการตัดชิ้นเนื้อของเนื้อเยื่อและเซลล์เพื่อทำการตรวจหาสิ่งผิดปกติ

การรักษา

สัตวแพทย์จะทำการรักษาโรคที่เป็นสาเหตุของอาการน้ำลายไหลมากผิดปกติเมื่อทำการวินิจฉัยเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วอาจไม่จำเป็นต้องทำการรักษา สัตวพทย์อาจทำการรักษาอาการที่ปรากฎเพื่อลดปริมาณของน้ำลาย และอาจแนะนำให้ให้อาหารเสริมกับแมวในกรณีที่แมวไม่สามารถกินอาหารได้ตามปกติ เพื่อป้องกันการขาดสารอาหาร

การจัดการ

การจัดการขึ้นกับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ สัตวแพทย์จะทำการประเมินเป็นระยะเพื่อให้มั่นใจว่าแผนการรักษามีประสิทธิภาพ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม