Doctor men
เขียนโดย
ทีมสัตวแพทย์ HONESTDOCS
ความรู้ทั่วไป

การตั้งท้อง...ของคุณแม่แมว

เข้าใจทุกเรื่องเกี่ยวกับการตั้งท้องของแมว ตั้งแต่ระยะติดสัด การตรวจตั้งท้อง ภาวะคลอดยาก เพื่อดูแลทั้งแม่แมวและลูกแมวอย่างถูกต้อง
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
การตั้งท้อง...ของคุณแม่แมว

การเลี้ยงแมวแบบไทยสไตล์ดั้งเดิม คือการเลี้ยงระบบเปิด เนื่องจากเชื่อว่าเจ้าเหมียวต้องการชีวิตอิสระ จึงต้องปล่อยให้ท่องเที่ยวตามอัธยาศัย และเจ้าของมักไม่ให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนเท่าใดนัก เพราะเชื่อว่าแมวแข็งแรง แต่จริงๆ แล้วการเลี้ยงแมวแบบดังกล่าวมักทำให้เจ้าเหมียวมีอายุสั้นกว่าการเลี้ยงในระบบปิด และทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคระหว่างแมวด้วยกัน เช่น โรคเอดส์แมว มะเร็งเม็ดเลือดขาว และเยื่อบุช่องท้องอักเสบ เป็นต้น รวมถึงก่อปัญหาการเพิ่มจำนวนประชากรแมว

ตราบใดที่ยังมีการเลี้ยงแมวแบบไทยสไตล์ดั้งเดิม เราทุกคนล้วนมีสิทธิ์ได้ลาภเป็นสัตว์สี่เท้า เมื่อมีน้องแมวมาขออาศัย และหากมีแมวจรมาคลอดที่บ้าน เราอาจได้เป็นคุณแม่แมวจำเป็นอีกด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
👧🏻 ทำรีเทนเนอร์ใหม่กับ HD มีทั้งแบบลวด และแบบใส ลด 25% เริ่มต้นที่ 1,200 บาท/ชิ้น เท่านั้น

🦷 รีเทนเนอร์หาย อย่าปล่อยให้ฟันขยับ ด้วยการไม่ใส่รีเทนเนอร์

Internal ad

วงรอบการเป็นสัดของแมว

ตามทฤษฎีแล้ว แมวเป็นสัตว์ที่มีระยะการเป็นสัดเป็นฤดูกาล และมีวงรอบการเป็นสัดได้หลายครั้งในช่วงเวลานั้น (Seasonal Polyestrus) ในต่างประเทศพบว่า แมวจะเป็นสัดในช่วงที่มีแสงยาวนานประมาณ 14 ชั่วโมง/วัน แต่สำหรับประเทศไทยซึ่งช่วงแสงแทบไม่แตกต่างกันตลอดทั้งปี เจ้าเหมียวจึงสามารถเป็นสัดได้ตลอดทั้งปี โดยสามารถเริ่มเป็นสัดได้ตั้งแต่อายุ 4-12 เดือน หรือเมื่อน้ำหนักถึง 2.3-2.5 กิโลกรัม 

วงรอบการเป็นสัดประกอบด้วย 5 ระยะ ได้แก่

  1. ระยะก่อนเป็นสัด ใช้เวลา 0-2 วัน
  2. ระยะเป็นสัด ใช้เวลา 2-19 วัน แสดงอาการร้องเรียกตัวผู้ ยกส่วนท้ายและเบี่ยงหาง หากได้รับการผสมก็จะเกิดการตกไข่และตั้งท้อง โดยข้ามระยะพักก่อนกลับสัดไป
  3. ระยะพักก่อนกลับสัดอีกรอบ ใช้เวลา 8-10 วัน
  4. ระยะหลังผสม ใช้เวลาประมาณ 60 วันสำหรับแมวที่มีการตั้งท้อง หรือ 40 วันสำหรับแมวที่มีภาวะท้องเทียม 
  5. ระยะพัก ใช้เวลา 30-90 วัน แต่จะพบในประเทศที่มี 4 ฤดูชัดเจน จึงไม่พบระยะนี้ในประเทศไทย

จากวงรอบการเป็นสัดจะเห็นว่า เจ้าเหมียวสามารถเป็นสัดได้ทั้งปี และแต่ละรอบ (ถ้าไม่ท้อง) จะใช้เวลาประมาณ 31 วันเท่านั้น หรือหากตั้งท้องก็จะใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 60 วัน ดังนั้นหากประเมินคร่าวๆ เจ้าเหมียวสามารถผลิตทายาทได้ถึงปีละ 3-4 รุ่น จึงสรุปได้ว่าแมวไทย นอกจากจะเป็นสาวเร็วแล้ว ยังมีลูกได้ตลอดปี จึงเป็นเหตุผลว่าเราจำเป็นต้องทำหมันน้องแมวและควรเลี้ยงแมวในระบบปิด 

การตั้งท้องและคลอดลูกของแมว

ระยะเวลาตั้งท้องของแมวคือประมาณ 57-70 วัน (ประมาณ 9 สัปดาห์) นับจากวันผสม เมื่อถึงกำหนดคลอดอาจเห็นเจ้าเหมียวมีท่าทางกระวนกระวาย หารังคลอด (แต่บางตัวก็อาการไม่ชัดนัก) และอาจพบว่าแม่แมวไม่กินน้ำหรืออาหารในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนคลอด ระยะต่อมาแม่แมวจะเริ่มเบ่งคลอด และจะสามารถคลอดออกมาได้ภายใน 3-5 นาที นับจากเริ่มพบส่วนหัวหรือท้ายของลูกแมวโผล่ออกมาจากช่องคลอด ส่วนรกจะตามตัวลูกออกมาภายใน 5-15 นาที ซึ่งแม่แมวมักจะเลียลูกและกัดสายสะดือให้ลูกแมวเอง รวมถึงกินรกที่ขับออกมากับลูกแต่ละตัวด้วย

การคลอดลูกแต่ละตัวของแมวอาจเว้นช่วงนาน 12-24 ชั่วโมง หรือถ้าแม่แมวมีความเครียดมาก อาจใช้เวลา 2-3 วันกว่าจะคลอดลูกได้หมด หลังคลอดได้ 30-40 นาที ลูกแมวจะเริ่มดูดนม

ปัญหาการคลอดยากในแมวมักเกี่ยวกับการติดเชื้อ ร่วมกับลูกแมวเสียชีวิตก่อนคลอด ทำให้มดลูกไม่มีแรงเบ่ง รวมถึงเป็นผลข้างเคียงจากการฉีดยาคุมกำเนิดในช่วงแรกของการตั้งท้อง ซึ่งจะทำให้เกิดการตั้งครรภ์เกินกำหนด (Prolong pregnancy)

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
👧🏻 ทำรีเทนเนอร์ใหม่กับ HD มีทั้งแบบลวด และแบบใส ลด 25% เริ่มต้นที่ 1,200 บาท/ชิ้น เท่านั้น

🦷 รีเทนเนอร์หาย อย่าปล่อยให้ฟันขยับ ด้วยการไม่ใส่รีเทนเนอร์

Internal ad

การตรวจการตั้งท้องของแมว

สามารถใช้การคลำตรวจได้ในช่วงอายุท้อง 21-25 วัน แต่วิธีนี้อาจไม่แม่นยำนัก วิธีที่มั่นใจได้มากกว่าคือ การอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) ซึ่งจะเริ่มตรวจได้ตั้งแต่ 16-25 วันหลังผสมพันธุ์ แต่หากอายุท้องมากกว่า 28 วัน อาจพบการเต้นของหัวใจและการเคลื่อนไหวของลูกแมวด้วย (จึงเป็นวิธีที่ใช้ยืนยันว่าลูกแมวมีชีวิตอยู่) ส่วนการตรวจด้วยวิธีเอกซเรย์ จะใช้การยืนยันการตั้งท้องที่อายุท้องมากกว่า 40 วัน ซึ่งจะสามารถมองเห็นโครงกระดูกของลูกแมวได้ (จึงใช้วิธีนี้ในการนับจำนวนลูกแมว)

ภาวะคลอดยากในแมว 

สิ่งที่แสดงถึงภาวะคลอดยาก และต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์ ได้แก่

  • พบการเบ่งคลอดประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ยังไม่พบอะไรออกมาจากช่องคลอด
  • หากพบลูกแมวเริ่มโผล่พ้นช่องคลอด แต่ไม่สามารถคลอดออกมาได้ภายใน 5 นาที 
  • อายุครรภ์ครบตามกำหนดแล้ว และแม่แมวไม่กินอาหารนานกว่า 24 ชั่วโมง
  • ระยะการตั้งท้องนานกว่า 70 วัน
  • มีเลือดออกมากขณะคลอด
  • แม่แมวอุ้งเชิงกรานแคบ (เช่น เคยถูกรถชน หรือเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เชิงกรานแตก)

หลักการสังเกตความผิดปกติและวิธีดูแลลูกแมวหลังคลอด

ในภาวะปกติ หลังจากคลอดลูกแล้ว แม่แมวจะกลับมากินอาหารได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง ส่วนลูกแมวจะเริ่มลืมตาภายใน 5-14 วัน (เฉลี่ย 8 วัน) และเริ่มมีการได้ยินภายใน 6-14 วัน (เฉลี่ย 9 วัน) ตามธรรมชาติ แรกๆ ลูกแมวจะกินนมแม่ แล้วจึงหย่านมภายใน 6-8 สัปดาห์

วิธีดูแลลูกแมวตั้งแต่เพิ่งคลอดจนอายุประมาณ 6 เดือน มีดังนี้

  • หากเป็นแมวเลี้ยง คุณอาจเริ่มหัดให้ลูกแมวกินอาหารเปียกหรืออาหารเม็ดแช่น้ำที่อายุ 3-6 สัปดาห์ หรือดูจากฟันน้ำนมขึ้นเต็มแล้วก็ได้ นอกจากนี้ยังสามารถหัดให้ลูกแมวใช้กระบะทรายได้ตั้งแต่อายุ 4 สัปดาห์ โดยจับลูกแมววางไว้ในกระบะทรายหลังจากกินอาหารเสร็จ
  • หากต้องเลี้ยงลูกแมวกำพร้า ให้เริ่มจากการเตรียมพื้นที่ โดยใช้กล่องสะอาด ปูรองด้วยผ้าสะอาด  หากเป็นลูกแมวที่ยังไม่ลืมตาอาจต้องมีไฟกกเพื่อเพิ่มความอบอุ่น และกล่องควรจะกว้างพอให้ลูกแมวมีพื้นที่หลบได้หากรู้สึกว่าร้อนเกินไป หากลูกแมวอายุต่ำกว่า 3 สัปดาห์ จำเป็นต้องใช้นมสำหรับลูกแมวโดยเฉพาะเท่านั้น (การให้นมวัว อาจทำให้ท้องเสียได้) และหากเป็นลูกแมวแรกเกิด จะต้องป้อนนมทุก 1-2 ชั่วโมง หลังกินเสร็จจะต้องกระตุ้นการขับถ่ายโดยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น (หมาดๆ) เช็ดบริเวณก้นและอวัยวะเพศ เสมือนแทนการเลียของแม่แมว (หากทำถูกวิธี จะเห็นลูกแมวฉี่และอึออกมา) และจะต้องกระตุ้นการขับถ่ายจนกระทั่งลูกแมวอายุประมาณ 2-3 สัปดาห์
  • เมื่ออายุ 3-4 สัปดาห์ อาจหัดให้ลูกแมวกินนมเอง โดยเทใส่ถ้วยให้กินวันละ 4-6 มื้อ (ร่วมกับเริ่มหัดให้กินอาหารเม็ด) เมื่ออายุ 6-12 สัปดาห์จะกินอาหาร 4 มื้อ/วัน และเหลือ 3 มื้อ/วัน เมื่ออายุ 3-6 เดือน
  • เมื่อเจ้าเหมียวน้อยอายุครบ 4 สัปดาห์ สามารถพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับการถ่ายพยาธิ และเตรียมตัวสำหรับการเริ่มฉีดวัคซีนเข็มแรกที่อายุประมาณ 2 เดือน และหากต้องการทำหมันแม่แมว ก็สามารถทำได้เมื่อลูกแมวหย่านมเรียบร้อยแล้ว (แต่ช่วงให้นมก็ต้องขังคุณแม่แมวให้อยู่ในระบบปิดก่อน เพราะตามทฤษฎีแล้ว แม่แมวจะเข้าสู่วงรอบการเป็นสัดหลังจากคลอดประมาณ 7 วัน)

ถ้าใครคิดจะเลี้ยงเจ้าเหมียวแล้ว อย่าลืมพาไปฉีดวัคซีนภาคบังคับให้ครบ (ไข้หัด หวัดแมว พิษสุนัขบ้า และมะเร็งเม็ดเลือดขาว) รวมถึงทำหมันเพื่อป้องกันการเพิ่มจำนวนประชากรและการตั้งท้องไม่พึงประสงค์ (ปัจจุบันกรมปศุสัตว์ได้ประกาศยกเลิกการฉีดยาคุมกำเนิดในสุนัขและแมวแล้ว เนื่องจากมีผลเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมดลูกอักเสบ ซึ่งมีผลทำให้เสียชีวิตได้) น้องแมวในความดูแลจะได้ปลอดภัยจากโรคติดเชื้อรุนแรง และถ้าเลี้ยงในระบบปิด เจ้าของแมวยังสามารถดูแลและสังเกตอาการผิดปกติได้อย่างใกล้ชิด หากเห็นอะไรผิดสังเกตก็สามารถพาไปพบสัตวแพทย์ได้ทันท่วงทีเมื่อเริ่มเจ็บป่วย

3 การอ้างอิง
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
ผศ. สพ. ญ. ดร. เกษกนก ศิรินฤมิตร, เอกสารประกอบการสอน Reproductive System in Queen, 2545.
Pets.webmd.com, Newborn Kitten Care (https://www.pets.webmd.com/cats/guide/newborn-kitten-care)
Dr. Bruce Fogle, Cat Owner’s Manual: Dependent on mother, 1stedition, 2003.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป