Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

โรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรียในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,232,797 คน

โรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรียในแมว

โรคปอดอักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทำให้เกิดการสะสมของเซลล์และสารน้ำขึ้นภายในปอด, หลอดลม และถุงลมซึ่งจะส่งผลให้เกิดการอักเสบภายในปอดตามมา

สำหรับโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรียนั้นมักมีผลลัพธ์ในการรักษาที่ดีหากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตามอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ (ภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำและติดเชื้อในกระแสเลือด) ซึ่งอาจทำให้มีอัตราการตายที่สูงขึ้น

อาการที่พบ

อาการที่พบได้บ่อยของโรคนี้ประกอบไปด้วย ไอ, มีไข้, หายใจลำบาก, เบื่ออาหาร, น้ำหนักลด, อ่อนเพลีย, มีน้ำมูก ขาดน้ำและหายใจเร็ว นอกจากนั้นยังอาจมีอาการเหนื่อยง่ายและออกกำลังกายได้ลดลงจากการที่หายใจได้ลำบากอีกด้วย หากใช้หูฟังทางการแพทย์ตรวจไปที่ปอดจะได้ยินเสียงที่ผิดปกติ

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรค

สาเหตุของการติดเชื้อแบคทีเรียในปอดนั้นมีได้หลายอย่าง และสามารถติดเชื้อแบคทีเรียได้หลายชนิด โดยเชื้อที่พบบ่อยที่สุดคือ Bordetella bronchiseptica, Pasteurella, และ Moraxella แต่เมื่อเปรียบเทียบกับในสุนัขแล้วจะพบว่าแมวเป็นโรคนี้ได้น้อยกว่า

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้แมวมีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียในปอดเพิ่มขึ้นประกอบด้วยการติดเชื้อไวรัสมาก่อน, มีปัญหาเกี่ยวกับการกลืน, เป็นโรคทางระบบเมตะบอลิกและมีปัญหากรดไหลย้อน

การวินิจฉัย

โรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรียนั้นเป็นเพียงสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปอดเกิดการทำงานผิดปกติเท่านั้น สาเหตุอื่นๆ เช่นโรคปอดอักเสบจากการสำลักซึ่งอาการของทั้งสองโรคนี้เหมือนกัน และในการวินิจฉัยจะต้องทำการวินิจฉัยแยกทั้งสองโรคออกจากกัน

หากสงสัยว่าเป็นโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย จะสามารถส่งตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการได้หลายวิธีเช่นการเก็บตัวอย่างสารน้ำและเซลล์จากในหลอดลมมาตรวจเป็นต้น ซึ่งนอกเหนือจากการตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์แล้วยังจะต้องนำไปเพาะเชื้ออีกด้วยเนื่องจากบางครั้งการตรวจใต้กล้องอาจไม่พบเชื้อแบคทีเรีย ตัวอย่างการส่งตรวจอื่นๆ เช่นการตรวจทางภาพวินิจฉัยเช่นการทำเอกซเรย์ช่องอกและปอด การตรวจเลือด และการตรวจปัสสาวะ

การรักษา

โรคนี้จำเป็นต้องรักษาด้วยยา โดยสัตวแพทย์จะทำการเลือกยาปฏิชีวนะชนิดที่เหมาะสมจากผลการเพาะเชื้อ นอกจากนั้นยังอาจมีการให้การรักษาอื่นๆ ร่วมด้วยตามความรุนแรงของอาการ และถ้าหากมีอาการหลายอย่างเช่นเบื่ออาหาร มีไข้สูง และน้ำหนักลด อาจจะจำเป็นต้องให้แมวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

หากแมวมีอาการหายใจลำบาก จะต้องรักษาด้วยการให้ออกซิเจน และสัตวแพทย์อาจเลือกให้สารน้ำทดแทนเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ

ในระหว่างการรักษาจะต้องทำการจำกัดปริมาณกิจกรรมของแมวยกเว้นเวลาที่ทำกายภาพบำบัดหรือกิจกรรมที่ทำเพื่อช่วยให้ปอดและทางเดินหายใจโล่งขึ้น นอกจากนั้นควรให้แมวพักผ่อนอย่างเพียงพอ ใส่ใจกับความต้องการของพวกมันและป้องกันไม่ให้พวกมันนอนอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานเกินไป

การดูแลและการจัดการ

ภายหลังจากการรักษาเบื้องต้นแล้ว แมวของคุณจะต้องได้รับประทานอาหารที่มีโปรตีนและพลังงานสูง สัตวแพทย์จะทำการติดตามอาการของแมวด้วยการตรวจเลือดและเอกซเรย์เป็นระยะหากจำเป็น และถ้าหากได้รับยาปฏิชีวนะจะต้องรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอตามที่แพทย์สั่ง

การป้องกัน

วิธีหนึ่งที่จะสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคนี้ได้คือการพาแมวไปฉีดวัคซีนเป็นประจำ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม


ดูในแอป