Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูงในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 618,293 คน

ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูงในแมว

ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูงเกิดจากการสร้างไทรอยด์ฮอร์โมนที่มากเกินไป โดยปกติแล้วการหลั่งไทรอยด์ฮอร์โมนนั้นจะเกิดจากการที่ต่อมใต้สมองกระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์หลั่งฮอร์โมนออกมา ฮอร์โมนนี้จะทำหน้าที่เพิ่มกระบวนการเผาผลาญภายในเซลล์ของร่างกาย แต่ในภาวะที่มีไทรอยด์ฮอร์โมนมากเกินไปจะทำให้เซลล์และร่างกายมีการทำงานมากเกินปกติ ทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงาน น้ำหนักลด กระสับกระส่าย และท้องเสียร่วมกับอาการอื่นๆ ได้

ปัจจุบันยังไม่ทราบว่าภาวะนี้เกิดจากสาเหตุทางพันธุกรรมหรือไม่ แต่พบว่าภาวะนี้พบได้บ่อยในแมว และเป็นความผิดปกติทางต่อมไร้ท่อที่พบบ่อยที่สุดในแมวที่มีอายุค่อนข้างมาก (อายุเฉลี่ยของแมวที่เป็นโรคนี้อยู่ที่ 13 ปี และสามารถพบได้ตั้งแต่ 4-22 ปี)

อาการที่พบเมื่อมีไทรอยด์ฮอร์โมนในระดับสูง

  • มีอาการเกิดขึ้นในหลายอวัยวะเนื่องจากร่างกายมีการเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้น
  • น้ำหนักลด
  • อยากอาหารเพิ่มขึ้น
  • ดูยุ่งอยู่ตลอดเวลา
  • ผอมลง
  • อาเจียน
  • ท้องเสีย
  • หิวน้ำบ่อย
  • ปัสสาวะบ่อย
  • หายใจเร็ว
  • หายใจเหนื่อย
  • ได้ยินเสียงหัวใจเต้นผิดปกติ, หัวใจเต้นเร็ว
  • อยู่ไม่สุข
  • ก้าวร้าว
  • ต่อมไทรอยด์โตขึ้น ซึ่งคุณจะสามารถคลำได้ก้อนที่คอ
  • เล็บหนาขึ้น

มีแมวที่เป็นโรคนี้น้อยกว่า 10% ที่มีอาการซึมร่วมกับเบื่ออาหาร กินได้น้อย ซึมเศร้าและอ่อนแรง

สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง

 

  • ต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป (มีบางส่วนของต่อมไทรอยด์ที่ผลิตไทรอยด์ฮอร์โมนออกมาเกินความควบคุมของต่อมใต้สมอง)
  • บางครั้งอาจเกิดจากโรคมะเร็งที่ต่อมไทรอยด์ได้
  • มีรายงานว่าภาวะนี้อาจเกิดในแมวที่รับประทานอาหารกระป๋อง
  • เมื่อแมวมีอายุเพิ่มขึ้นก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

การวินิจฉัยโรค

อาการของภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนในเลือดสูงนั้นอาจคล้ายคลึงกับอาการของโรคไตวายเรื้อรัง ตับวายเรื้อรังและมะเร็ง (โดยเฉพาะมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในช่องท้อง) ได้ ซึ่งสัตวแพทย์สามารถแยกโรคเหล่านี้ออกได้จากการตรวจเลือดและตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์

การตรวจเอกซเรย์ช่องอกและการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงที่หัวใจนั้นเป็นการตรวจที่สามารถประเมินความรุนแรงของโรคหัวใจได้ และการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงในช่องท้องอาจสามารถช่วยระบุว่ามีโรคไตหรือไม่

การตรวจ Thyroid gland scintigraphy (เป็นการตรวจโดยการใช้สารทึบรังสี) สามารถช่วยวินิจฉัยโรคนี้และระบุตำแหน่งที่เนื้อเยื่อของต่อมไทรอยด์ที่ผิดปกติได้ การตรวจพบระดับของ T4 (tetraiodothyronine) ในเลือดนั้นเป็นการตรวจที่ใช้บ่อยที่สุดและสามารถยืนยันการวินิจฉัยว่ามีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนในเลือดสูงได้ อย่างไรก็ตามในบางกรณีอาจพบว่าระดับ T4 อาจเป็นปกติได้ โดยเฉพาะในแมวที่เพิ่งเป็นโรค หากแมวของคุณมีอาการของโรคนี้แต่ว่าผลตรวจเลือดไม่สามารถสรุปได้ คุณอาจจะต้องตรวจติดตามกับสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจเลือดเพิ่มเติม

การรักษา

การรักษาโรคนี้นั้นทำได้ 3 วิธีคือการรับประทานยาที่จะยับยั้งการสร้างไทรอยด์ฮอร์โมน การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออก และการใช้สารทึบรังสีซึ่งจะต้องรักษาและติดตามอาการในโรงพยาบาลเท่านั้น

การผ่าตัดต่อมไทรอยด์นั้นจะทำได้ดีที่สุดเมื่อมีต่อมไทรอยด์ที่ผิดปกติเพียงต่อมเดียว เนื่องจากการนำต่อมไทรอยด์ทั้ง 2 ต่อมออกนั้นจะทำให้เกิดภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำได้ นอกจากนั้น การผ่าตัดยังอาจจะทำให้ต่อมไทรอยด์ที่เหลืออยู่ทำงานมากกว่าปกติได้

การรักษาด้วยการใช้สารทึบรังสีนั้นจะต้องทำให้โรงพยาบาลเท่านั้น ซึ่งระยะเวลาที่ใช้ในการรักษานั้นจะแตกต่างกันตามวิธีการรักษาในแต่ละที่ โดยแมวของคุณจะต้องอยู่โรงพยาบาลหลังกลืนสารทึบรังสีเพื่อให้สารทึบรังสีสลายไปจากร่างกายจนหมดก่อนที่จะสามารถกลับบ้านได้ และเมื่อรับกลับบ้าน คุณจะต้องระวังความเสี่ยงเกี่ยวกับการได้รับสารทึบรังสีซึ่งสัตวแพทย์จะช่วยให้คำแนะนำแก่คุณได้

 

สำหรับการใช้ยาเพื่อควบคุมการทำงานของต่อมไทรอยด์นั้นเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพแต่มักจะต้องรับประทานไปตลอดชีวิต ในแมวบางตัวที่ไม่ได้รับการรักษาโรคนี้อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจวาย ดูดซึมสารอาหารได้น้อยและป้องกันโปรตีนและอาหารมากกว่าปกติ

เมื่ออาการที่เกิดจากภาวะนี้ดีขึ้นแล้วนั้นคุณก็ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอาหารที่แมวรับประทาน แต่ในแมวที่ไตวายนั้นยังอาจจะต้องปรับอาหารเพื่อรักษาและควบคุมอาการของโรคไต

การดูแลจัดการหลังการรักษา

หลังจากทำการรักษา สัตวแพทย์จะต้องทำการตรวจเลือดแมวของคุณซ้ำทุกๆ 2-3 สัปดาห์ในช่วง 3 เดือนแรกของการรักษาเพื่อดูระดับของ T4 ในเลือด ซึ่งสัตวแพทย์จะทำการปรับยาเพื่อควบคุมให้ระดับ T4 นั้นยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ

หากแมวของคุณต้องเข้ารับการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ สัตวแพทย์อาจต้องการติดตามอาการของพวกมันอย่างใกล้ชิดระหว่างพักฟื้น เนื่องจากอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดเช่นภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ และ/หรือกล่องเสียงพิการได้ซึ่งต้องเฝ้าสังเกตและให้การรักษา หลังจากนั้นสัตวแพทย์จะทำการตรวจระดับไทรอยด์ฮอร์โมรในช่วงสัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด และทุกๆ 3-6 เดือนหลังจากนั้นเพื่อดูว่ามีการกลับเป็นซ้ำของโรคหรือไม่

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม