Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพแบบองค์รวม

ระบบไหลเวียนเลือดคืออะไร มีกระบวนการทำงานอย่างไร

ทำความรู้จักระบบไหลเวียนเลือด ส่วนประกอบ กระบวนการทำงาน ความผิดปกติ และวิธีการดูแลป้องกัน
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,070,509 คน

ระบบไหลเวียนเลือดคืออะไร มีกระบวนการทำงานอย่างไร

หัวใจ ของผู้ใหญ่จะมีขนาดเท่ากับกำปั้น ประกอบด้วย กล้ามเนื้อที่เปรียบเสมือนปั๊มน้ำ และปกคลุมด้วยเยื่อหุ้มหัวใจ โดยภายในจะมี “ระบบไหลเวียนเลือด” คอยหล่อเลี้ยงเลือดไปทั่วร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

ทำความรู้จักระบบไหลเวียนเลือด

ระบบไหลเวียนเลือด เป็นระบบภายในหัวใจ ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดที่มีปริมาณออกซิเจน (O2) สูงหรือที่เรียกว่า “Oxygenated blood” ไปหล่อเลี้ยงเซลล์เนื้อเยื่อทั่วร่างกาย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่รับเลือดที่มีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) สูงออกจากเนื้อเยื่อกลับเข้าสู่หัวใจ และส่งไปฟอกต่อที่ปอด ก่อนที่จะรับเลือดที่ถูกฟอกแล้วกลับสู่กระบวนการไหลเวียนเลือดอีกครั้ง

ส่วนประกอบของระบบไหลเวียนของเลือด

ระบบไหลเวียนเลือด ประกอบด้วย 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ หัวใจ (Heart) และหลอดเลือด (Vesseles) โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • หัวใจ เป็นศูนย์กลางของระบบไหลเวียนเลือด ทำหน้าที่นำเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายโดยผ่านหลอดเลือดแดง และนำเลือดเสียกลับสู่หัวใจทางหลอดเลือดดำ
  • หลอดเลือด แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ หลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ โดยเลือดที่ไหลผ่านหลอดเลือดแดงเป็นเลือดที่ถูกสูบฉีดด้วยแรงดันที่สูง ทำให้ผนังของหลอดเลือดแดงต้องมีถึง 4 ชั้น เพื่อให้ความแข็งแรงพอที่จะรับแรงดันดังกล่าวได้
    ซึ่งหลอดเลือดแดงทั้งขนาดใหญ่ และเล็ก จะมีชั้นกล้ามเนื้อที่สามารถขยายและหดตัวได้เพื่อควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ส่วนหลอดเลือดดำจะมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นน้อยกว่า แต่มีชั้นกล้ามเนื้อยาวกว่า หลอดเลือดดำจะมีลิ้นซึ่งทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เลือดไหลย้อนหลับ

กระบวนการทำงานของระบบไหลเวียนเลือด

ระบบไหลเวียนเลือดจะเริ่มต้นกระบวนการใหม่ทุกครั้งที่หัวใจเต้น 1 ครั้ง หรือแต่ละครั้งที่หัวใจบีบตัว โดยหัวใจจะสูบฉีดเลือดที่ผ่านการฟอกจากปอดไปเลี้ยงทั่วร่างกายผ่านหลอดเลือดใหญ่ เลือดดีจะอุดมไปด้วยสารอาหารและออกซิเจน

ใน 1 ครั้ง จะมีเลือดประมาณ 60-90 มิลลิลิตร เข้าสู่หลอดเลือดแดงใหญ่ (Aorta) ซึ่งมีแรงดันมากพอที่จะส่งเลือดเข้าสู่หลอดเลือดขนาดเล็กที่สุด และไกลที่สุด โดยเส้นเลือดในร่างกายผู้ใหญ่นั้นจะมีความยาว 60,000 ไมล์

เมื่อหัวใจคลายตัวเลือดที่มีออกซิเจนเหลือน้อย หรือเลือดเสียจากทั่วร่างกายจะไหลเข้าสู่ระบบหลอดเลือดดำ กลับไปยังหัวใจ ก่อนที่จะถูกนำไปฟอกต่อที่ปอดเพื่อเริ่มต้นวงจรการไหลเวียนของเลือดใหม่

เส้นทางการไหลเวียนเลือดในหัวใจ

ปกติหัวใจจะแบ่งออกเป็น 2 ซีก ซีกละ 2 ห้อง รวมกันเป็น 4 ห้อง ประกอบด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ใครที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวขาดความชุ่มชื่น ขาดคอลลาเจนหรืออายุเริ่มมากขึ้น

เราอยากชวนคุณมาทดสอบ (มีค่าตอบแทนให้)

Istock 490582789
  • หัวใจห้องบนซ้าย (Left atrium)
  • หัวใจห้องบนขวา (Right atrium)
  • หัวใจห้องล่างซ้าย (Left ventricle)
  • หัวใจห้องล่างขวา (Right ventricle)

แต่ละห้องจะมีผนังกั้นอยู่และเชื่อมถึงกัน แต่จะมีลิ้นหัวใจคอยเป็นตัวปิดกั้น เพื่อควบคุมให้เลือดไหลถูกทาง โดยเส้นทางการไหลเวียนเลือดมีดังนี้

  • หัวใจด้านขวาจะรับเลือดที่มีปริมาณออกซิเจนต่ำ (Deoxygenated blood) จากส่วนต่างๆ ของร่างกาย ผ่านหลอดเลือดดำ แล้วส่งต่อไปยังปอดเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจน (Reoxygen)
  • หลังจากเลือดถูกฟอกแล้ว เลือดจะถูกส่งกลับมายังหัวใจด้านบนซ้าย เข้าสู่ห้องล่างซ้าย เป็นส่วนสำคัญในการสูบฉีดเลือดที่มีปริมาณออกซิเจนสูง (Oxygenated blood) เหล่านี้ส่งไปเลี้ยงทั่วร่างกายผ่านทางหลอดเลือดแดงใหญ่ (Aorta) ต่อไป

โรคระบบหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่ง

โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ส่วนใหญ่เกิดจากหัวใจล้มเหลว

โรคเหล่านี้มักพบมากในประเทศที่พัฒนาแล้ว เพราะเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเมือง เช่น รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง สูบบุหรี่ ไม่ออกกำลังกาย และรวมทั้งปัจจัยจากกรรมพันธุ์ด้วย

สาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติของระบบไหลเวียนเลือด

ระบบไหลเวียนเลือดจะทำงานผิดปกติก็ต่อเมื่อหลอดเลือดแดงเกิดการอุดตัน หรือมีสิ่งกีดขวาง เช่น มีก้อนไขมัน หรือลิ่มเลือด ส่งผลให้ความดันเลือดสูงขึ้น หลอดเลือดอาจเกิดการฉีกขาด หรืออาจทำให้หลอดเลือดอุดตัน

ลักษณะอาการเมื่อระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติ

หากการไหลเวียนของเลือดลดน้อยลงจะมีอาการแสดงออกมาตามอวัยวะส่วนต่างๆ เช่น

  • หัวใจ จะมีอาการเจ็บหน้าอก ใจสั่น หายใจลำบาก
  • สมอง จะมีอาการมึนงง สับสน เป็นลม
  • ขา จะมีอาการปวดขา ขาบวม

เมื่อเกิดอาการผิดปกติดังกล่าว ให้รีบไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรเพิกเฉย เพราะอาจส่งผลกระทบร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากไม่แน่ใจว่าสุขภาพหัวใจของตัวเองแข็งแรงดีหรือไม่ สามารถจองคิวตรวจหัวใจได้ผ่านทาง HonestDocs

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

โดยคุณสามารถเปรียบเทียบราคาตรวจสุขภาพหัวใจโรงพยาบาลต่างๆ ได้ ที่นี่ หรือแอดไลน์ @HonestDocs เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

วิธีการดูแลรักษาระบบไหลเวียนเลือดให้แข็งแรง

ระบบไหลเวียนเลือดมีความสำคัญมาก เพราะอวัยวะต่างๆ ของร่างกายจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมีการไหลเวียนของเลือดที่ดี ซึ่งขึ้นอยู่กับการทำงานของหัวใจ และหลอดเลือดแดง ที่ทำหน้าที่สูบฉีดเลือด และนำเลือดไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ดังนั้น เราจึงต้องดูแลรักษาระบบไหลเวียนเลือดให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยมีวิธีการดูแลระบบไหลเวียนเลือดด้วยตัวเองแบบง่ายๆ คือ

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3-5 วัน วันละ 30 นาที เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต  ทำให้หัวใจแข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะสารเคมีหลายชนิดในบุหรี่เป็นอันตรายต่อหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต
  • ตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำ จะช่วยให้แพทย์พบปัญหาที่อาจกลายเป็นอันตรายได้ตั้งแต่ในระยะแรกเริ่ม ทำให้การรักษาได้ผลดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด วิธีการตรวจหัวใจที่นิยมมี 2 อย่าง คือ ตรวจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง ECHO (Echocardiography) และตรวจสมรรถภาพหัวใจออกกำลังกายขณะออกกำลังกาย EST (Exercise Stress Test)
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมัน หรืออาหารฟาสต์ฟู้ดที่อุดมไปด้วยคลอเรสเตอรอลชนิดไม่ดี (Low Density Lipoprotein: LDL) หรือที่เรียกว่า “ไขมันเลว”
  • ผ่อนคลายความเครียด หากระดับฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอล (Cortisol) เพิ่มสูงขึ้น จะส่งผลให้เกิดแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมทำลายสุขภาพ เช่น รับประทานอาหารมากขึ้น สูบบุหรี่มากขึ้น ออกกำลังกายน้อยลง และอาจส่งผลต่อการนอนหลับ และความดันโลหิตอีกด้วย

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ดูในแอป