มะเร็งและโรคร้าย

การสวนหัวใจและหลอดเลือด กับการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 6, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 8 นาที
Istock 836406352 %281%29

การสวนหลอดเลือดเป็นกระบวนการวินิจฉัยที่ช่วยทำให้แพทย์เข้าถึงข้อมูลโครงสร้างและการทำงานหัวใจ

โดยการใช้เทคนิคเอกซเรย์เพื่อร่างภาพหลอดเลือดที่ส่งผ่านเลือดเข้าสู่กล้ามเนื้อหัวใจ (หลอดเลือดหัวใจ) ผสานกับเทคนิคฉีดสีเข้าหลอดเลือดที่จะช่วยทำให้ภาพหัวใจที่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เหตุใดจึงต้องเข้ารับการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ?

การฉีดสีเข้าหลอดเลือดจะดำเนินการเพื่อตรวจสอบหลอดเลือดหัวใจ และเพื่อวินิจฉัยการมีอยู่ของภาวะหัวใจของคนไข้เพื่อหาแนวทางการรักษาที่ถูกวิธีที่สุด ยกตัวอย่างสถานการณ์ที่ต้องใช้กระบวนการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ เช่น:

หลังจากประสบกับภาวะหัวใจวาย: ที่ซึ่งหลอดเลือดที่ดันเลือดไปเลี้ยงหัวใจเกิดการปิดกั้น

เพื่อตรวจสอบวินิจฉัยภาวะเจ็บหน้าอก: ซึ่งเป็นอาการเจ็บข้างในหน้าอกที่เกิดจากหลอดเลือดหัวใจ

เพื่อวางแผนกระบวนการผ่าตัด: อย่างเช่นการการผ่าตัดขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน หรือการผ่าตัดบายพาสหัวใจ (CABG) เป็นต้น

การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจถูกพิจารณาว่าเป็นหลักกระบวนการที่ดีที่สุดในการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจ (ภาวะโรคที่ส่งผลต่อหลอดเลือดที่ส่งเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ)

เกิดอะไรขึ้นระหว่างการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ?

ระหว่างกระบวนการ แพทย์จะใช้ท่อสวนที่ยาวและยืดหยุ่นสอดเข้าเส้นเลือดบริเวณขาหนีบหรือข้อมือ ด้วยการใช้เทคนิคเอกซเรย์นำทางให้ปลายสายสวนไปอยู่ในตำแหน่งของหลอดเลือดหัวใจ

แพทย์จะปล่อยสารย้อมที่เรียกว่าสารทึบรังสีผ่านสายสวนไปยังหลอดเลือด และจะมีการบันทึกภาพเอกซเรย์ไว้

สารทึบรังสีจะแสดงออกมาบนภาพ ซึ่งจะช่วยแสดงให้เห็นหลอดเลือดจนสามารถระบุถึงการตีบตันได้อย่างชัดเจน

หลังกระบวนการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ

หลังกระบวนการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ และหลังจากที่คุณผ่านการเฝ้าระวังและพักผ่อนแล้ว คุณก็สามารถกลับบ้านได้ภายในวันเดียวกันนั้นเอง แต่กระนั้นแพทย์จะไม่อนุญาตให้คุณขับขี่ยาพาหนะด้วยตนเอง ทำให้ก่อนเข้ารับการตรวจประเภทนี้คุณต้องพาผู้ดูแลมาด้วย

ผู้คนส่วนมากจะรู้สึกสบายดีหลังจากเข้ารับการตรวจวิธีนี้ แต่อาจจะคงเหลือความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเล็กน้อย จุดที่แพทย์เจาะช่องเข้าผิวหนังของคุณก็อาจจะมีความอ่อนไหวมากกว่าเดิมเป็นอาทิตย์ อีกทั้งรอยฟกช้ำต่าง ๆ อาจจะคงอยู่หลายอาทิตย์อีกด้วย

หากจุดที่แพทย์ทำการตรวจมีอาการบวมออกจนทำให้ปากแผลแย่ลง หรือหากคุณมีปัญหากับระบบไหลเวียนเลือด (มีอาการชา คันหยุกหยิก หรือบริเวณดังกล่าวเปลี่ยนสี) หรือมีเลือดออกมาก คุณควรเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษาโดยด่วน

ความเสี่ยง

การสวนหลอดเลือดหัวใจและการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจเป็นกระบวนการที่นับว่าปลอดภัยอย่างมาก แต่มันก็มีความเสี่ยงอยู่เช่นกัน ดังนี้:

  • ภาวะแพ้สารทึบรังสี (หายาก): หากคุณมีอาการแพ้ใด ๆ อยู่แล้ว ให้คุณแจ้งแพทย์หทัยวิทยา (ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจ) ก่อนเข้ารับการตรวจประเภทนี้
  • จุดที่สอดสายสวนมีเลือดออกใต้ผิวหนัง: ซึ่งจะหายไปเองภายในเวลาไม่กี่วัน (หากกังวลให้คุณปรึกษาทีมรักษา)
  • รอยฟกช้ำ: เป็นภาวะที่นับว่าปกติ แต่หากบริเวณที่เจาะสายสวนเข้าไปมีรอยฟกช้ำหรือบวมมากเกินไปให้คุณไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเพิ่มเติม
  • สำหรับภาวะข้างเคียงที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก ๆ คือหลอดเลือดแดงที่ขาหรือแขนเสียหาย ภาวะหัวใจวาย ภาวะเส้นเลือดไปเลี้ยงสมองตีบ ไตเสียหาย และที่หายากที่สุดคือ เสียชีวิต

ทำไมจึงมีการใช้วิธีการสวนหัวใจและหลอดเลือดกับการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ

การสวนหลอดเลือดและการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจจะช่วยให้แพทย์หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาวะของหัวใจและหลอดเลือดของผู้ป่วยได้

โดยเส้นเลือดหัวใจเป็นหลอดเลือดที่ทำหน้าที่ขนส่งเลือดไปยังกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งหากมีการตีบของเส้นเลือดเกิดขึ้นจะเรียกว่าภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่ตีบตัน (เกิดจากพังผืดไขมันหรือพลากสะสมอยู่ภายในผนังหลอดเลือด) ซึ่งเป็นภาวะที่ใช้เวลาสะสมนานจนทำให้เกิดการตีบของหลอดเลือดแดงขึ้นมา

หัวใจมีอยู่สี่ห้อง ห้องขนาดเล็กสองห้องข้างบนเรียกว่าอะเทรีย ส่วนห้องขนาดใหญ่กว่าอีกสองห้องด้านล่างจะเรียกว่าเวนทริเคิล โดยเวนทริเคิลแต่ละห้องจะมีลิ้นเปิดปิดทางเดียวอยู่เพื่อควบคุมการไหลเวียนโลหิต

ด้วยการใช้เทคนิคสวนหลอดเลือด จะช่วยให้นักหทัยวิทยาสามารถชี้ชัดได้ถึงสภาวะของลิ้นหัวใจและห้องต่าง ๆ ในหัวใจได้ อีกทั้งยังเป็นข้อมูลเรื่องความดันโลหิตของผู้ป่วยได้อีกเช่นกัน

หลอดเลือดแดงเป็นหลอดเลือดที่ทำหน้าที่ขนส่งเลือดจากหัวใจไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย สำหรับการส่งเลือดกลับไปยังหัวใจ จะผ่านหลอดเลือดดำแทน

การฉีดสีหลอดเลือดจะทำให้ภาพถ่ายที่ได้เห็นภาพหลอดเลือดต่าง ๆ ที่เชื่อมไปยังกล้ามเนื้อหัวใจอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น กระบวนการนี้จะช่วยทำให้แพทย์ทำการตัดสินใจหาแนวทางรักษาที่ตรงจุดที่สุด

ภาวะหัวใจ

การฉีดสีย้อมหลอดเลือดหัวใจสามารถวินิจฉัยได้ถึงสภาวะทางหัวใจได้หลายอย่าง รวมไปถึง:

  • ภาวะหัวใจวาย: เป็นภาวะทางการแพทย์ชนิดฉุกเฉินที่ซึ่งหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจเกิดการอุดตันกะทันหัน โดยมักจะเกิดมาจากลิ่มเลือดเอง
  • เจ็บหน้าอก: เป็นความรู้สึกเจ็บหน่วงหรือแน่นอกที่สามารถส่งผลไปยังแขน คอ กราม หรือหลังได้ โดยอาการดังกล่าวเกิดมาจากหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจเกิดตีบตันจากการสะสมกันของสารจำพวกไขมันบนผนังหลอดเลือดแดง

การรักษา

นอกจากการฉีดสีย้อมหลอดเลือดจะใช้มีขึ้นเพื่อการวินิจฉัยโรคแล้ว มันยังสามารถใช้เพื่อการรักษาอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น:

  • การผ่าตัดขยายหลอดเลือดแดงด้วยบอลลูน: หรือเรียกกันว่า การรักษาหลอดเลือดตีบตันผ่านสายสวน (PCI) ซึ่งหมายถึงกระบวนการที่ช่วยขยายหลอดเลือดแดงที่เกิดการตีบตัน และมักดำเนินการไปพร้อมกับการถ่ายภาพหลอดเลือด
  • การผ่าตัดบายพาสหลอดเลือด (CABG): เป็นการผ่าตัดที่สร้างทางเบี่ยงของเลือดอ้อมตำแหน่งที่เกิดการตีบตันไป
  • การผ่าตัดลิ้นหัวใจ: โดยลิ้นหัวใจคือโครงสร้างที่อยู่ภายในหัวใจที่ทำหน้าที่ควบคุมการไหลเวียนของเลือดไปสู่อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย

การสวนหลอดเลือดแดงกับการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจดำเนินการอย่างไร?

การสวนหลอดเลือดหัวใจและการฉีดสีหลอดเลือดจะดำเนินการตามโรงพยาบาลหรือคลินิกเฉพาะทางหทัยวิทยา

ทีมรักษาจะเป็นผู้ดำเนินกระบวนการทั้งหมดโดยจะมีทั้งนักหทัยวิทยา พยาบาล ช่างผู้เชี่ยวชาญด้านหลอดเลือด และช่างถ่ายภาพรังสี (ที่เชี่ยวชาญด้านการใช้เทคนิคถ่ายภาพรังสีต่าง ๆ )

โดยกระบวนการสวนหลอดเลือดมักดำเนินในห้องเอกซเรย์หรือห้องปฏิบัติการณ์การสวนหลอดเลือดโดยเฉพาะ

ก่อนเริ่มกระบวนการ คุณควรแจ้งนักหทัยวิทยาถึงภาวะภูมิแพ้ของคุณที่เป็นอยู่ และการใช้ยา ณ ปัจจุบันก่อน แม้ว่ายาที่รับประทานทุกวันจะไม่เกี่ยวข้องกับภาวะโรคหัวใจก็ตาม

หากคุณกำลังใช้ยาเจือจางเลือด แพทย์จะสั่งให้คุณงดยาประเภทนี้ไปก่อนเข้ารับการตรวจประมาณ 3 ถึง 5 วัน โดยคุณต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

โดยทั่วไปแล้ว แพทย์จะขอให้คุณงดรับประทานหรือดื่มอะไรก่อนเข้ารับการตรวจ 6 ชั่วโมงอีกด้วย

ยาระงับประสาท

กระบวนการนี้จะดำเนินการภายใต้ยาชาเฉพาะจุด โดยคุณสามารถเลือกยาระงับประสาทที่แพทย์มีไว้ได้เช่นกัน

หากคุณได้รับยาระงับประสาท คุณจะรู้สึกง่วงนอนและผ่อนคลายแต่จะยังคงรู้สึกตัวอยู่ตลอดกระบวนการ ซึ่งยาตัวนี้จะคงสติของคุณอยู่เพื่อรับฟังคำสั่งของแพทย์

ยกตัวอย่างเช่นคุณอาจถูกขอให้หายใจเข้าลึก ๆ และกลั้นหายใจในบางช่วงของกระบวนการ เป็นต้น

การสอดส่องหัวใจของคุณ

ตลอดกระบวนการ คุณจะถูกติดกับเครื่องอีเล็กโทรคาร์ดิโอแกรม (ECG) ที่ใช้บันทึกจังหวะการเต้นและกิจกรรมทางไฟฟ้าของหัวใจ โดยใช้ปุ่มอีเล็กโทรด (ปุ่มแผ่นโลหะที่มีขนาดเล็ก) ติดตามร่างกายของคุณอย่างบนแขน ขา และหน้าอก ปุ่มอีเล็กโทรดจะเชื่อมไปยังเครื่องบันทึกสัญญาณไฟฟ้าที่คอยบันทึกจังหวะการเต้นหัวใจของคุณ

กระบวนการ

สมมุติว่าคุณไม่จำเป็นต้องเข้ารับกระบวนการอื่น ๆ นอกเสียจากการสวนหลอดเลือด กระบวนการทั้งหมดควรจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง

รายละเอียดต่อไปนี้คือลำดับกระบวนการที่คุณต้องผ่านระหว่างการสวนหลอดเลือดหัวใจและฉีดสีหัวใจ

หลังจากคุณถูกพาตัวเข้าห้องปฏิบัติการณ์ คุณจะถูกจัดให้นอนลงบนเตียง หากคุณต้องถูกสอดสายสวนบริเวณขาหนีบ ทีมรักษาจะทำการโกนขนและทำความสะอาดบริเวณดังกล่าวด้วยน้ำปราศจากเชื้อโรค

คุณจะถูกห่มด้วยผ้าที่ผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้วและได้รับยาชาเพื่อทำให้ผิวหนังบริเวณขาหนีบหรือแขนชา

สายสวนจะถูกสอดผ่านผิวหนังของคุณเข้าไปยังท่อที่เรียกว่าปลอกสายสวน

สายสวนจะเคลื่อนผ่านหลอดเลือดของคุณเข้าไปยังหัวใจ โดยใช้เทคนิคเอกซเรย์นำทางไป

แพทย์จะทำการฉีดสารทึบรังสีเข้าไปยังสายสวน โดยระหว่างนี้จะมีการวัดความดันที่หัวใจของคุณตลอด

เมื่อสารทึบรังสีถูกฉีดเข้าร่างกายของคุณ คุณอาจจะรู้สึกได้ถึงของเหลวร้อน ๆ ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว โดยคุณอาจสัมผัสได้ถึงรสของเหล็กในปากของคุณได้ ซึ่งไม่ใช่ภาวะที่น่ากังวลแต่อย่างใด ซึ่งทางแพทย์ควรชี้แจงผลของใช้สารทึบแสงไว้ล่วงหน้าแก่คุณ

คุณจะไม่รู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอมใด ๆ ขณะที่สายสวนถูกดันผ่านหลอดเลือดเข้าไป แต่อาจรู้สึกได้ถึงการเต้นหัวใจที่ผิดปรกติเล็กน้อย

ทีมแพทย์จะทำการถ่ายภาพเอกซเรย์หัวใจและหลอดเลือดโดยรอบของคุณเข้าไปเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์

ในบางกรณีอย่างการพบการตีบตันของหลอดเลือดแดง หทัยแพทย์อาจตัดสินใจทำการขยายหลอดเลือดของคุณในทันทีก็ได้ ซึ่งจะใช้เวลาเพิ่มเติมอีกประมาณครึ่งชั่วโมงต่อกระบวนการ และก่อนการตัดสินใจทุกครั้ง แพทย์จะสอบถามความสมัครใจของคุณก่อน นอกเสียจากว่าภาวะดังกล่าวต้องมีการแก้ไขในทันที

หลังจากกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้น แพทย์จะดึงสายสวนออก

หากสายสวนถูกสอดผ่านขาหนีบของคุณ แพทย์และพยาบาลจะกดปากแผลไว้อีกประมาณ 10 นาทีเพื่อทำให้เลือดหยุดไหลออกจากแผล หรืออีกวิธีคือใช้การหนีบแผลด้วยคลิปหลาย ๆ ตัวแทน

หากสายสวนถูกสอดผ่านแขนของคุณ จะมีการแต่งแผลให้แน่นเป็นเวลา 2 ถึง 3 ชั่วโมง

ความเสี่ยงของกระบวนการสอดสายสวนหลอดเลือดและการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ

การสวนหลอดเลือดและการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจถูกพิจารณาว่าเป็นกระบวนการที่ปลอดภัย แต่ก็เช่นเดียวกับกระบวนการทางการแพทย์อื่น ๆ ที่จะมีผลข้างเคียงหรือความเสี่ยงบ้าง

โดยความเสี่ยงที่มักเกิดขึ้นมีดังนี้:

  • เลือดออกใต้ผิวหนัง (เลือดคั่ง): ซึ่งควรจะค่อย ๆ หายไปเองภายในเวลาไม่กี่วัน แต่หากคุณเป็นกังวลก็สามารถทำการปรึกษาแพทย์ได้
  • มีรอยฟกช้ำ: หลังกระบวนการมักจะมีรอยฟกช้ำที่ขาหนีบหรือแขนของคุณ ซึ่งเป็นจุดที่แพทย์เสียบสายสวนลงไป
  • แพ้สารทึบรังสี: เป็นภาวะเสี่ยงที่หายาก แต่เพื่อการป้องกัน คุณควรแจ้งแพทย์ผู้ดำเนินการล่วงหน้ากระบวนการหากคุณมีภาวะภูมิแพ้ใด ๆ ก็ตาม

ภาวะข้างเคียงที่ร้ายแรง

ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะข้างเคียงที่อันตรายจากกระบวนการเหล่านี้คาดว่าอยู่ที่ 2 จาก 1,000 กรณีเท่านั้น โดยมักส่งผลต่อหัวใจเป็นส่วนใหญ่ ทางทีมนักหทัยวิทยาต้องชี้แจงคุณถึงความเสี่ยงข้อนี้ก่อนให้คุณตัดสินใจเข้ารับการตรวจแบบนี้ก่อน ความเสี่ยงดังกล่าวมีดังนี้:

  • หัวใจวาย: เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ซึ่งหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจเกิดการอุดตันกะทันหัน ซึ่งมักเกิดมาจากลิ่มเลือดเอง
  • ภาวะหลอดเลือดเลี้ยงสมองเกิดตีบตัน: เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ซึ่งหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเกิดอุดตัน
  • เกิดความเสียหายที่เส้นเลือดแดงที่แขนหรือขาหนีบที่ทำการสอดสายสวนเข้าไป โดยมักส่งผลเป็นการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะส่วนนั้นเกิดบกพร่องไป
  • ไตเสื่อมสภาพ
  • เนื้อเยื่อเสียหายจากการสัมผัสรังสีเอกซเรย์มากเกินไป

การพักฟื้นหลังการสอดสายสวนหลอดเลือดและการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ

หลังเข้ารับการตรวจด้วยวิธีสวนหลอดเลือดและฉีดสีหลอดเลือดหัวใจแล้ว ความดันโลหิตและชีพจรของคุณจะถูกบันทึกไว้

หากว่าสายสวนถูกสอดผ่านขาหนีบ พยาบาลจะทำการกดแผลของคุณไว้เป็นเวลา 5 ถึง 10 นาทีเพื่อหยุดเลือดไม่ให้ไหลออกมาหลังการถอนปลอกสายสวนออกจากผิวหนัง

ในบางครั้งแพทย์อาจใช้หัวปิดคอลาเจนขนาดเล็กที่ตำแหน่งที่สอดท่อ หรือใช้ไหมเย็บแผลชนิดพิเศษเพื่อปิดปากแผล ซึ่งหากทำเช่นนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องกดปากแผลไว้

หากสายสวนถูกสอดผ่านเส้นเลือดที่แขนของคุณ จะมีการสวมปลอกแขนแรงดันรอบแขนของคุณไว้ โดยแรงดันของปลอกจะค่อย ๆ ลดลงภายในเวลาหลายชั่วโมง โดยพยาบาลจะตรวจสอบหาจุดที่มีเลือดออกเพิ่มเติมหลังจากนั้น (จุดที่เสียบปลอกสายสวนไว้)

หากคุณถูกสวนสายผ่านแขน คุณจะสามารถลุกขึ้นนั่งได้ทันทีที่เสร็จกระบวนการ และสามารถเดินไปมาได้หลังจากนั้นทันที

แต่หากสายสวนถูกเสียบผ่านขาหนีบของคุณ คุณต้องนอนราบระยะเวลาหนึ่งเพื่อรอให้เลือดหยุดไหล ซึ่งหากเป็นไปได้ด้วยดี คุณก็สามารถลุกนั่งได้หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง และไม่นานแพทย์สามารถปล่อยให้คุณเดินไปมาได้

หากคุณรู้สึกไม่สบายตัวหลังกระบวนการให้รีบแจ้งแพทย์ผู้ดูแลทันที

หลังการสอดสายสวนหลอดเลือดไม่กี่ชั่วโมง คุณสามารถให้สมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อที่พามาด้วยพาคุณกลับบ้านได้

ส่วนมาก ผู้ที่ผ่านการตรวจประเภทนี้มักจะรู้สึกดีขึ้นเองภายหลังกระบวนการทั้งหมด แต่อาจมีความรู้สึกเหนื่อยล้าเล็กน้อย อีกทั้งตำแหน่งที่มีแผลเจาะอาจมีความระคายเคืองง่ายไปอีกสัปดาห์หนึ่ง และรอยฟกช้ำที่เกิดขึ้นอาจคงอยู่นานกว่าสองอาทิตย์

คำแนะนำในการดูแลตนเอง

รายละเอียดต่อไปนี้คือคำแนะนำที่จะช่วยในการพักฟื้นของคุณ:

  • พยายามหลีกเลี่ยงการแช่ร้อนเป็นเวลาสามถึงสี่วัน จนกว่าแผลจะหายดี (คุณสามารถอาบน้ำได้)
  • หลังจากกระบวนการทั้งหมดหนึ่งวัน คุณสามารถเปลี่ยนผ้าปิดแผลได้ โดยค่อย ๆ ทำความสะอาดบริเวณโดยรอบด้วยน้ำสบู่จาง ๆ และเช็ดหรือเป่าให้แห้งที่สุดก่อนติดผ้าปิดแผลชิ้นใหม่ ควรทำเช่นนี้ทุกวันจนกว่าผิวหนังจะหายดี
  • ติดต่อทีมรักษาทันทีที่มีอาการบวมแดงหรือบริเวณแผลร้อนเมื่อสัมผัสโดน หรือเมื่อคุณมีไข้สูง ผื่นขึ้น มีอาการชา หรือมีความเจ็บปวดที่ขาขณะเดิน
  • ห้ามขับขี่ยานพาหนะเป็นเวลา 24 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการเล่นกีฬา หรือกิจกรรมหนัก ๆ อย่างการยกของที่หนักมากกว่า 5 กิโลกรัมเป็นเวลาสองถึงสามวัน โดยผู้คนส่วนมากจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปรกติได้หลังจากนั้นไม่กี่วัน

 

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่