ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Acute myocardial infarction)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 23, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

ความหมาย

ภาวะที่เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยงเป็นเวลานานทำให้การเผาผลาญของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจหยุดลงและตายในที่สุด หรือเป็นภาวะที่เนื้อเยื่อหัวใจขาดเลือด และได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ทำให้มีการตีบแคบของหลอดเลือดโคโรนารีทำให้เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจตาย

สาเหตุ

เกิดจากการตีบตันของหลอดเลือดแดงโคโรนารี

พยาธิสรีรภาพ        

เมื่อหลอดเลือดแดงโคโรนารีตีบแข็ง จะทำให้หลอดเลือดฉีกขาดง่าย หากหลอดเลือดได้รับบาดเจ็บแผ่นพังผืดจะฉีดขาด และกระตุ้นให้มีการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดและเกิดก้อนลิ่มเลือด ทำให้หลอดเลือดแดงโคโรนารีอุดตันจึงขัดขวางการไหลเวียนเลือดซึ่งทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยง หากขาดเลือดนาน 20 นาที กล้ามเนื้อหัวใจจะตายและปรากฏอาการเจ็บหน้าอกภายใน 8-10 วินาที หลังจากที่มีการไหลเลือดลดลง เมื่อหัวใจขาดเลือดออกซิเจนจะเกิดเมตาบอลิซึมแบบไม่ใช้ออกซิเจนทำให้ Adenosine triphosphate (ATP) ลดน้อยลง และมีกรดแลกติก ทำให้เซลล์ทำงานน้อยลงและถูกเอนไซม์ไลโซโซมที่อยู่ภายในเซลล์ทำลาย เมื่อร่างกายมีภาวะกรดทำให้การนำไฟฟ้าผิดปกติ หัวใจเต้นผิดปกติ และหัวใจสูบฉีดเลือดลดลง หากมีกล้ามเนื้อหัวใจตายจะทำให้เอมไซม์ที่อยู่ภายในเซลล์ถูกขับออกมาในกระแสเลือดซึ่งตรวจพบได้ทางห้องปฏิบัติการ กล้ามเนื้อหัวใจตายไปแล้ว 6 ชั่วโมง จึงจะพบว่าบริเวณกล้ามเนื้อหัวใจจะมีลักษณะซีดอาจมีจ้ำเขียวและบวม ใน 24 ชั่วโมงต่อมาเม็ดเลือดขาวชนิดโพลีมอร์โฟนิวเคลียร์ (Polymorphonuclear) จะเข้ามากลืนกินเซลล์ที่ตาย กล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนอาจดีขึ้น บางส่วนจะเป็นพังผืดจากการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันจากไฟโบรบลาสท์และกลายเป็นแผลเป็นโดยใช้เวลา 2-3 เดือน กล้ามเนื้อหัวใจจะตายมากน้อยขึ้นกับขนาดของหลอดเลือดแดงโคโรนารีที่ตีบตัน และระยะเวลาที่ตีบตัน รวมทั้งการไหลเวียนเสริมจากหลอดเลือดข้างเคียง (Collateral vessels) บริเวณของหัวใจที่พบว่ามีการตายมากที่สุดคือผนังด้านหน้าของหัวใจห้องล่างซ้ายใกล้กับยอดหัวใจ (Anterior wall of left ventricle) เนื่องจากหลอดเลือดแดงโคโรนารีซ้าย (Left coronary artery) อุดตัน

บริเวณที่มีกล้ามเนื้อหัวใจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอจะมี 3 ลักษณะ คือ มีเซลล์ตาย (Infarction) มีเซลล์ที่ได้รับบาดเจ็บ (Injury) และมีเซลล์ที่ขาดเลือดไปเลี้ยง (Ischemia)

อาการ

มีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรงทันทีทันใด อาการเจ็บมักร้าวไปที่หัวไหล่ คอ คาง และแขนด้านซ้าย อาการเหมือน Angina pectoris แต่มีอาการเจ็บหน้าอกนานกว่า 30 นาที

การวินิจฉัยโรค       

จากอาการเจ็บหน้าอกร่วมกับมีการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram; EKG) เช่น ST-segment elevation, ST-segment depression ที่เกิดขึ้นใหม่ มี Q-wave กว้างมากกว่า 1 ช่องเล็ก

ตรวจเลือดดู Cardiac enzymes ที่บ่งชี้ถึงการตายของกล้ามเนื้อหัวใจ เช่น Troponin T (TnT), Myoglobin, Total CPK, CK-MB, SGOT, LDH สูง การตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์หลอดเลือดหัวใจ (Coronary arteriography) จะพบสิ่งผิดปกติ

การรักษา

ให้ยาขยายหลอดเลือดโดยใช้ยากลุ่มไนเตรต เช่น Nitroglycerin อมใต้ลิ้น และพ่นใต้ลิ้น หรือผสมในสารน้ำให้ทางหลอดเลือดดำ เป็นต้น ในรายที่ต้องพ่นยาซ้ำบ่อยๆ หรือมีความดันเลือดสูงร่วมด้วย ให้ยา Aspirin (ASA) 300 มิลลิกรัม รับประทาน 1 เม็ด ให้ยาปิดกั้นเบต้า เพื่อทำให้หัวใจบีบตัวลดลงและช้าลง เช่น Propranolol เริ่ม 5 มิลลิกรัม รับประทานวันละ 3-4 ครั้ง หากมีอาการอีกค่อยเพิ่มขนาด เป็นต้น ห้ามให้ยานี้ในผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจล้มเหลว หอบหืด หรือ หัวใจเต้นช้ากว่า 60 ครั้ง/นาที ผู้ป่วยบางรายแพทย์อาจพิจารณาให้ Thrombolytic drug หรือพิจารณาทำ Percutaneous transluminal coronary angioplasty (PTCA) และการทำผ่าตัดบายพาส (Coronary artery bypass graft; CABG)

การพยาบาล

ช่วยให้ผู้ป่วยทุเลาจากอาการเจ็บหน้าอกโดยจัดให้ผู้ป่วยนอนพักอย่างเต็มที่ (Absolute bed rest) บันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และติดตามการทำงานของหัวใจอย่างต่อเนื่อง ดูแลให้ยาไนโตรกลีเซอ-รีน มอร์ฟีน ยาต้านการเต้นของหัวใจผิดปกติทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษา ป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนโดยดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยาละลายลิ่มเลือดอย่างทันท่วงทีและปลอดภัย ป้องกันการเกิดภาวะเนื้อเยื่อขาดออกซิเจน คลายความวิตกกังวลและความกลัว รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ด้วยตนเองโดยไม่มีอาการเจ็บหน้าอก ให้การพยาบาลผู้ป่วยภาวะวิกฤต โดยบันทึกสัญญาณชีพทุก 5-15 นาที ขณะเจ็บหน้าอกและทุก 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เมื่ออาการดีขึ้นบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 12 leads เมื่อมีอาการเจ็บหน้าอก เตรียมอุปกรณ์ช่วยชีวิตให้พร้อม เจาะเลือดหาระดับเอนไซม์ของกล้ามเนื้อหัวใจ

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "คู่มือร้านยาเล่ม 1 ความรู้เรื่องยาเบื้องต้น และแนวทางการซักถามเพื่อให้การรักษาขั้นต้น" เรียบเรียงโดยเภสัชกรหญิงจิรัชฌา อุดมชัยสกุล วิทยากรอบรมหลักสูตรผู้ช่วยเภสัชกรร้านยา จากสำนักพิมพ์ศิษฏิกร

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เบาหวานขึ้นตามีวิธีรักษาอย่างไรบ้างค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ทำไมหนูปวดเมื่อยตรงสะบักมักจะปวดหัวทุกที
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ความดันสูงมีสิทธิ์หายขาดมั้ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ปวดหัวไมเกรนปวดมากๆเส้นเลือดในสมองจะแตกมั๊ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่