ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac arrhythmias or Cardiac dysrhythmias)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 23, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที

ความหมาย ภาวะผิดปกติของหัวใจ เช่น เต้นช้ากว่าปกติ เต้นเร็วกว่าปกติ เต้นไม่สม่ำเสมอ เต้นไม่เป็นจังหวะ เป็นต้น

สาเหตุ เกิดจากความผิดปกติของจุดกำเนิดคลื่นไฟฟ้าและ/หรือระบบการนำไฟฟ้ามี 3 ชนิด ได้แก่ หัวใจเต้นผิดจังหวะจากความผิดปกติเหนือหัวใจห้องล่าง ความผิดปกติของหัวใจห้องล่าง และการนำไฟฟ้าในหัวใจห้องบนมาสู่หัวใจห้องล่างถูกปิดกั้น การเต้นของหัวใจผิดจังหวะเกิดจากภาวะไม่สมดุลของกรด - ด่าง เซลล์ขาดออกซิเจนความผิดปกติแต่กำเนิด ความผิดปกติของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน พิษจากยา ภาวะไม่สมดุลของอิเล็กโทรไลต์ ภาวะเครียดทางอารมณ์ กล้ามเนื้อหัวใจโต

พยาธิสรีรภาพ การเต้นผิดจังหวะอาจเป็นผลมาจากกระแสการนำไฟฟ้าที่ผิดปกติซึ่งเป็นโดยอัตโนมัติ

อาการ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ใจสั่นรู้สึกเหมือนหัวใจกระโดด หัวใจเต้นแรง เจ็บหน้าอก อันตรายของหัวใจเต้นผิดจังหวะขึ้นอยู่กับชนิดของความผิดปกติ

การวินิจฉัยโรค วินิจฉัยจากลักษณะของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ จากอาการ เคยมีอาการเป็นลม มึนงง เหนื่อยล้า เจ็บหน้าอก ใจสั่น มีโรคหัวใจ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ได้รับยาดิจิท็อกซิน (Digitoxin) จากการตรวจร่างกาย อาจพบผิวซีดเย็น เส้นเลือดอาจโป่งพอง ฟังปอดได้หวีด

การรักษา

1. กรณีหัวใจเต้นช้าเกินไป ให้ยา Atropine 0.5-1 มิลลิกรัม เข้าทางหลอดเลือดดำ หรือให้ Isoproterenol (Isuprell) 1 มิลลิกรัมผสมใน 5%  D/W 500 มิลลิลิตร หยดทางหลอดเลือดดำช้า ๆ หากไม่ได้ผลอาจต้องใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้า (Pacemaker)

2. กรณีหัวใจเต้นเร็วเกินไป รักษาโดยให้ยาลดไข้ งดใช้ยาที่กระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก อาจให้ยาปิดกั้นเบต้า เช่น Propranolol เป็นต้น ให้ยาปิดกั้นแคลเซียม เช่น Verapamil เป็นต้น ให้ยากระตุ้นการทำงานของพาราซิมพาเทติก เช่น ดิจิทาลิส เป็นต้น หรืออาจใช้ Vagal maneuvers เช่น การนวด คาโรติดไซนัส (Carotid massage) โดยให้ผู้ป่วยนอนหนุนหมอนให้คอแอ่นแล้วใช้นิ้ว 2 นิ้วนวดเบา ๆ บริเวณคอด้านข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งสามารถจับชีพจรจากหลอดเลือดแดงคาโรติดได้ชัดเจนที่สุด นวดไม่เกิน 10 วินาที การนวดจะทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น เมื่อคาโรติดบาโรรีเซฟเตอร์รับทราบว่ามีความดันเลือดที่สูงขึ้นและตอบสนองผ่านรีเซฟเตอร์ของประสาทวากัส

จึงเต้นช้าลง ทำ Valsalva maneuvers โดยให้ผู้ป่วยกลั้นหายใจแล้วเบ่งลงกันให้เต็มที่ประมาณ 15 วินาที ความดันช่องอกจะเพิ่มขึ้น เลือดไหลกลับสู่หัวใจน้อยลง ส่งผลให้ปริมาตรเลือดที่ออกจากหัวใจลดลง ความดันในหลอดเลือดแดงลดลงจึงยับยั้งการกระตุ้นบาเรรีเซฟเตอร์ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นแล่ะหลอดเลือดหดตัวเมื่อหยุดเบ่งความดันในช่องอกจะลดลง เลือดดำไหลกลับหัวใจเพิ่มขึ้น ปริมาตรเลือดที่ออกจากหัวใจจึงเพิ่มขึ้น แต่หลอดเลือดยังหดตัวอยู่ ความดันเลือดจึงสูงขึ้น และกระตุ้นบาโรรเซฟเตอร์ ทำให้หัวใจเต้นช้าลง เป็นต้น

3. กรณีหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ หากไม่มีผลต่อการไหลเวียนเลือดจึงไม่จำเป็นต้องรักษา

4. กรณีหัวใจห้องบนเต้นก่อนจังหวะ (Premature atrial contraction: PAC) หากมีการเต้นติดต่อกันนานกว่า 6 นาที อาจต้องใช้ยาเพื่อควบคุม เช่น ควินีดีน ดิจิทาลิส ยาปิดกั้นเบตา เป็นต้น

5. กรณีหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติชั่วคราวที่มีจุดกำเนิดเหนือหัวใจห้องล่าง (Paroxysmal supraventricular tachycardia; PSVT) รักษาโดยกระตุ้นประสาทวากัส เป็นการกระตุ้นการทำงานของพาราชิมพาเทติกช่วยให้หัวใจเต้นช้าลง เช่น การนวดคาโรติดไซนัส (Carotid massage) ทำ Valsalva maneuvers นั่งยอง ๆ หรือยกขาสูงต้านกำแพงหรือผนัง จะช่วยเพิ่มปริมาณเลือดที่ไหลกลับเข้าสู่หัวใจ หากไม่ได้ผลอาจต้องทำช็อกไฟฟ้า (Cardoversion) นอกจากนี้อาจให้ยาจำพวกมอร์ฟีนเข้าหลอดเลือดดำ ให้ยาดิจิทาลิสที่ออกฤทธิ์เร็วและสั้น เช่น Digoxin หาก PSVT เกิดขึ้นบ่อย อาจให้ยาต้านการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ เช่น procainamide ยาต้านแคลเซียม ยาปิดกั้นเบต้า เป็นต้น

6. กรณีหัวใจห้องบนเต้นแบบฟลัตเตอร์ (Atrial flutter) รักษาโดยการแก้ไขตามสาเหตุ หรือหากหัวใจห้องบนเต้นเร็วมาก หรือมีอาการเจ็บหน้าอก และหัวใจห้องล่างซ้ายล้มเหลวต้องช็อกหัวใจด้วยไฟฟ้า

7. กรณีหัวใจห้องบนสั่น (Atrial fibrillation) หากมีอาการเจ็บหน้าอกหรือมีอาการของหัวใจห้องล่างล้มเหลวอาจช็อกหัวใจด้วยไฟฟ้าเพื่อปรับอัตราการเต้นของหัวใจใหม่ หากปริมาตรเลือดที่ส่งออกจากหัวใจยังไม่เพียงพออาจให้ยาดิจิทาลิส ยาปิดกั้นเบตา หรือให้ยา Verapamil เพื่อลดอัตราการเต้นของหัวใจห้องล่างให้ต่ำกว่า 100 ครั้งต่อนาที

8. กรณีหัวใจห้องล่างเต้นก่อนจังหวะ (Premature ventricular contraction; PVC) หากเกิดขึ้นบ่อยมากกว่า 5-6 ครั้ง/นาที หรือเป็น PVC อันตรายซึ่งอาจนำไปสู่การเต้นของทำใจผิดจังหวะชนิดห้องล่างเต้นเร็วเกินไป (VT) และห้องล่างสั่น (VF) ต้องให้ยา Lidocaine หรือ Xylocaine ทางหลอดเลือดดำ และตามด้วยการหยดทางหลอดเลือดดำ อาจให้ยาตัวอื่นร่วมด้วย เช่น Procainamide, Quinidine, Propranolol เป็นต้น ให้ออกซิเจนเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้กับกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งจะช่วยลดความถี่ในการเกิด PVC

9. กรณีหัวใจห้องล่างเต้นเร็วเกินไป (Ventricular tachycardia: VT) ในรายที่จับชีพจรได้ รู้สึกตัวดี ไม่มีอาการเจ็บหน้าอก ให้ออกซิเจน และให้ยาต้านการเต้นของหัวใจผิดจังหวะในสารละลายกลูโคส ทางหลอดเลือดดำนิยมใช้ Lidocaine โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด อาจให้ Procainamidei โดยให้ยานอนหลับก่อนช็อก และให้ออกซิเจนในรายที่จับชีพจรไม่ได้ รักษาเช่นเดียวกับหัวใจห้องล่างสั่น (Ventricular fibrillation; VF)

10. กรณีหัวใจห้องล่างสั่น (Ventricular fibrillation; VF) รักษาโดย การช่วยฟื้นคืนชีพ (Cardiopulmonary resuscitation; CPR) และติด EKG monitor หากคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เป็น VF ให้ทุบหน้าอก หากไม่ได้ผลให้ช็อกหัวใจด้วยไฟฟ้าทันที เมื่อช็อกไฟฟ้าครบ 3 ครั้งแล้วยังไม่ประสบผลสำเร็จ ให้ทำ CPR และให้ยาจำพวก อิพิเนฟริน, Bretylium Lidocaine, Procainamide หรือแมกนีเซียม ควบคู่กับการใส่ท่อหลอดลมคอ เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนและให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ หากเกิดขึ้นนานต้องแก้ไขภาวะกรดจากแลคติกโดยให้โซเดียมไบคาร์บอเนต

11. กรณีหัวใจเต้นผิดจังหวะจากการนำไฟฟ้าในหัวใจห้องบนมาสู่ห้องล่างถูกปิดกันชนิด First-degree atrioventricular (AV) block หากช่วง P-R มากกว่า 0.26 วินาทีหรือเกิดการปิดกั้นในระดับสูงขึ้นให้ Atropine 1 มิลลิกรัม ฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ หรือให้ Isoproterenol หรือ Isuprel หรือหยุดยาดิจิทาลิส หรือหยุดยาต้านหัวใจเต้นผิดจังหวะ หากผู้ป่วยกำลังได้รับยาทั้งสองตัวนี้อยู่

12. กรณีหัวใจเต้นผิดจังหวะจากการนำไฟฟ้าในหัวใจห้องบนมาสู่ห้องล่างปิดกั้นชนิด Second-degree atrioventricular (AV) block รักษาโดยหยุดให้ยาที่เป็นสาเหตุ เช่น ยาดิจิทาลิสหรือยาต้านหัวใจเต้นผิดจังหวะในรายที่มีอัตราการเต้นของหัวใจห้องล่างช้ากว่า 50 ครั้ง/นาที อาจให้ Isoproterenol 1 มิลลิกรัมในสารละลายกลูโคส 250 มิลลิลิตร หยดเข้าทางหลอดเลือดดำ หรืออาจใช้ Atropine 1 มิลลิกรัมฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดชั่วคราว (Temporary pacemaker)

13. กรณีหัวใจเต้นผิดจังหวะจากการนำไฟฟ้าในหัวใจห้องบนมาสหองล่างถูกปิดกั้นชนิด Third-degree atrioventricular (AV) block หรือ Complete heart block ใส่เครื่องกระตุ้นจังหวะหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดชั่วคราวทางหลอดเลือดดำ และให้ Isoproterenol 1 มิลิกรัม ในสารละลายกลูโคส 250-500มิลลิลิตร หยดเข้าทางหลอดเลือดดาอย่างช้า ๆ บางรายอาจต้องใช้ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจด้ายไฟฟ้าชนิดถาวร (Permanent pacemaker) ไว้ตลอดชีวิต

การพยาบาล ช่วยให้เนื้อเยื่อของร่างกายได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอโดยสังเกตและติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจจากจอ EKG monitor อย่างต่อเนื่อง ให้ผู้ป่วยได้รับยาต้านการเต้นของหัวใจผิดจังหวะตามแผนการรักษา ให้ผู้ป่วยนอนพักบนเตียงและจำกัดกิจกรรมของผู้ป่วย จัดสิ่งแวดล้อมให้เงียบสงบและผ่อนคลาย แนะนำไม่ให้ผู้ป่วยเบ่งถ่ายอุจจาระ หากมีอาการท้องผูกต้องรายงานให้แพทย์ทราบเพื่อให้ยาระบาย ให้ออกซิเจนตามแผนการรักษาเพื่อเพิ่มความเข้มข้นของออกซิเจนในกระแสเลือด ให้ยาเพิ่มกำลังการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจตามแผนการรักษา เช่น Digoxin, Lanoxin ก่อนให้ยาต้องฟังอัตราและจังหวะการเต้นของหัวใจ หากหัวใจเต้นช้ากว่า 60 ครั้ง/นาที หรือมี PVC ควรหยุดยาแล้วรายงานให้แพทย์ทราบ ติดตามฤทธิ์ข้างเคียงของยา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ อาจทำให้หัวใจเต้นผิดระวังพิษของยาดิจิทาลิสด้วย ประเมินอาการที่แสดงว่าสมองได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ ได้แก่ สับสน จำบุคคล สถานที่ และเวลาไม่ได้มึนศีรษะ เป็นลม อาการชัก และหมดสติ หากปัสสาวะออกน้อยกว่า 30 มิลลิลิตร/ชั่วโมงแสดงว่าเลือดไปเลี้ยงไตไม่เพียงพอต้องรายงานให้แพทย์ทราบ บันทึกสัญญาณชีพเพื่อประเมินว่าร่างกายได้รับเลือดเพียงพอหรือไม่ ดูแลไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากก้อน Emboli ในหลอดเลือดโดยแนะนำให้ออกกำลังกาย เช่น หมุนข้อเท้าขึ้นลง เหยียดขาตรงและงอขาสลับกัน เป็นต้น กระตุ้นให้ผู้ป่วยลุกนั่งและทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น เฮปาริน เป็นต้น ตามแผนการรักษา สังเกตอาการเจ็บหน้าอกอย่างเฉียบพลัน กระสับกระส่าย วิตกกังวลโดยไม่มีเหตุผล แขนขาเย็นชีพจรเบาลง ความรู้สึกตัวลดลง ให้รีบรายงานให้แพทย์ทราบ คลายความวิตกกังวลและลดความกลัว รวมทั้งช่วยให้ผู้ป่วยสามารถปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง เช่น แนะนำให้งดสูบบุหรี่ งดดื่มสุราหรือกาแฟ การคลายเครียด เป็นต้น แนะนำการรับประทานยา อาการผิดปกติที่ต้องมาพบแพทย์ก่อนเวลานัด เช่น ใจสั่น รู้สึกหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ รู้สึกหัวใจหยุดเต้น หน้ามืดหรือหมดสติ มีอาการเจ็บหน้าอก ปัสสาวะออกน้อย เพื่อออกชีพจรเบาเร็ว หายใจ เหนื่อยหอบนอนราบไม่ได้ หายใจลำบาก ไอมีเสมหะเป็นฟองสีชมพู แขนขาเย็น ปลายมือปลายเท้าเขียว เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "คู่มือร้านยาเล่ม 1 ความรู้เรื่องยาเบื้องต้น และแนวทางการซักถามเพื่อให้การรักษาขั้นต้น" เรียบเรียงโดยเภสัชกรหญิงจิรัชฌา อุดมชัยสกุล วิทยากรอบรมหลักสูตรผู้ช่วยเภสัชกรร้านยา จากสำนักพิมพ์ศิษฏิกร

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เบาหวานขึ้นตามีวิธีรักษาอย่างไรบ้างค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ทำไมหนูปวดเมื่อยตรงสะบักมักจะปวดหัวทุกที
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ความดันสูงมีสิทธิ์หายขาดมั้ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ปวดหัวไมเกรนปวดมากๆเส้นเลือดในสมองจะแตกมั๊ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่