ลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ (Aortic valve stenosis; AS)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 24, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

ความหมาย

เป็นโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบหรือมีรูแคบระหว่างหัวใจห้องล่างซ้ายกับเอออร์ตา

สาเหตุ

มักเกิดจากมีแคลเซียมมาเกาะทำให้เกิดการอักเสบเป็นเวลานานเป็นปี อาจเกิดจากความเครียด เบาหวานไขมันในเลือดสูง ความดันเลือดสูง และ HDL-cholesterol ต่ำ เป็นปัจจัยที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของลิ้นหัวใจ อาจเกิดจากความผิดปกติของลิ้นหัวใจตั้งแต่เกิด และอาจเกิดจากเยื่อบุหัวใจอักเสบรูมาติกทำให้เกิดการยึดติดของลิ้นหัวใจ

พยาธิสรีรภาพ

มีการตีบแคบของลิ้นหัวใจ อาจเกิดขึ้นเป็นเวลานานถึง 10 ปี หัวใจห้องล่างซ้ายมีการอุดกั้นการไหลของเลือด มีการบีบตัวช้ามากขึ้น ๆ แต่ต้องใช้แรงมากกว่าปกติ เพราะเลือดจะต้องผ่านช่องที่เล็กกว่า การอุดกั้นของเลือดที่ผ่านหัวใจห้องล่างซ้ายเพิ่มความดันในหัวใจห้องล่างซ้าย ผนังจะหนาและใหญ่ขึ้น เมื่อกลไกการชดเชยของหัวใจล้มเหลว จะทำให้มีอาการเกิดขึ้น

อาการ

ผู้ป่วยจำนวนมากที่มีลิ้นเอออร์ติกที่ไม่มีอาการ แต่เมื่อมีอาการเกิดขึ้นผู้ป่วยมักจะมีอาการเหนื่อยเมื่อออกแรง เกิดจากมีความดันในหลอดเลือดดำปอดสูงขึ้น เนื่องจากหัวใจห้องล่างซ้ายล้มเหลว หายใจเหนื่อยหอบ (Orthopnea) บางรายอาจมีอาการหายใจลำบากเกิดขึ้นทันทีระหว่างนอนหลับ (Paroxysmal nocturnal dyspnea; PND) และอาจมีภาวะน้ำท่วมปอด (Pulmonary edema) อาจมีอาการอื่น ๆ เช่น มึนงง เป็นลม เป็นต้น เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงสมองลดลง และมักมีอาการเจ็บหน้าอกซึ่งเกิดจากความต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้น เพราะหัวใจห้องล่างซ้ายโต หัวใจบีบตัวใช้เวลาลดลง การแลกเปลี่ยนออกซิเจนของกล้ามเนื้อหัวใจและเลือดผ่านไปหลอดเลือดโคโรนารีลดลง ความดันเลือดอาจลดลงแต่มักจะปกติความดันชีพจรอาจลดลง (30 มม.ปรอท หรือน้อยกว่า) เนื่องจากเลือดไหลลดลง

การวินิจฉัยโรค

จากการตรวจร่างกายด้วยการฟังบริเวณเอออร์ติก ได้ยินเสียงดังฟู (Murmur) อาจได้ยินเสียง S4 หากใช้มือคลำบริเวณช่องระหว่างซี่โครงช่องที่ 2 บริเวณหลอดเลือดเอออร์ติก อาจรู้สึกสั่นสะเทือน ซึ่งเกิดจากการไหลของเลือดผ่านลิ้นหัวใจแคบ ๆ มีการตรวจโดยทำ Doppler echocardiography ใช้วินิจฉัยและติดตามการตีบของลิ้นหัวใจเอออร์ติก หากมีอาการมักทำทุก 6-12 เดือน

ไม่มีอาการทำทุก 2-5 ปี ในคนที่มีหัวใจห้องล่างซ้ายโตจะเห็นจาก EKG 12-lead และทำ Echocardiogram หากมีอาการมาก ๆ อาจต้องทำผ่าตัด และอาจต้องทำ Left-sided heart catheterization เพื่อประเมินความรุนแรงหรือความผิดปกติของลิ้นหัวใจ และประเมินหลอดเลือดแดงโคโรนารี ความดันของหัวใจบีบตัวในหัวใจห้องล่างซ้ายจะสูงกว่าเอออร์ตา ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรทำ Stress test เพราะจะทำให้หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นสั่นพริ้ว

การรักษา

ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการอักเสบของเยื่อบุหัวใจ หากมีการตรวจที่ต้องใส่อุปกรณ์เข้าไปในหัวใจ อาจต้องทำผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ บางรายอาจใส่บอลลูน (One or two balloon percutaneous valvuloplasty) โดยไม่ต้องทำผ่าตัด

การพยาบาล

บันทึกปริมาณน้ำเข้า-ออก และชั่งน้ำหนักทุกวัน หากน้ำหนักเพิ่ม 2 กิโลกรัม/วัน รายงานให้แพทย์ทราบ จำกัดน้ำตามแผนการรักษา วัด Oxygen saturation (02sat) และ Arterial blood gases (ABGs) หาก 02sat < 95% รายงานให้แพทย์ทราบ จัดให้ผู้ป่วยนอนในท่าศีรษะสูง พักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจ ให้ยาขับปัสสาวะ ยาขยายหลอดเลือด ยายับยั้งการทำงานของเอนไซมที่ทำลายแองจิโอเทนซิน และยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษา บันทึกสัญญาณชีพ ติดตามผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "คู่มือร้านยาเล่ม 1 ความรู้เรื่องยาเบื้องต้น และแนวทางการซักถามเพื่อให้การรักษาขั้นต้น" เรียบเรียงโดยเภสัชกรหญิงจิรัชฌา อุดมชัยสกุล วิทยากรอบรมหลักสูตรผู้ช่วยเภสัชกรร้านยา จากสำนักพิมพ์ศิษฏิกร

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่